ถ้าหากคุณเป็นคนชอบทานน้ำตาล - ยอมรับมาเถอะว่าคุณน่าจะชอบ - ใน ปี 2016 นี้จะเป็นปีที่น้ำตาลมีราคาแพง เพราะว่าปรากฏการณ์เอลนิโญที่ผ่านมาทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำตาลทั่วโลก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้มากทีเดียว

รายงานจาก The Independent ชี้ว่า ราคาน้ำตาลดิบนั้นพุ่งสูงขึ้น 45% ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นักวิจัยบอกว่าสาเหตุเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนิโญได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นแหล่งผลิตน้ำตาล อีกทั้งอินเดีย ไทย และจีนเองก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งซึ่งส่งผลต่อผลผลิตในปีนี้และอาจจะรวมถึงปีหน้าด้วย

อินเดียซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกได้ประสบกับปริมาณน้ำฝนที่ลดลง จึงทำให้ปริมาณการปลูกอ้อยของเกษตรกรลดน้อยลง และยิ่งแย่ไปกว่านั้นก็คือพื้นที่ที่ได้รับน้ำฝนอย่างบราซิลเองก็ได้รับน้ำมากไปเกินกว่าที่จะปลูกอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากที่กล่าวมาทั้งหมดหมายความว่าจะไม่มีน้ำตาลเพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลกที่คาดการณ์ว่าจะบริโภคในปีนี้ประมาณ 4.95 ล้านตัน และทาง The Wall Street Journal ได้รายงานว่าความต้องการสารให้ความหวานจากธรรมชาตินั้นถูกคาดการณ์ว่าจะเกินอุปทานที่มีไป 7.6 ล้านตันในฤดูนี่ ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนไปถึง 2.5 ล้านตัน

แต่ในด้านบวกก็คือ การขาดน้ำตาลในปีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่น้ำตาลนั้นมีราคาถูกที่สุดในรอบหลายปีเนื่องจากมีการผลิตมากเกินความต้องการ “หลังจากการที่มีน้ำตาลล้นมาต่อเนื่องเป็นเวลาห้าปีที่ทำให้ราคานั้นลงมาต่ำสุดตั้งแต่ปี 2008 คาดว่าอุปทานนั้นจะลดน้อยลงกว่าความต้องการในช่วงปี 2015 - 2016” Rudy Ruitenberg จาก Bloomberg กล่าว

“ความจริงก็คือเรามีน้ำตาลมากเกินไปมาสี่ถึงห้าปีแล้ว ซึ่งเรากำลังจะมองเห็นการขาดแคลนน้ำตาลขนาดใหญ่ครั้งแรก” Tim Worledge จาก Platts Agriculture, an independent commodities analysis organisation กล่าวกับ The Wall Street Journal

นอกเหนือจากผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว อะไรที่ทำให้เกิดการขาดแคลนครั้งนี้กันแน่? เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ เราต้องพูดเกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนิโญ ซึ่งหากสรุปโดยง่ายแล้ว มันก็เป็นแค่วงจรของสภาพอากาศเท่านั้น ซึ่ง National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ได้บอกไว้ว่า “เอลนิโญนั้นหมายถึงปฏิสัมพันธ์ขนาดใหญ่ของมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศซึ่งเชื่อมโยงกับช่วงเวลาการเพิ่มสูงขึ้นของอุณหภูมิพื้นผิวทะเลตลอดเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกกลาง”

เวลาที่มันแสดงผลเต็มที่นั้นปรากฏการณ์เอลนิโญจะส่งผลกระทบไปทั่ว ซึ่งสำหรับบางพื้นที่นั้นหมายถึงปริมาณฝนที่มากขึ้น แต่สำหรับบางที่ก็หมายถึึงน้ำฝนที่น้อยลง ซึ่งในปีนี้กับปีที่แล้ววงจรของมันได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ผลิตน้ำตาลของโลกหนักกว่าที่อื่น ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษเลย เป็นแค่เพราะดวงไม่ดีเท่านั้นเอง

ดังนั้น ในอนาคตข้างหน้าก็ต้องเตรียมเงินในการซื้อน้ำตาลมากขึ้น เนื่องจากน้ำตาลจะมีราคาแพง และหวังว่าอากาศในปีหน้านั้นจะเป็นใจกับพื้นที่ผลิตน้ำตาลด้วย

ที่มา: [http://www.sciencealert.com/there-s-a-world-wide-sugar-shortage-happening-right-now-thanks-to-el-nino]