งาน วิจัยชิ้นใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า “นักวิจัยได้ค้นพบต้นตอของเซลล์มะเร็งตับและพวกเขาเชื่อว่าจะสามารถทำให้ เซลล์มะเร็งตับเหล่านี้ตอบสนองต่อการรักษาได้ต่อไปเรื่อยๆ”

คณะวิจัยต้องการที่จะมุ่งเป้าไปที่ต้นตอของเซลล์มะเร็งเพื่อที่จะไม่ให้เซลล์มะเร็งกำเริบและไม่แพร่กระจาย


ผู้เขียนอาวุโส รองศาสตราจารย์ Keigo Machida สาขาจุลชีววิทยาระดับโมเลกุลและภูมิคุ้มกันวิทยา จากมหาวิทยาลัย Keck School of Medicine of USC ได้กล่าวว่า “ กุญแจสำคัญในการป้องกันสเต็มเซลล์ที่ต่อต้านเคมีบำบัดซึ่งจะกลายเป็นมะเร็งตับไม่ให้ลุกลาม คือการทำลายสเต็มเซลล์ที่มี NANOG อยู่ ”

NANOG เป็นสิ่งที่พบได้ยากในมะเร็งช่วงแรกเริ่ม แต่จะมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงมะเร็งตับระยะที่ 3 ซึ่งมันจะไปกระตุ้นการแพร่กระจายของมะเร็งโดยกระบวนการ rewiring metabolism ในไมโทคอนเดรีย (เปรียบเสมือนโรงงานผลิตพลังงานของเซลล์) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยีนได้เปลี่ยนเซลล์ปกติไปเป็นเซลล์มะเร็งและเนื้อร้ายจะไปกดทับไม่ให้ยีนสามารถตอบสนองต่อการส่งสัญญาณของเซลล์ได้

รองศาสตราจารย์ Machida ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “พวกเราสามารถระบุบริเวณเดิมที่เคยเป็นมะเร็งได้ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเซลล์ต้นตอของมะเร็งอยู่ ถึงแม้ว่าพวกเราได้ใช้เคมีในการบำบัดรักษาผู้ป่วยไปแล้วก็ตาม แต่เซลล์ต้นตอบางส่วนยังรอดชีวิตและพยายามที่ฟื้นตัวเองกลับมาและทำให้มะเร็งกำเริบขึ้นมาอีก นั่นคือสาเหตุว่าทำไมพวกเราถึงอยากมุ่งเป้าไปที่เซลล์ต้นตอของมะเร็งเพื่อที่จะกำจัดไม่ให้มะเร็งกำเริบและไม่แพร่กระจายของมะเร็งไปสู่ที่อื่นๆของร่างกาย”

งานวิจัยนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Cell Metabolism ฉบับเดือนมกราคม 2559

การต่อต้านการกำจัดเซลล์มะเร็ง

การศึกษาครั้งนี้ได้เก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่มีสเต็มเซลล์ที่กลายพันธุ์และเซลล์ของหนูเป็นร้อยๆที่เป็นมะเร็งตับ คณะวิจัยเชื่อว่านี่เป็นวารสารทางวิชาการฉบับแรกที่ระบุเรื่องเกิดมะเร็งของสเต็มเซลล์ที่มี NANOG และการใช้ NANOG เป็นเป้าหมายในการกำจัดมะเร็งจากผู้ป่วยที่มีอาการต่อต้านการรักษามะเร็งด้วยการใช้เคมีบำบัดหรือวิธี Sorafenib

ตามการบันทึกของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้รายงานว่า การป่วยเป็นมะเร็งตับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2015 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับประมาณ 24,550 ราย มีเพียงผู้ป่วยร้อยละ 17.2 เท่านั้นที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับและสามารถรักษาจนหายเป็นปกติและมีชีวิตอยู่หลังจากการรักษาเป็นระยะมากกว่า 5 ปีขึ้นไป

เป้าหมายใหม่ในการรักษามะเร็ง

รองศาสตราจารย์ Vasu Punj ผู้เขียนร่วมและหัวหน้านักชีวสารสนเทศศาสตร์จากหน่วย USC Epigenome “ในการศึกษาสเต็มเซลล์ที่มี NANOG นั้นสามาารถปรับตัวและกระตุ้นการเติบโตของมะเร็งได้อีกครั้งได้อย่างไร คณะวิจัยได้ทดสอบโปรตีนนำส่ง mRNA และเซลล์ที่ควบคุมการเผาผลาญภายในตับ โดยกลยุทธ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นในอนาคตเพื่อการรักษาเฉพาะบุคคล ก็คือ การบำบัดรักษามะเร็งที่มุ่งเป้าไปที่กระบวนการเผาผลาญในไมโทครอนเดรีย ซึ่งจะเป็นบริเวณที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต ถ้าคุณสามารถลดการตอบสนองระดับเซลล์ในกระบวนการออกซิเดชั่นของ oxidative phosphorylation-fatty acid ในไมโทครอนเดรียได้ NANOG ก็จะไม่สามารถพัฒนาเซลล์มะเร็งให้เจริญเติบโตต่อไปได้ สิ่งนี้มันจะทำให้คณะวิจัยสามารถพัฒนากลยุทธ์ในการรักษามะเร็งแนวใหม่ได้”

พฤติกรรมของ NANOG

NANOG ควบคุมการแสดงออกของยีนที่จะปรากฏให้เห็นในกระบวนการเผาผลาญในไมโทครอนเดรียหรือ mitochondrial metabolic pathways เพื่อทำให้สเต็มเซลล์ปกติเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง โดยมันจะไปปรับเปลี่ยนเซลล์จากเดิมที่ใช้กลูโคสเป็นแหล่งเชื้อเพลิง ไปเป็นการสั่งให้กระบวนการเผาผลาญใช้กรดไขมันเป็นเชื้อเพลิงแทน

Machida ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าพวกเราสามารถระงับกระบวนการเผาผลาญที่กลายพันธุ์นี้ได้ มะเร็งตับจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยเคมีอีกครั้งในอนาคต พวกเราอาจจะสามารถรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับด้วยยาฉีดเพียงเข็มเดียวเข้าสู่กระแสเลือดและระบุเป้าหมายไปที่ NANOG โดยเฉพาะได้ ซึ่งการที่เลือดหมุนเวียนไปในที่ต่างๆ พวกเราก็จะสามารถพัฒนาการนำส่งยาในการกำจัดเซลล์มะเร็งได้โดยที่ไม่จำกัดเพียงแค่การรักษาที่ตับอีกต่อไป”

อ้างอิง: www.sciencedaily.com/releases/2016/01/160127133047.htm