ด้วยอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้ธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งละลาย จนทำให้ระดับน้ำทะเลเริ่มเพิ่มมากขึ้นจนรุกล้ำพื้นที่ของเมืองและเกาะทั่วโลก การศึกษาใหม่ที่ได้เผยแพร่เร็ว ๆ นี้ ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลยังมีผลต่อการหมุนของโลก ด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพจากนักวิจัยเหล่านี้ อาจแก้ไขปริศนาอันยาวนานที่เรียกว่า “ปริศนาของมังก์” ได้


        

                                                        (Photo credit:  Rob Byron/Shutterstock)

วอลเตอร์ มังก์ นักสมุทรศาสตร์กายภาพชาวอเมริกัน ซึ่งประจำการในสถาบันสมุทรศาสตร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เขียนบทความในปี 2002 ซึ่งเน้นถึงประวัติความแตกต่างของระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น การละลายของน้ำแข็ง และการหมุนของโลก เขาคิดว่าการหมุนตามแนวของแกนโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหากการกระจายของมวลเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนย้ายของมวลน้ำแข็งบนบกเข้าไปในน้ำทะเล มังก์ชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำในทะเลศตวรรษที่ 20 จะเปลี่ยนแปลงการหมุนของโลก แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีข้อมูลของการสังเกตการณ์ของผลกระทบนี้ มันจึงเป็นปริศนาว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ทีมงานของนักวิจัย นำโดยศาสตราจารย์เจอร์รี่ ไมโทรวิกา ศาสตราจารย์ด้านธรณีฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้ตัดตัดสินใจที่จะไขปริศนานี้ โดยใช้การคำนวณและการสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่เชื่อว่า ทำให้พวกเขาได้พบคำตอบของปริศนานี้ซ่อนอยู่ในยุคน้ำแข็งที่ผ่านมา

เมื่อระยะเวลานานมาแล้วระดับน้ำทะเลทั่วโลกลดลงอย่างมาก เนื่องจากน้ำของโลกที่ถูกแปรสภาพเป็นธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งทั่วโลกในยุคน้ำแข็ง ตอนท้ายของการละลายครั้งใหญ่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างสำคัญในการหมุนของโลก และมังก์เอานี้เข้ามาพิจารณาในงานปี 2002 ของเขา ซึ่งทีมวิจัยได้คำนวณผลระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นกับการหมุนของโลกอีกครั้งหนึ่ง

                    

                                                (Photo credit: digidreamgrafix/Shutterstock)

การหมุนของโลกการชะลอตัวลงเป็นเวลาอย่างน้อย 2,500 ปีที่ผ่านมา แม้ว่ามังก์แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับการละลายภายนอกแกนของโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการชะลอตัวนี้ อันอาจเกิดจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณระดับน้ำทะเลจากยุคน้ำแข็งล่าสุด

วิธีหนึ่งที่จะวัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการหมุนของโลกคือการเปรียบเทียบ "เวลามาตรฐานสากล" (ที่วัดจากนาฬิกาอะตอม) และลักษณะของสุริยุปราคา ความแตกต่างระหว่างทั้งสองการวัดเวลาบ่งบอกถึงวิธีการหมุนของโลกว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเรียกว่า “Clock Error”

ตั้งแต่ 500 ก่อนคริสตกาลจนถึงปัจจุบัน การหมุนของโลกมีการเกิด Clock Error ขึ้นหรือมีการ "ชะลอตัว" ลงถึง 16,000 วินาที ซึ่ง 6,000 วินาทีนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล โดยจะเทียบเท่ากับการที่เวลาบนโลกคลาดเคลื่อนหรือเดินช้าลงถึง 2.4 วินาทีต่อปี การศึกษาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าการช้าลงของการการหมุนตรงกับอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลตั้งแต่ยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุด ซึ่งอาจแก้ไขปริศนาของมังก์ได้

อ้างอิง :

www.iflscience.com/environment/rising-sea-levels-shown-actually-slow-down-earths-rotation-0