นักวิจัยเกาหลีใต้พัฒนาแว่นอัจฉริยะ K-Glass ที่รวมเอาเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เข้าไปด้วย โดยรุ่นล่าสุดหรือ K-Glass 3 นี้ ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความสั้น ๆ หรือคำสำคัญสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านทางคีย์บอร์ดเสมือนจริงซึ่งเหมาะสำหรับข้อความหรือแม้กระทั่งเปียโน

ปัจจุบัน อุปกรณ์แสดงผลแบบสวมศีรษะนั้นยังมีข้อจำกัดตรงที่ยังขาดการเชื่อมต่อกับผู้ใช้และยังมีน้ำหนักมากอีกด้วย ส่วนอุปกรณ์ล้ำสมัยอย่าง Google Glass ก็ต้องใช้แผ่นสัมผัสหรือใช้คำสั่งเสียง และบางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นร่างใหม่ของสมาร์ตโฟนเท่านั้น

ล่าสุด นักวิจัยเกาหลีใต้ได้วิจัยแว่นอัจฉริยะ K-Glass โดยในรุ่นที่ 2 นี้ได้มีการใช้เทคโนโลยีรู้จำท่าทางของผู้ใช้ด้วย แต่ก็ยังจัดว่าเป็นระบบการเชื่อมต่อกับผู้ใช้ที่ไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่นัก เพราะรับข้อมูลได้จำกัด และต้องใช้เวลาในการปรับจูนให้ระบบและผู้ใช้รู้จักกัน ซึ่งก็กินเวลาหลายนาที

ในการแก้ปัญหานี้ ศาสตราจารย์เฮ-จุน ยู และทีมวิจัยจากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำเกาหลี (KAIST) จึงนำเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือ "เทคโนโลยีผสานความจริงเสมือน" มาใช้กับแว่น K-Glass ให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อมูลเข้าไปได้อย่างสะดวกด้วยคีย์บอร์ดเสมือนจริง

ส่วนของหน่วยประมวลผลนั้นประกอบไปด้วย กล้องรับภาพสเตริโอ หน่วยคำนวณ Deep Learning 7 หน่วยที่จะเร่งการคำนวณให้สามารถประมวลผลรู้จำภาพได้ในเวลา 33 มิลลิวินาที และมีอีก 1 หน่วยที่เป็นส่วนประกอบรูปร่างวัตถุขึ้นมาเพื่อแสดงผล

สำหรับกล้องรับภาพแบบสเตริโอนั้นตั้งอยู่ที่ด้านหน้าของแว่น K-Glass 3 ทำงานคล้ายกับวิธีการรับภาพ 3 มิติของสายตามนุษย์ กล้องนี้ประกอบด้วยเลนส์ 2 เลนส์อยู่ต่อกับในระนาบนอน ให้ข้อมูลเชิงลึกของภาพ หลักการคือการถ่ายภาพวัตถุเดียวกันจาก 2 ตำแหน่งที่แตกต่างกันแล้วนำภาพที่ได้มาซ้อนกันเพื่อให้ได้ข้อมูลความลึกของภาพ ซึ่งถือว่าจำเป็นสำหรับการสร้างโลก 3 มิติ กล้องนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะใช้ไฟเพียง 20 มิลลิวัตต์โดยเฉลี่ย ดังนั้น จึงสามารถใช้งานแว่นได้ติดต่อกันมากกว่า 24 ชั่วโมง

ทีมวิจัยยังได้ใช้เทคโนโลยี Deep Learning โดยฝังไว้ในหน่วยประมวลผลที่มีมาโดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์พกพา หน้าที่ของหน่วยประมวลผลนี้คือการรู้จำท่าทางของผู้ใช้จากข้อมูลความลึก เทคโนโลยีนี้ทำให้ความแม่นยำของการรู้จำของแว่นดีขึ้นมากเพราะคำนวณได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ หน่วยประมวลผลยังรู้จักการปรับสภาพตัวเองให้อยู่ในสถานะเตรียมพร้อมเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวจากผู้ใช้แทนที่จะคำนวณตลอดเวลา จึงประหยัดพลังงานตรงส่วนนี้ได้ด้วย

ศาสตราจารย์ยูกล่าวว่า "เราประสบความสำเร็จในการประกอบเอาหน่วยประมวลผลที่ใช้พลังงานต่ำหลายหน่วยเข้าด้วยกัน ทำให้โดยรวมแล้วกินไฟเพียง 126.1 มิลลิวัตต์ แต่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง การพัฒนาแว่นนี้จำเป็นจะต้องใช้หน่วยประมวลผลที่เล็ก เบา และใช้พลังงานต่ำหากว่าอยากจะได้กล้องที่ใช้งานกันอย่างกว้างขวางและใช้จริงในชีวิตประจำวัน K-Glass 3 นี้มีส่วนติดต่อกับผู้ใช้ที่เป็นธรรมชาติ และสะดวก ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้เทคโนโลยี AR ยาก ๆ ได้ เช่น คีย์บอร์ด หรืออื่น ๆ ได้"

อ้างอิง: The Korea Advanced Institute of Science and Technology (KAIST). (2016, February 26). Smart glasses offer users a keyboard to type text: Researchers upgraded their smart glasses with a low-power multicore processor to employ stereo vision and deep-learning algorithms, making the user interface and experience more intuitive and convenient. ScienceDaily. Retrieved February 28, 2016 from www.sciencedaily.com/releases/2016/02/160226125315.htm