ข่าววิทยาศาสตร์แนะนำ

​นาซายืนยันพบดาวเคราะห์คล้ายโลกที่สุดเท่าที่เคยพบมา ​นาซายืนยันพบดาวเคราะห์คล้ายโลกที่สุดเท่าที่เคยพบมา July 24,2015

เทคโนโลยีชีวภาพใหม่ที่จะทำให้การฉีดวัคซีนนั้นไม่เจ็บอีกต่อไป เทคโนโลยีชีวภาพใหม่ที่จะทำให้การฉีดวัคซีนนั้นไม่เจ็บอีกต่อไป July 19,2015

นาซาเผย! ภาพถ่ายดาวพลูโตที่ชัดที่สุด นาซาเผย! ภาพถ่ายดาวพลูโตที่ชัดที่สุด July 17,2015

​รู้มั้ย!?เด็กทารกมองเห็นเป็นแบบไหน ​รู้มั้ย!?เด็กทารกมองเห็นเป็นแบบไหน July 05,2015

​ข่าวดี!นักวิจัยพบวิธีรักษาไวรัสเมอร์สแล้ว ​ข่าวดี!นักวิจัยพบวิธีรักษาไวรัสเมอร์สแล้ว June 30,2015

​วันที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลาจะยาวขึ้น 1 วินาที! ​วันที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลาจะยาวขึ้น 1 วินาที! June 27,2015

​นักวิทย์ชี้การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้นแล้ว ​นักวิทย์ชี้การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้นแล้ว June 21,2015

​เด็กมัธยมค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ ​เด็กมัธยมค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ June 13,2015

ยีนที่เปลี่ยนไปทำให้คนเราไร้ความรู้สึกเจ็บปวด ยีนที่เปลี่ยนไปทำให้คนเราไร้ความรู้สึกเจ็บปวด June 06,2015

ข่าววิทยาศาสตร์ทั้งหมด

พืชสามารถสูบบุหรี่ได้

พืชสามารถสูบบุหรี่ได้

พืชอาจจะกลายเป็นผู้สูบลำดับที่สองได้ พวกมันทำการสูดกลิ่นควัน นิโคติน และสารพิษอื่นๆเข้าไปซึ่งมาจากการเผาไหม้ของบุหรี่ และนั่นเป็นสิ่งดีสำหรับผู้คน ด้วยการมีพืชสีเขียวจำนวนมากๆ ผู้คนสามารถหายใจได้ง่ายขึ้น

อ่านทั้งหมด

การบาดเจ็บทางศีรษะบ่อยครั้งอาจเร่งการชราภาพและเพิ่มโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อม

การบาดเจ็บทางศีรษะบ่อยครั้งอาจเร่งการชราภาพและเพิ่มโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อม

การบาดเจ็บที่ศีรษะบ่อยครั้งที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่นกีฬาที่มีการปะทะ หรือการปฎิบัติหน้าที่ทางทหารนั้นอาจไปเร่งกระบวนการชราภาพด้วยการเพิ่มการก่อตัวของ beta-amyloid ในสมอง ซึ่งจะนำไปสู่โรคที่ร้ายแรงและเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคสมองเสื่อมได้

อ่านทั้งหมด

อนุภาคระดับนาโนเมตรที่รักษาอาการบาดเจ็บภายในร่างกายได้

อนุภาคระดับนาโนเมตรที่รักษาอาการบาดเจ็บภายในร่างกายได้

เมื่อระเบิดทำการระเบิดและกระแทกเข้าสู่ทหาร หากดูจากภายนอก พวกเขาดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่เมื่อคลื่นกระแทกที่มาจากการระเบิดเข้ากระแทกสู่ภายในร่างกายของพวกเขา มันจะทำให้เกิดภาวะเลือดไหลภายในปอดได้

อ่านทั้งหมด

กลิ่นหอมที่ปล่อยออกมาจากเหงื่อ

กลิ่นหอมที่ปล่อยออกมาจากเหงื่อ

นักวิทยาสาตร์ได้สร้างระบบนำส่งกลิ่นที่จะปลดปล่อยกลิ่นหอมของน้ำหอมออกมาเมื่อคุณเหงื่อออกโดยการทาลงบนผิว ยิ่งคุณเหงื่อออกมาเท่าไหร่กลิ่นก็จะหอมมากเท่านั้น นั่นเป็นเพราะว่าน้ำหอมจะถูกปล่อยออกมาเมื่อทำการสัมผัสกับความชื้น นักเคมีจาก

อ่านทั้งหมด

ยารักษาเบาหวานอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วย HIV

ยารักษาเบาหวานอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วย HIV

สำหรับผู้ติดเชื้อ HIV นั้น ยาเบาหวานอาจจะมีประโยชน์มากกว่าการลดระดับน้ำตาลในเลือดก็เป็นได้ งานวิจัยชิ้นใหม่จากนักวิจัยที่ Washington Unviersity School of Medicine ใน St. Louis ชี้ให้เห็นว่าตัวยาดังกล่าวอาจจะป้องกันปัญหาหลอดเลือดหัวใจได้เพราะว่าตัวยานั้นทำงานเพื่อลดการติดเชื้ออันเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองในกลุ่มคนไข้เหล่านี้ถึงแม้การติดเชื้อไวรัสภูมิคุ้มกันตัวเองบกพร่องนั้นจะไม่ถือว่าเป็นโทษประหารแล้วก็ตาม ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวก็มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นที่เป็นโรคหัวใจและเบาหวาน รวมถึงปัญหากับกลูโคส อินซูลิน และคลอเรสเตอรอลด้วย ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความเสี่ยงต่างๆเพิ่มสูงขึ้นก็คือการติดเชื้อเรื้อรังนั่นเองในงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ นักวิจัยได้พบว่าตัวยาเบาหวานที่เรียกว่า sitagliptin นั้นช่วยทั้งเพิ่มกระบวนการเผาผลาญและลดการติดเชื้อในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีผลตรวจ HIV เป็นบวกและกำลังได้รับการบำบัดด้วยยาต้านรีโทรไวรัส การค้นพบดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism“เป้าหมายของเราคือการระบุการรักษาที่ไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาของระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดเท่านั้น แต่ยังลดการติดเชื้อ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน” Kevin E. Yarasheski ผู้ควบคุมการวิจัยในครั้งนี้กล่าว “ด้วยตัวยา sitagliptin นั้น ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และตัวบ่งชี้การทำงานของภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อก็ลดลง เป็นการชี้ให้เห็นว่าตัวยานั้นอาจจะมอบผลประโยชน์ในระยะยาวต่อหัวใจ กระดูก และตับของคนไข้เหล่านี้ได้”Yarasheski อธิบายว่าการรักษาโรคเบาหวานโดยทั่วไปนั้นได้ถูกทดลองกับผู้ติดเชื้อ HIV และก็ประสบความสำเร็จอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ทำระดับน้ำตาล อินซูลิน และไขมันในเลือดเป็นปกติเลยเสียทีเดียว รวมถึงตัวบ่งชี้สุขภาพของหัวใจและกระบวนการเผาผลาญอื่นๆด้วยงานวิจัยตัวยา sitagliptin ครั้งใหม่ซึ่งใช้เวลาแปดสัปดาห์นั้นเป็นการวิจัยครั้งที่สองของตัวยาดังกล่าวกับผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งในครั้งแรกนั้นได้ใช้ผู้ป่วยจำนวน 20 คนและให้ความสนใจในเรื่องว่าตัวยาดังกล่าวนั้นปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาต้องการที่จะรู้ว่าตัวยาดังกล่าวได้มอบประโยชน์ต่อสุขภาพบ้างหรือไม่พวกเขาได้ทำการวิจัยกับผู้ติดเชื้อ HIV จำนวน 36 คนที่มีอายุตั้งแต่ 18-65 ปีที่กำลังได้รับการรักษาด้วยตัวยาต้านรีโทรไวรัสและสถานะภูมิคุ้มกันเริ่มที่จะคงตัวแล้ว โดยในตอนเริ่มการวิจัยนั้น นักวิจัยได้ทำการวัดระดับกลูโคส อัตราการตอบสนองของอินซูลิน ระดับไขมัน จำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกัน และตัวบ่งชี้การติดเชื้อและตัวบ่งชี้ทางสุขภาพอื่นๆ การระบุการรักษาสำหรับคนไข้เหล่านี้นั้นเป็นเรื่องยาก ซึ่งโดยหลักๆแล้วมีสาเหตุมาจากตัวยา HIV ที่ผู้ป่วยจะต้องรับประทานเพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อกลายเป็น AIDSครึ่งหนึ่งของผู้เข้ารับการทดลองนั้นใช้ยา sitagliptin เป็นเวลา 8 สัปดาห์ในขณะที่คนที่เหลือได้รับตัวยาหลอก และในระหว่างระยะเวลาการทดลองทุกคนก็เข้ารับการรักษาด้วยยาต้านรีโทรไวรัสตามปกติ“เราต้องการที่จะรู้ว่าตัวยานี้สามารถทำให้ปัญหาน้ำตาลในเลือด และลดตัวบ่งชี้ภูมิคุ้มกัน ซึ่งพวกเราเชื่อว่า เป็นตัวชี้ให้เห็นว่ามีการติดเชื้ออยู่ของคนไข้เหล่านี้ดีขึ้นได้หรือไม่” Yarasheski กล่าว “และนั่นก็คือสิ่งที่เราพบ”งานวิจัยที่ใช้ระยะเวลามากกว่านี้นั้นจำเป็นต่อการที่จะเรียนรู้ว่า ตัวบ่งชี้การติดเชื้อที่ลดลงภายหลังการรักษาเป็นเวลา 8 สัปดาห์นั้นสามารถนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและปัญหาทางกระบวนการเผาผลาญใดๆหรือไม่ แต่สัญญาณในช่วงแรกนั้นก็ดูจะมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง“การลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ และการจัดการกับไขมันอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอเช่นกัน เราต้องการที่จะจัดการกับจุดเชื่อมระหว่างการควบคุมกระบวนการเผาผลาญและการควบคุมภูมิคุ้มกัน ซึ่งตัวยาดังกล่าวนั้นได้ช่วยลดระดับการติดเชื้อมากเพียงพอที่จะทำให้ลดการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดภาวะหัวใจล้มเหลว เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน หรือความดันเลือดสูงได้หรือไม่นั้นก็ยังเป็นคำถามที่จะต้องได้รับคำตอบ แต่การค้นพบที่เราได้มาตอนนี้นับว่ามาถูกทางแล้วที่มา : [http://www.sciencedaily.com/releases/2015/05/150515000940.htm]

อ่านทั้งหมด

การฝึกโยคะและการเจ็บปวดเรื้อรังนั้นส่งผลตรงกันข้ามต่อเนื้อสมองสีเทา

การฝึกโยคะและการเจ็บปวดเรื้อรังนั้นส่งผลตรงกันข้ามต่อเนื้อสมองสีเทา

อาการเจ็บปวดเรื้อรังนั้นเป็นที่รู้กันว่าเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของสรีระสมองและความผิดปกติต่างๆ แต่โยคะนั้นสามารถเป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกันหรือย้อนกลับผลของความเจ็บปวดเรื้อรังที่สมองได้ ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่จาก

อ่านทั้งหมด

​มีเซ็กซ์บ่อยขึ้นไม่ได้มีความสุขเพิ่มขึ้นเสมอไป

​มีเซ็กซ์บ่อยขึ้นไม่ได้มีความสุขเพิ่มขึ้นเสมอไป

ความเชื่อที่ว่ามีเซ็กซ์บ่อยทำให้มีความสุขขึ้นนั้นอาจจะไม่จริงเสมอไป เมื่อนักวิจัยพบจากการทดลองว่า คู่รักกลุ่มที่มีเซ็กซ์มากขึ้น กลับไม่ได้มีความสุขเพิ่ม แต่มีความต้องการและความสนุกกับเซ็กซ์ที่ลดลงหลายครั้งที่งานวิจัยบอกว่า

อ่านทั้งหมด

​เหตุใดตาเคลื่อนไหวแต่ภาพยังชัด

​เหตุใดตาเคลื่อนไหวแต่ภาพยังชัด

นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก และสถาบันชิลลีอาย ได้ค้นพบโมเลกุลที่เป็นกาวเชื่อมสมองที่ทำให้ภาพที่มองเห็นนั้นยังชัดและยิ่งอยู่ได้ แม้วัตถุหรือตาของเราจะเคลื่อนไหวก็ตามนักวิจัยชี้ว่า

อ่านทั้งหมด

​กล้องจุลทรรศน์ละเอียดระดับอะตอม

​กล้องจุลทรรศน์ละเอียดระดับอะตอม

นวัตกรรมใหม่ของการถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว โดยเทคนิคที่เรียกว่า กล้องจุลทรรศน์ไครโอ-อิเล็กตรอน (cryo-EM) ที่จะทำให้เราได้เห็นภาพโครงสร้างของเอ็นไซม์ในรายละเอียดเกือบเท่าระดับอะตอม

อ่านทั้งหมด

​เดินมากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ยืนยาว

​เดินมากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ยืนยาว

งานวิจัยใหม่ชี้ว่า การทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยขยับ เช่น การยืน เมื่อเทียบกับการนั่งนานๆแล้วถือว่าก็ไม่ได้ทำให้สุขภาพดีขึ้นมากเท่าไหร่ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นการเดินมากขึ้น 2 นาทีต่อชั่วโมงแล้ว สุขภาพจะดีขึ้นกว่าเดิมมากก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยชี้ว่า

อ่านทั้งหมด