ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าธาตุในจักรวาลของเรานั้นถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบของตารางธาตุ ซึ่งในตอนนี้แถวที่ 7 ของตารางธาตุก็ได้ถูกเติมจนเต็มแล้ว

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม IUPAC ได้ประกาศว่า มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันได้ว่ามีธาตุทั้ง 4 อยู่จริง พวกมันเป็นกลุ่มของเลขอะตอมที่ 113 115 117 และ 118 โดยในกลุ่มธาตุทั้งสามที่มีขนาดใหญ่นี้ค้นพบโดยทีมวิจัยจาก สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย สำหรับเลขอะตอมที่ 113 นั้นได้รับการค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ RIKEN ใน Wako ประเทศญี่ปุ่น

เลขอะตอมของธาตุนั้นแสดงถึงจำนวนของโปรตอนที่อยู่ในส่วนกลางของมันหรือที่เรียกว่านิวเคลียส โปรตอนเหล่านี้เป็นอนุภาคระดับย่อยของอะตอมที่มีประจุเป็นบวก พวกมันจะถูกทำให้สมดุลโดยล้อมรอบไปด้วยจำนวนที่เท่ากันของอิเล็กตรอน ซึ่งในแต่ละอิเล็กตรอนนั้นจะแสดงถึงประจุลบ

นักวิทยาศาสตร์ได้สร้าง 4 ธาตุใหม่เหล่านี้ขึ้นมา พวกเขาทำธาตุเหล่านี้โดยการกระแทกนิวเคลียสของธาตุที่มีขนาดเล็กเข้าไปในอีกธาตุหนึ่ง สิ่งนี้ทำให้เกิดธาตุที่มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ ซึ่งทั้งหมดเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีอายุสั้น เมื่อพวกมันทำการปล่อยรังสี พวกมันจะกลับไปเป็นธาตุที่มีขนาดเล็กเหมือนเดิม

IUPAC ได้มอบสิทธิ์สำหรับธาตุที่มีเลขอะตอม 115 และ 117 ให้กับนักวิจัยที่ Joint Institute for Nuclear Research ใน Dubna ประเทศรัสเซีย และ Lawrence Livermore National Laboratory ใน California และ Oak Ridge National Laboratory ใน Tennessee  นักวิจัยจากรัสเซียและ  Livemore ยังได้รับสิทธิ์สำหรับธาตุเลขอะตอม 118 อีกด้วย นักวิทยาศาสตร์จากทั้งสองที่นั้นได้ทำการอ้างสิทธิ์สำหรับการสร้างธาตุเลขอะตอม 113 ในปี 2004 และ ปี 2007 แต่ IUPAC ได้ให้สิทธิ์กับกลุ่มวิจัยชาวญี่ปุ่นสำหรับธาตุเลขอะตอม 113 แทน มันถูกค้นพบเป็นครั้งแรกและถูกตั้งชื่อโดยนักวิทยาศาสตร์ในเอเชีย

รายงานทางวิชาการสำหรับธาตุทั้ง 4 นั้นจะตีพิมพ์ขึ้นในช่วงต้นปี 2016 ตามหลักของ IUPAC ผู้ค้นพบมีสิทธิ์ที่จะให้ชื่อและสัญลักษณ์ของธาตุได้ ในตอนนี้ แต่ละธาตุมีชื่อดังต่อไปนี้ เลขอะตอม 113 คือ ununtrium (Uut) และตัวอื่น ๆ ตามนี้คือ ununpentium (Uup), ununseptium (Uus) และ ununoctium (Uuo)

ที่มา: https://student.societyforscience.org/article/news-brief-2016-brings-four-new-elements

อ้างอิง:

Original Source: IUPAC. Discovery and assignment of elements with atomic numbers 113, 115, 117 and 118. Press release issued December 30, 2015.