นักวิจัยที่ สถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย หรือจอร์เจียเท็ค สหรัฐอเมริกา กำลังคิดค้นและผลักดันระบบปัญญาประดิษฐ์ให้สามารถช่วยมนุษย์แก้ปัญหางานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในหลายๆสาขา โดยครั้งนี้ได้ทำวิจัยร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ "วัตสัน" ของบริษัทไอบีเอ็ม อันลือชื่อด้วย

วัตสัน เป็นโครงการของบริษัทไอบีเอ็ม ที่ทำงานด้วยระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทรงพลัง โดยเริ่มมีชื่อเสียงมากในปี 2011 ที่สามารถเอาชนะรายการตอบคำถามชื่อดัง Jeopardy! เหนือคู่แข่งที่เป็นมนุษย์ยอดเซียนในรายการนี้ไปแบบขาดลอย ได้รับเงินรางวัลไป 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และมาวันนี้ นักวิจัยต้องการจะให้เครื่องวัตสันนี้ฉลาดขึ้นไปอีก ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันการ "แชท" เข้าไปให้วัตสัน

"การค้นหาใน Google ยังต้องใช้การค้นหาจำนวนมาก ลองนึกภาพว่าถ้าเราอยากจะถาม Google ด้วยคำถามยากๆ ซับซ้อนๆ และ Google สามารถตอบเราได้เลยแทนที่จะแสดงมาเป็นลิงค์ให้เลือก มันจะดีขนาดไหน นั่นคือสิ่งที่เราทำกับวัตสัน" อาช็อค โกล ศาสตราจารย์ สาขาระบบคอมพิวเตอร์ตอบสนอง จอร์เจียเท็ค อธิบาย

ทีมนักศึกษาจากจอร์เจียเท็คสอนวัตสันด้วยคำถามคำตอบจำนวน 1,200 ข้อ (แบ่งเป็น 6 ทีม ทีมละ 200 ข้อ) ซึ่งนักศึกษาสามารถ "แชท" กับวัตสันได้ นอกจากนี้ ยังทำให้นักศึกษาได้แรงบันดาลใจว่าสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้วัตสันฉลาดขึ้นคืออะไร ทั้งในแง่วิศวกรรม สถาปัตยกรรม ระบบ และการคำนวณ ทีมวิจัยได้พัฒนาให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถดึงเอาคำตอบซ้ำๆมาได้ในสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ หลังจากที่ได้ให้วัตสันรู้จักเรื่องราวทางชีววิทยาด้วยบทความหลายร้อยบทความแล้ว ทีมวิจัยได้ตั้งคำถามกับวัตสันว่าวัตสันได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง

ตัวอย่างคำถามก็เช่น "เราจะปรับปรุงกระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำเพื่อจะได้นำน้ำทะเลมาทำเป็นน้ำดื่มได้อย่างไร" ซึ่งคำถามนี้เกี่ยวข้องกับสัตว์บางชนิด เช่น นกนางนวล สามารถกรองเอาเกลือกจากน้ำทะเลออกไปด้วยได้ต่อมพิเศษ

"บริษัทผู้ผลิตจะพัฒนาโซลาร์เซลล์เพื่อการเดินทางในอวกาศเป็นเวลานานๆอย่างไร" ซึ่งคำตอบคือ เลียนแบบวิธีการที่พืชในเขตสภาพอากาศรุนแรงสร้างวัสดุกันความร้อนด้วยเส้นใยเพื่อป้องกันอุณหภูมิที่สูง

ผลที่ได้คือ เครื่องวัตสันของไอบีเอ็มสามารถตอบคำถามของนักเรียนจากบทความชีววิทยานี้ได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

นั่นหมายความว่า ในอนาคต เครื่องวัตสันอาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการตอบคำถาม อาจจะอยู่ในรูปแบบเป็นผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญในหลายๆสาขา โดยวิธีการตอบคำถามอย่างรวดเร็ว ด้วยบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ

นักวิจัยที่จอร์เจียเท็คพบว่า ความสามารถในการรับรู้ภาษาธรรมชาติของวัตสันนั้นทำให้เด็กฝึกหัดสามารถได้รับการ"สอน"เพื่อเรียนรู้เรื่องราวที่ยากๆได้ง่ายขึ้น และสามารถบอกได้ด้วยว่า ไอเดียหรือข้อสมมติฐานต่างๆนั้นควรจะนำไปต่อยอดหรือไม่

นักศึกษาเรียนเทคนิคนี้ว่า "GT-Watson Plus" ซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถพิเศษของวัตสัน ทั้งนี้ นอกจากความสามารถในการ "แชท" ในหัวข้อต่างๆแล้ว วัตสันเวอร์ชันนี้ยังสามารถช่วยแนะให้ผู้ใช้เปลี่ยนคำถามเพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้นได้ด้วย โดยจะแสดงผลในรูปแบบของตัวเลือก 3 ตัวเลือกของสิ่งที่วัตสันได้เรียนรู้มาพร้อมกับพ่วงด้วยคำตอบในแต่ละตัวเลือก ระบบการแสดงแบบนี้จะทำให้คนทั่วไปสามารถหาคำตอบได้ง่ายขึ้นเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้รับมอบหมายมา

"นักวิจัยสามารถจะสร้างภาพของแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยากรู้ได้ และยังรู้ด้วยว่าแต่ละแนวคิดนั้นเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน เราสามารถที่จะทำให้วัตสันเข้าใจความหมายบางอย่างเพิ่มขึ้นได้ โดยเพิ่มความหมายของบางคำในระบบสนทนาเข้าไปในระบบปัญญาประดิษฐ์"

นอกจากนี้ โกลยังมีแนวคิดที่จะนำวัตสันไปต่อยอดในระบบการเรียนรู้ออนไลน์และด้านสุขภาพต่อไปด้วย

งานวิจัย: Georgia Institute of Technology. "Researchers train Watson AI to 'chat,' spark more creativity in humans." ScienceDaily. ScienceDaily, 12 November 2015. <www.sciencedaily.com/releases/2015/11/151112134631.htm>.

ภาพจาก: gizmag.com