งานวิจัยใหม่ได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยขนาดใหญ่และนกที่กินผลไม้เป็นอาหาร มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพภูมิอากาศ ถ้าหากพวกมันถูกฆ่าจนสูญพันธุ์ไปหมด โลกทั้งใบจะต้องร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเหล่าสัตว์ที่กินผลไม้เป็นอาหารเปรียบเสมือนนักรบกองโจรที่ต่อสู่กับภาวะโลกร้อน พวกมันช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยผลไม้รสชาติหวานฉ่ำ

ต้นไม้เนื้อแข็งที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์มักจะมีผลที่มีขนาดใหญ่ และพวกมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลไกในการกระจายเมล็ดพันธุ์ของพวกมันให้แพร่กระจายไปได้ไกลจากต้นพ่อแม่ ซึ่งจะทำให้เมล็ดของพวกมันงอกขึ้นมาเป็นต้นได้ และเมล็ดพันธุ์ของพืชบางชนิดไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ หากไม่ผ่านระบบทางเดินอาหารของสัตว์กินพืชบางชนิดเสียก่อน

ศาสตราจารย์คาร์ลอส เปเรส ห่างมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ได้เข้าร่วมการศึกษาของประเทศบราซิล เกี่ยวกับการกระจายตัวของต้นไม้มากกว่า 2,000 ชนิดเมื่อสัตว์สูญพันธุ์ และได้ตีพิมพ์งานในวารสาร Science Advances ซึ่งได้เปิดเผยถึงความสำคัญของเมล็ดพันธุ์ต่างๆ และสุขภาพของโลกของเรา

"นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ทำให้เกิดการกระจายเมล็ดพันธุ์พืชที่มีขนาดใหญ่ แต่สัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่เหล่านั้นกำลังถูกคุกคาม โดยการล่าสัตว์ การค้าที่ผิดกฎหมาย  และการสูญเสียที่อยู่อาศัย  ซึ่งการลดลงที่มากขึ้นของสัตว์ใหญ่ในระบบนิเวศป่าเขตร้อน จะนำมาสู่ผลกระทบรุนแรงที่อาจไม่ได้คาดฝันมาก่อน"  เปเรสกล่าว "เราแสดงให้เห็นว่าการลดลงและการสูญพันธุ์ของสัตว์ขนาดใหญ่ จะทำให้เกิดการลดลงในต้นไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ นี่คือผลกระทบต่อศักยภาพของป่าเขตร้อน ซึ่งทำหน้าที่การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของโลก และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ"

                    

แผนภาพที่แสดงว่าสัตว์ใหญ่มีผลต่อการกระจายเมล็ดพันธุ์อย่างไร/ Photo By : Peres/University of East Anglia


แม้นกขนาดเล็กและค้างคาวจะสามารถกระจายเมล็ดพันธุ์พืชได้ก็จริง แต่ก็เป็นเพียงเมล็ดของต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่นัก ขนาดสูงสุดของเมล็ดที่พวกมันกินได้อยู่ที่ 1.2 เซนติเมตร สิ่งที่ระบุไว้ในงานตีพิมพ์ คือการล่าสัตว์ใหญ่นั้นส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูป่าเป็นอย่างมาก และการล่าในไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ส่งอย่างยิ่งผลต่อป่าเขตร้อนในปัจจุบัน

เมล็ดพันธุ์ที่ขนาดใหญ่กว่า 1.2 เซนติเมตรมีเพียงร้อยละ 21 ของเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ทั้งหมด แต่ต้นไม้ที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์เหล่านี้เป็นกำลังหลักในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในแถบมหาสมุทรแอตแลนติก

“นโยบายหลักของรัฐบาลในประเทศเขตร้อนที่จะรับมือกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คือ  ลดการตัดไม้ทำลายป่าเป็นหลัก การป้องกันความเสื่อมโทรมของต้นไม้ในป่าและการป้องกันไฟป่าเป็นรอง แต่การวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า  การลดลงของประชากรสัตว์ป่าขนาดใหญ่และการสูญเสียความสมดุลในระบบนิเวศ ก็เป็นความเสี่ยงร้ายแรงกับการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน” เปเรสกล่าว 

“ป่าเขตร้อนนั้นช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกร้อยละ 40 การที่พวกมันถูกทำลายจะเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกถึงร้อยละ 7 - 17”

อ้างอิง :www.iflscience.com/plants-and-animals/forest-dwelling-creatures-fight-climate-change