ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ - วิชาการ.คอม
รู้ก่อนสอบ Admission 2553
nokkonk (10,911 views) first post: Fri 28 August 2009 last update: Wed 24 February 2010
ปัจจุบัน การสอบ Admission ปีการศึกษา 2553 นี้ ได้มีเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปอีก ในปี้นี้องค์ประกอบหลักๆที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย มีอะไรบ้าง..มาดูกันได้จากบทความนี้กันเลยจ๊า

หน้าที่ 1 - รู้ก่อนสอบ Admission

Admission ที่เราเรียกกันติดปาก จริงๆก็คือ ระบบกลางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (CentraI University Admissions System : CUAS) ที่ใช้ทำการคัดเลือกบุคคล (น้องๆนักเรียน) เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา เริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 แทนการสอบเอ็นทรานซ์ในสมัยก่อนนั่นเอง

ปัจจุบัน การสอบ Admission ปีการศึกษา 2553 นี้ ได้มีเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปอีก ในปี้นี้องค์ประกอบหลักๆที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย มีดังนี้

1) GPAX 6 ภาคเรียน
20 %
2) O-NET (8 กลุ่มสาระ)
30 %
3) GAT
10-50 %
4) PAT
0-40 %
รวม
100 %

GPAX ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร  มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า คือ คะแนนเฉลี่ยระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ใช้ในระบบแอดมิชชั่น GPAX จะคิดค่าเฉลี่ยรวมของทุกภาคเรียนครั้งเดียวตั้งแต่ม.4-6 โดยไม่แบ่งเป็นเทอมหรือภาคการศึกษา ไม่ได้คิดผลการเรียนเฉลี่ยเป็นรายวิชา คิดผลการเรียนของทุกวิชาพร้อมกัน

O-NET
(Ordinary National Educational Test) เป็นการสอบวัดความความรู้ขั้นพื้นฐานใน 6 ภาคการศึกษาของนักเรียน ชั้น ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย 8 กลุ่มวิชา สำหรับผู้ที่จะจบ 1 ช่วงชั้น เท่านั้น ผู้เข้าสอบจึงหมายถึง นักเรียน ชั้น ป.3 ป. ม.3 และ ม.6 วิธีการ นักเรียนไม่ต้องสมัคร ทุกคนมีสิทธิ์สอบ ไม่เสียค่าใช้จ่าย โรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการ

GAT
(General Aptitude Test) หรือความถนัดทั่วไป  คือ การวัดศักยภาพในการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ แยกได้ 2 ส่วน
           ส่วนที่ 1 คือ ความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และแก้โจทย์ปัญหา 50%
           ส่วนที่ 2 คือ ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50%

PAT
(Professional and Academic Aptitude Test) หรือความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ คือ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนต่อในวิชาชีพนั้น ๆ กับศักยภาพที่จะเรียนในวิชาชีพนั้นๆ ประสบความสำเร็จ มี 7 ประเภท คือ

PAT 1
ได้แก่ ความถนัดทางคณิตศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

           1. ความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ พีชคณิต เรขาคณิต Calculus สถิติ ฯลฯ
           2. ความถนัดในการเรียนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ เช่น การคิดแบบนักคณิตศาสตร์ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ การอ่านเรื่องทางคณิตศาสตร์แล้วเข้าใจแก้ปัญหาตามกระบวนการคณิตศาสตร์ เป็นต้น


PAT 2
ได้แก่ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

           1. ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ที่จะเรียนในคณะวิทยาศาสตร์และคณะอื่นที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ความรู้ในเรื่องเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ earth science, ICT เป็นต้น
           2. ความถนัดในการเรียนวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยประสบผลสำเร็จ เช่น การคิดแบนักวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ


PAT 3
ได้แก่ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

           1. ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นต้น
           2. ความถนัดในการเรียนวิศวกรรมในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ เช่น การคิดแบบวิศวกร การแก้ปัญหาทางวิศวกรรม เป็นต้น


PAT 4
ได้แก่ ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

           1. ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปกรรม ฯลฯ
           2. ความถนัดในการเรียนในคณะสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จ เช่น การมองเห็นภาพ 3 มิติในใจ และการออกแบบ ฯลฯ


PAT 5
ได้แก่ ความถนัดทางครู ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

           1. ความรู้พื้นฐานที่จะเรียนต่อในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ เช่น ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ฯลฯ
           2. ความถนัดในการเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์สำเร็จ หรือแววในการจะเป็นครู เช่น ความสามารถในการแสวงหาความรู้ ทักษะสื่อสารรู้เรื่อง ฯลฯ


PAT 6
ได้แก่ ความถนัดทางศิลปะ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

           1. ความรู้ในทฤษฎีทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ ดนตรี และความรู้อื่นที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนในคณะศิลปกรรมหรือที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จ
           2. ความถนัดในการเรียนศิลปะ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ


PAT 7
ได้แก่ ความถนัดในการเรียนภาษาต่างประเทศ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

           1. ความรู้เรื่องไวยากรณ์ หลักภาษา วรรณกรรม วรรณคดี ฯลฯ
           2. ความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน สรุป ย่อความขยายความ สังเคราะห์ วิเคราะห์ ฯลฯ

PAT 7 มี 6 ภาษา คือ

           ก) ภาษาฝรั่งเศส
           ข) ภาษาเยอรมัน
           ค) ภาษาญี่ปุ่น
           ง) ภาษาจีน
           จ) ภาษาบาลี
           ฉ) ภาษาอาหรับ
กลุ่มที่
กลุ่มสาขาวิชา
GPAX
O-NET
GAT
PAT
รวม
1.

กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
1.1 เภสัชศาสตร์ สหเวชศาสตร์
สาธารณสุขศาสตร์ เทคนิคการแพทย์
วิทยาศาสตร์การกีฬา พลศึกษา และสุขศึกษา

20%
30%
20%
P2 30%
100%
  1.2 ทันตแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์
20%
30%
30%
P2 20%
100%
2.
กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพ
2.1 วิทยาศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยีสารสนเทศ
20%
30%
10%

P1 10%
P2 30%

100%
3.
กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์
20%
30%
15%

P2 15%
P3 20%

100%
4.
กลุ่มสถาปัตยกรรมศาสตร์
20%
30%
10 %
P4 40%
100%
5.
กลุ่มเกษตรศาสตร์
เกษตรศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร วนศาสตร์เทคโนโลยีการเกษตร
20%
30%
20 %

P1 10%
P2 20%

100%
6.

กลุ่มบริหาร พาณิชยศาสตร์ การบัญชี การท่องเที่ยวและโรงแรม และเศรษฐศาสตร์
6.1 บริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ การบัญชีเศรษฐศาสตร์


20%

30%

30 %


P1 20%


100%
  6.2 การท่องเที่ยว และโรงแรม
แบบที่ 1
แบบที่ 2


20%
20%


30%
30%


50 %
40%


-
P7 20%


100%
100%
7.
กลุ่มครุศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์
20%
30%
20 %

P5 30%

100%
8.
กลุ่มศิลปกรรม ดุริยางคศิลป์ และนาฏยศิลป์ วิจิตรศิลป์ ศิลปะประยุกต์ ดุริยางคศิลป์และนาฏยศิลป์
20%
30%
10 %

P6 40%

100%
9.
กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมวิทยา สังคมสงเคราห์ศาสตร          
  รูปแบบที่ 1 พื้นฐานวิทยาศาสตร์
20%
30%
40 %

P1 10%

100%
  รูปแบบที่ 2 พื้นฐานศิลปศาสตร์
แบบที่ 1
แบบที่ 2


20%
20%


30%
30%


50 %
40%


-
10%


100%
100%

สรุป
คือ GAT เป็นการสอบที่ไม่ยึดติดกับความรู้ในวิชา แต่เป็นการวัดความสามารถในการเรียนที่ได้รับการฝึกฝนมา แล้วดึงทักษะต่างๆ มาใช้ในการสอบ ส่วน PAT เป็นการสอบที่เน้นความรู้  ความตั้งใจในเรียนในชั้นเรียน การทบทวน ความรู้ที่ใช้สอบจึงเป็นความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในห้องเรียน


อ้างอิง    สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  (www.cuas.or.th)
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ  (www.niets.or.th)



บทความที่เกี่ยวข้อง
1 ทปอ. จัดตั้ง สอท. ดำเนินงาน Admissions
2 9 เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ Admission 2553
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




nokkonk
(janny P)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 50,720 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 328 ครั้ง
ได้รับดาว 281 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน