ราชสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน กรุงสต็อกโฮล์ม ได้ประกาศรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ให้กับอิซามุ อาคาซากิ แห่งมหาวิทยาลัยนาโกยา ญี่ปุ่น ฮิโรชิ อามาโนะ แห่งมหาวิทยาลัยนาโกยา ญี่ปุ่น และชูจิ นากามุระ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา สหรัฐอเมริกา จากผลงานการค้นพบไดโอดส่องสว่างสีฟ้าทรงประสิทธิภาพ ที่ทำให้เรามีแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่สว่างและประหยัดพลังงาน

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีนี้ตกเป็นของเจ้าของผลงานการค้นพบแหล่งพลังงานแบบใหม่ที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ หลอด LED สีฟ้า ตอบสนองต่อปณิธานของอัลเฟรด โนเบลที่ต้องการให้ผลงานกับงานวิจัยที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ

การใช้หลอด LED สีฟ้านี้จะทำให้เราได้แสงขาวด้วยวิธีการใหม่ เป็นหลอดไฟแบบใหม่ที่คงอยู่ได้นานกว่าและมีประสิทธิภาพกว่าแหล่งกำเนิดแสงไฟแหล่งอื่นๆ

เมื่ออิซามุ อาคาซากิ, ฮิโรชิ อามาโนะ และชูจิ นากามูระ ได้สร้างหลอดไฟสีฟ้านี้ขึ้นมาจากสารกึ่งตัวนำเมื่อต้นทศวรรษที่ 1990 พวกเราก็ได้เปิดหน้าใหม่ของเทคโนโลยีแสงไฟจากหลักฐานพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับหลอดไฟสีแดงและสีเขียวนั้นเราใช้กันมายาวนานแล้ว แต่ถ้าไม่มีแสงสีฟ้า เราก็จะไม่สามารถสร้างแสงสีขาวได้ นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาวิจัยมาอย่างยาวนานทั้งในวงการวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้มาเป็นนานถึงสามสิบปี

นักวิจัยทั้งสามท่านได้ทำงานต่อจากผู้ที่ล้มเหลวมาก่อน โดยอาคาซากิได้ทำงานร่วมกับอามาโนะที่มหาวิทยาลัยนาโกยา ขณะที่นากามุระได้ร่วมทำงานกับนิเชียเคมิคอล บริษัทเล็กในจังหวัดโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น จนล่าสุด ได้ร่วมกันค้นพบสิ่งที่ปฏิวัติวงการหลอดไฟส่องสว่างกันเลยทีเดียว

อาจกล่าวได้ว่า หากศตวรรษที่ 20 ที่ศตวรรษแห่งหลอดไฟ ศตวรรษที่ 21 ก็คงเป็นศตวรรษแห่งหลอด LED

เมื่อมีหลอด LED นี้ เราสามารถได้แสงขาวที่ยาวนานและประหยัดพลังงาน นักวิจัยได้ดำเนินการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนได้แสงที่มีฟลักซ์ส่องว่าง (หน่วยเป็นลูเมน) ต่อพื้นที่ที่สูงมากขึ้นเมื่อให้ค่าพลังงานไฟฟ้า (หน่วยเป็นวัตต์) เข้าไป พวกเขาสามารถทำสถิติได้ถึง 300 ลูเมนต่อวัตต์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับหลอดไฟทั่วไปนั้นทำได้เพียงแค่ 16 ลูเมนต่อวัตต์ หรือหลอดไฟฟูออเรสเซนท์ทุกวันนี้ก็ยังทำได้เพียงแค่ 70 ลูเมนต่อวัตต์เท่านั้น

เนื่องจากปัจจุบัน ไฟฟ้า 1 ใน 4 ของโลกถูกใช้ไปกับการส่องสว่าง หลอด LED จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยประหยัดทรัพยากรของโลก หลอด LED นี้สามารถอยู่ได้นานถึง 100,000 ชั่วโมง เทียบกับหลอดไฟไส้ธรรมดาที่อยู่ได้เพียง 1,000 ชั่วโมง หรือหลอดไฟฟลูออเรสเซนท์ก็อยู่ได้นานเพียง 10,000 ชั่วโมง

หลอด LED นี้จะเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน 1.5 พันล้านคนทั่วโลกที่กำลังขาดแคลนไฟฟ้า เพราะหลอดนี้ใช้พลังงานต่ำและสามารถทำงานได้กับแผงโซลาร์เซลล์ราคาถูกอีกด้วย

อ้างอิง: Nobel Foundation. (2014, October 7). 2014 Nobel Prize in Physics: Invention of efficient blue light-emitting diodes. ScienceDaily. Retrieved October 12, 2014 from www.sciencedaily.com/releases/2014/10/141007071741.htm

เว็บไซต์: http://www.nobelprize.org/