|

| 303 |
| 751 |
ตาสวยซึ้งลืมขึ้นอย่างตื่นเต้น ยิ้มกว้างเมื่อชายหนุ่มตรงหน้ายังไม่ลืมวันสำคัญ
“ขอบคุณคะ”
“แกะเลย” น้ำเสียงที่ตื่นเต้นไม่แพ้กันเผยออกจากริมฝีปากเรียว ซึ่งค่อยๆเม้มแน่นหลังพูดจบรอให้หญิงสาวเห็นของขวัญวันครบรอบการเป็นแฟนกัน 5 ปีของเค้า
หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย รีบเปิดกล่องใบเล็กออกอย่างรวดเร็ว ก่อนรอยยิ้มกว้างจะเริ่มบางลง เมื่อของขวัญในกล่องใบเล็กคือ...
กุญแจ
ชายหนุ่มรับรู้ถึงแววตาไหววาวของหญิงสาวตรงหน้าได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ไม่ชอบในของขวัญ แต่เพราะกุญแจดอกนี้มีคุณค่าเกินกว่าจะรับไว้ได้
กุญแจของบ้านหลังนี้...
พริ้มเพรารู้ดีว่าชายหนุ่มคนรักมีฐานะระดับใด เธอเองก็มีฐานะในระดับที่ไม่แตกต่างกัน
แต่คนรวยก็ไม่ต้องถึงขั้นให้บ้านเป็นของขวัญกันนี่...
“มันไม่มากไปเหรอ”
“ไม่หรอก พี่อยากจะให้หนูพริ้มเก็บกุญแจบ้านหลังนี้ไว้กับหนูพริ้ม หนูพริ้มจะได้รู้ว่า พี่จะได้เอาคนอื่นมาที่บ้านหลังนี้ไม่ได้อีก หนูพริ้มจะเป็นคนแรก... และคนเดียว”
แววตามุ่งมั่นฉายวับสะท้อนใบหน้างามของหญิงสาวตรงหน้า น้ำเสียงอ่อนโยน สะกดใจพริ้มเพราได้อยู่หมัด มันมากพอที่จะทำให้สมองของเธอต้องสั่งการให้หาของขวัญชิ้นที่พิเศษยิ่งกว่ามามอบให้คนรักตรงหน้าให้ได้
“ฉันก็บอกไม่ถูกหรอกนะ ว่าทำไมฉันถึงชอบหนูพริ้ม แต่แค่เห็นครั้งแรกก็ชอบทันที คงเป็นรักแรกพบละมั้ง” ดวงตาหวานซึ้งบ่งบอกถึงเรื่องราวที่เล่า แม้แอลกอฮอล์ในเลือดจะไหลเวียนทั่วร่าง แต่ก็ไม่สามารถเลือนความรู้สึกในใจของชายหนุ่มได้
“ชอบเค้าแต่ปล่อยให้เค้าเป็นแฟนกับคุณจิตติได้เนี่ยนะ จีบผู้หญิงเป็นป่ะเนี่ย” เสียงหวานส่งครื้นเครงอย่างไม่รู้ตัวว่ากำลังทิ่มแทงใจดำของวาริชเข้าอย่างจัง
ความเงียบเข้าบดบังแววตาใสดั่งคนไม่ได้สติให้เปลี่ยนเป็นความเหนื่อยล้า อ่อนแรงลงเมื่อนึกถึงวันแรกที่เค้าได้เจอกับพริ้มเพรา โดยที่ชายหนุ่มที่หญิงสาวเอ่ยถึงยืนอยู่ข้างกายด้วย
“แล้วหนูพริ้มล่ะ” เสียงออดอ้อนส่งพร้อมแววตาหวานซึ้ง “มีของขวัญอะไรให้พี่”
เมื่อแววตาหญิงสาวว่างเปล่าไม่สื่อถึงความนัย ชายหนุ่มจึงรู้ได้ทันที “อย่าบอกนะว่าไม่มีอะไรให้อีกแล้วอะ”
ยิ่งไม่ตอบ ยิ่งแปลว่าใช่ “โห หนูพริ้มอ่ะ นี่ปีที่ห้าแล้วนะ พี่จำได้ทุกปี หนูพริ้มไม่เคยจำได้ซักปี” เสียงเน้นย้ำเมื่อเห็นร่างเล็กตรงหน้าทำตาใส “เมื่อสองปีที่แล้วก็จำไม่ได้ กว่าพี่จะได้ของขวัญที่หนูพริ้มส่งมานี่ก็เลยไปตั้งเกือบสามเดือน”
“โอ๊ยๆ ใจเย็นๆสิ บ่นเป็นตาแก่ไปได้ พริ้มบอกเหรอว่าไม่มี”
ร่างสูงส่งยิ้มกว้างจนแทบไม่เห็นดวงตาปิติ หากแต่ไม่สังเกตเห็นแววหวั่นไหวของหญิงสาวตรงหน้าก่อนที่เธอจะเริ่มมอบของขวัญชิ้นใหญ่ “หลับตาก่อนนะ”
ชายหนุ่มทำตามว่าง่าย ไม่คิดจะโกงแอบลืมตา เพราะมันน่าจะดีกว่าเป็นไหนๆที่ได้ลุ้นว่าหญิงสาวจะมอบสิ่งล้ำค่าสิ่งไหนให้เป็นของขวัญ
ร่างบางเคลื่อนออกจากตรงหน้าชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า ราวกับไม่ต้องการให้สายลมบางเบาจากการเคลื่อนไหวบอกอะไรแก่จิตติได้ อ้อมหัวเตียงไปทางหน้าต่างมุ้งลวดที่ชายหนุ่มสั่งให้แม่บ้านเปิดไว้รับลมเย็น มือเรียวลากม่านสีสะอาดออกแผ่วเบาจนคลุมมิดบานหน้าต่าง ก่อนจะดึงผ้าปูเตียงสีเดียวกับผ้าม่านออกช้าๆ
แววตาสะท้อนด้านหลังของชายหนุ่มที่ดวงตายังปิดสนิท รอยหวั่นไหวเข้าบดบังบ่งบอกได้ถึงความไม่แน่ใจ
‘มาถูกทางรึเปล่า ควรจะทำแบบนี้จริงรึเปล่า’
ในเวลานี้คงไม่มีใครบอกได้ดีเท่าตัวเอง แต่เมื่อบางสิ่งเข้าปกคลุมความรู้สึกผิดชอบจนหมดสิ้น บางสิ่งเข้ากัดกินความสมอง คงเหลือไว้แต่หัวใจที่หวั่นไหว
บางสิ่งที่ดูเหมือนจะล้อกับบรรยากาศเย็นสบายและกลิ่นชื้นอุ่นของทะเลสวย บางสิ่งที่นำสายลมมาพัดใจให้ลอยหวิวไปไกล...
มันไกล เกินกว่าจะรู้สึกตัว
บางสิ่งที่เรียกว่า ความรัก
“ก็แปลกดีนะ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ไปที่ไหน ชอบใคร ก็มักจะมีจิตติเข้ามาเสมอ ฉันเป็นประธานบริษัท เป็นเจ้านายจิตติ มีหน้ามีตา มีชื่อเสียง แต่ในความรู้สึกฉัน ฉันไม่เคยชนะจิตติได้เลย... ซักครั้งเดียว” เสียงตอบคำถามอ่อนลงจนสิ้นประโยค ใบหน้าสวยลอบมองชายหนุ่มข้างตัว
หญิงสาวคงรู้แล้วว่า เธอจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ความรู้สึกของวาริชถ้าเธอปิดใจรับฟังเพียงแต่จิตติเท่านั้น
และตอนนี้เสียงหัวใจของวาริชก็กำลังบอกอะไรบางอย่าง
บางอย่างที่เธอไม่เคยคิดจะรับฟังมาก่อน
บางเรื่องราวที่เธอไม่เคยสัมผัส
บางด้านของวาริช ซึ่งเธอไม่เคยรับรู้
‘เพราะนายไม่บอก หรือเพราะฉันไม่เคยเปิดใจฟังนายกันแน่นะ’



| 303 |
| 751 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |