|

| 182 |
| 497 |
ณ ห้องอาหาร
แจง เป็นอะไรรึป่าว ทำไมหน้าซีดจัง
ป่าวหรอก ไม่ได้เป็นอะไร
แล้ววันนี้มีอะไรเหรอ เห็นบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเรา เค้าถามหลังจากสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
คือ....เราจะไปญี่ปุ่นอาทิตย์หน้าหนะ เราก็เลยจะมาลา
อ้าว....ทำไมหละ มีปัญหารึป่าว บอกเราได้น่ะ เรายินดีช่วย
คือ...มันไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก แต่เราอยากไปอยู่กับพ่อกับแม่หนะ ไม่อยากให้ท่านเหงา อีกอย่างเราก็เบื่อกรุงเทพฯด้วย
เราไม่เชื่อ แจงกำลังโกหกเราอยู่น่ะ เค้ามองหน้าพยายามหาพิรุทในท่าทีของเพื่อน
เรามีอีกเรื่องที่อยากจะบอกนาย
.....
เรา....เราชอบนายน่ะ
*_*
อย่าทำหน้าอย่างนั้นซิ ถึงเราจะชอบนายก็จริงน่ะเทส แต่เราก็ไม่อยากให้นายเกลียดเราไปตลอดหรอกน่ะ ที่เราบอกเพราะว่าเราอยากให้นายรับรู้ก็เท่านั้นเอง เรารู้ว่านายไม่เคยมีเราอยู่ในสายตาของนายเลย ที่นายมีก็แค่คำว่าเพื่อน แล้วเราก็รู้มาตลอดว่ายังมีอีกคนที่รอเราอยู่
คือ...แจง เรางงไปหมดแล้ว
คนที่เค้ารักเรา ตอนนี้เค้ากำลังรอเราอยู่ แล้วเค้าก็จะไปอยู่ที่โน้นกับเราด้วย
ใครเหรอ เค้าถามด้วยความสงสัย ไม่เคยรับรู้เลยว่าเพื่อนคนนี้จะมีความรู้สึกดี ๆ กับเค้าได้เกินคำว่าเพื่อน ไม่เคยรู้เลยจริง ๆ
วิทย์
วิทย์เหรอ ทำไมถึงกลายเป็นมันไปได้หละ ปกติมันไม่ค่อยคุยกับแจงสักเท่าไหร่หนิ
รู้น้อยไปหนะซิ พูดมากจนคนฟังยังหลับเลย
โห...ไอ้วิทย์ ร้ายใช่ย่อยน่ะเนี๊ย เงียบไว้ได้ตั้งนาน
วิทย์กำลังรอเราอยู่ และเพิ่งจะสารภาพรักกับเราเมื่อวานนี่เองเธอตอบแบบเอียงอาย คงไม่มีกล้าที่จะมาบอกเรื่องแบบนี้กับเพื่อนหรอก แต่เธอก็ไม่อยากให้เพื่อนไม่สบายใจ จึงจำเป็นต้องบอก
+555 งั้นก็แสดงว่าอาจจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี่ซิ
ไม่แน่น่ะ....เทส....เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม....เรายังรักกันได้ใช่ไหมเธอดึงมือเค้ามาจับไว้
ได้ซิ เรายังเป็นเพื่อนต่อกันได้และเป็นได้ตลอดไปด้วยเค้าวางมืออีกข้างทับมือของเธอเอาไว้ แล้วลูบมันเบา ๆ
เราดีใจน่ะที่นายยังดีกับเราเหมือนเดิม ยังไงพรุ่งนี้เราจะมาเก็บของแล้วก็ลาออก ยังไงก็อย่าลืมไปส่งด้วยหละ
รู้แล้วหละน๊า เพื่อนรักกันไม่ไปส่งกันได้ไง
แล้วนายหละ เมื่อไหร่ถึงจะมีข่าวดี
ยังไม่รู้ แต่คงไม่นานแล้วหละ เราอดทนรอมาตั้งนาน เราจะไม่ยอมให้เสียโอกาสไปอีกแล้ว
เราดีใจด้วยน่ะ ขอให้รักกันนานๆ หละ
ขอบใจน่ะ
อื้ม สองคนนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน จนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่
................................................
พิม พิมเป็นอะไรรึป่าว ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นว่าเธออ้วกตั้งแต่เช้า บางครั้งก็บ่นว่าปวดหัวบ้าง เหนื่อยบ้าง จนมันล่วงเลยมาเป็นเวลา 2 วันแล้ว เค้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเค้ากับพิม แต่ที่รู้ ๆ ตั้งแต่วันที่กลับมาจากหาหมอของวันนั้น เค้ากับเธอก็ร่วมรักกันมาโดยตลอด โดยที่เธอหาข้ออ้างว่าจะยอมป้องกันด้วยการใส่ถุงยาง แต่เค้าหารู้ไม่ว่าเธอแอบเอาเข็มเจาะรู้ทุกครั้งที่ร่วมรักกัน จนเธอแน่ใจแล้วว่าตอนนี้เธอกำลังมีลูก โดยคนที่เป็นสามีไม่เคยรู้เลยว่าเค้าได้ถูกเธอหลอกไปเต็ม ๆ
ป่าวคะ พิมไม่ได้....เอิ้กกกกกก
พิม พี่ว่าไปหาหมอเหอะ พิมเป็นแบบนี้มาสองวันแล้วน่ะ
พิมไม่อยากไป ไม่ไปได้ไหมคะ
แต่พี่จะพาไป พี่ไม่อยากให้พิมเป็นแบบนี้อีกแล้ว มะ...พี่จะพาไปแต่งตัว เค้าพยุงเธอให้ลุกขึ้นจากพื้นในห้องน้ำ ที่สภาพตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เพราะไม่ว่าเธอจะกินอะไรเข้าไป มันก็ออกมาหมดจนไม่มีเรี่ยวแรง
นัม.....พิมเป็นอะไรไปเหรอ พี่ได้ยินเสียงอ้วกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ไม่รู้เหมือนกัน ผมกำลังจะพาไปหาหมอ เดี๋ยวผมกลับมาแล้วจะบอกน่ะ เค้ารีบอุ้มเธอออกไป แต่คนเป็นน้องกลับยิ้มให้เธอเหมือนคนมีความสุข นี่มันอะไรกัน...ไม่ใช่เพราะอาการเริ่มแรงของโรคหรอกน่ะ ไม่...มันต้องไม่ใช่แบบนั้น เธอไม่ยอมแน่ ๆ ทำไมน้องสาวเธอถึงยอมน่ะ เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ตัวเองเป็นถึงขนาดนี้แล้วยังมายิ้มให้เหมือนคนกำลังมีความสุข ไม่ได้...เธอต้องตามไปด้วย ความคิดเร็วเท่าฝีเท้า เมื่อเธอคิดได้ก็รีบขับรถตามไปยังโรงพยาบาลทันที จนคนที่เห็นก่อนต้องร้องด้วยความตกใจ
อ้าว....พี่พาม ตามมาทำไม ผมบอกแล้วไงว่ากลับไปแล้วจะบอก เค้าสงสัยว่าทำไมพี่น้องคู่นี้ถึงดื้อเหมือนกันนัก พูดอะไรเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปซะหมด
พี่เป็นห่วงพิม นัมรีบพาเข้าไปหาหมอเหอะ พี่จะรออยู่ตรงนี้
ครับ ๆเธอนั่งรอจนเวลาผ่านไปจาก 9 โมงเป็น 9.30 โมง แต่ทั้งน้องสาวและน้องเขยก็ไม่ยอมออกมา จนเธอต้องเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่อย่างนั้น และกระทั่งเธอสบายใจเมื่อเห็นนัมเดินออกมาจากห้อง แต่แล้วต้องกลับหนักใจเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของน้องเขย
นัม พิมเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าแบบนี้หละ
พิม.....พิมกำลัง....กำลังตั้งท้อง เค้าพูดจบพร้อมกับพาร่างกันอันไร้เรี่ยวแรงทรุดลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นอย่างหมดอาลัย นี่เธอยอมปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้ยังไง เค้าไม่เข้าใจเลย ไม่ใช่ว่าเค้าไม่รักเด็กที่กำลังจะลืมตาดูโลก แต่ใครจะรับได้หากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันกลับเลวร้ายเกินไป แม้แต่คำว่าพ่อก็ไม่สมควรที่จะเรียกด้วยซ้ำ
นัม เป็นอะไรรึป่าว พามรีบดูอาการชายหนุ่มทันที เพราะเธอรู้ดีว่าทำไมเค้าถึงมีอาการเช่นนี้ ขนาดเธอเองยังช็อคเลย แล้วเค้าหละ....จะมีอาการแบบนี้มันก็คงไม่แปลกเลยก็ว่าได้
พาม...ผมสมควรจะเป็นพ่อของเด็กเหรอ ผมสมควรแล้วเหรอ เค้าเรียกเธอเหมือนเพื่อนคนนึงที่ต้องการจะปรึกษา สภาพตอนนี้ของเค้าคือการนั่งซบหน้ากับฝ่ามือตัวเอง เสียงสะอื้นที่ดังออกมาทำให้พามแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ความเสียใจครั้งนี้ เธอเป็นคนรับรู้ด้วยเช่นกัน เพราะคน ๆ นั้นคือน้องสาวของเธอ
ไม่เป็นอะไรน่ะ ยังไงนายก็เป็นพ่อของลูกได้
ไม่.....มันต้องไม่ใช่อย่างนี้ ผมรับไม่ได้ ได้ยินไหมผมรับไม่ได้พาม ผมรับไม่ได้จริง ๆ เค้าสะอื้นเป็นระยะ น้ำตาแห่งการเสียใจในครั้งนี้มันช่างปวดร้าวเหลือเกิน เหมือนต้องรู้ว่าเค้าจะต้องเสียใจยิ่งกว่าครั้งนี้มากเป็นไหน ๆ
แต่นายยังมีพิม ยังมีฉัน แล้วไหนจะลูกอีก นายจะยอมแพ้ง่าย ๆ งั้นเหรอ นายทำได้เหรอนัม นายตอบฉันมาซิ
ไม่รู้ ไม่รู้จริง ๆ ผมเสียใจที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมเสียใจ ผมขอโทษ
พี่นัมไม่ได้ผิดหรอกคะ พิมเองต่างหากที่ผิด เธอได้ยินทุกอย่าง เธอเองก็เสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่พยายามจะบอกความจริงเกี่ยวกับตัวเค้าให้รู้เรื่อง แต่ทุกครั้งก็ถูกปฏิเสธ เพราะเค้าไม่เคยว่างเลย เหมือนชีวิตนี้เค้าไม่ต้องการให้เธอลำบากเลยก็ว่าได้ แต่ป่าวเลย.....เค้าคิดผิด และมันก็ร้ายแรงพอที่จะทำให้เค้าเสียใจได้ ตอนนี้ไงที่เวลานั้นกำลังมา เธอจะไม่ปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้อีกแล้ว
พิม/พิม ทั้งพามและนัมต่างเรียกชื่อด้วยความตกใจ เค้าไม่อยากให้เธอเห็นสภาพอย่างนี้เลย มันเหมือนความอ่อนแอที่น่าอับอายของผู้ชายคนนึง ที่เค้าพยายามซ่อนเอาไว้ แต่แล้วมันก็ถูกเปิดเผยออกมาจนได้
เรากลับบ้านกันเถอะคะ พิมมีเรื่องจะบอก
เรื่องอะไร บอกพี่เลยได้ไหมพามเดินเข้ามาพยุงน้องสาวเอาไว้
พิมอยากบอกพี่ตอนนี้เลย แต่พิมว่ามันไม่เหมาะ เรากลับไปคุยกันที่บ้านน่ะคะ
แล้วหมอว่าไงบ้าง เรื่อง.....ลูก เธออึกอัก และรู้สึกไม่สบายใจเลยที่ต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้ ไม่มีใครหรอกที่จะทำใจยอมรับได้
แล้วพิมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังคะ ทั้งสามคนพาตัวเองกลับบ้านอย่างอัดอั้น เพราะอยากจะรู้เรื่องราวต่าง ๆ จนใจจะขาด จนกระทั่งถึงบ้าน ทั้งนัมและพามต่างรีบเดินเข้าบ้านเหมือนกับว่าบ้านจะหนีไปไหนก็ว่าได้ ไม่นานทุกคนก็นั่งประจำที่อย่างใจจดใจจ่อ และแล้วความจริงทุกอย่างก็ปรากฎขึ้นมาต่อหน้าเมื่อพิมยื่นกระดาษสองแผ่นให้นัมดู คนที่น่าตกใจที่สุดคงไม่พ้นเจ้าตัว เพราะเมื่อหยิบกระดาษขึ้นมาดู และได้กวาดสายตาอ่านตัวอักษรทุกตัวอักษร ปรากฎว่าเค้ารู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้เป็นเอดส์ มันเป็นการเข้าใจผิด มันเป็นแค่การเข้าใจผิด เมื่ออ่านจบกระดาษได้ร่วงหล่นลงสู้พื้นอย่างไร้ความปราณี พามจึงหยิบขึ้นมา แล้วเธอก็ต้องตกใจอีกคน เมื่อเธอได้อ่านจนจบ
นี่เป็นเรื่องจริงเหรอพิม มันเป็นความจริงใช่ไหมพี่สาวเป็นคนตั้งสติได้จึงรีบถามหาความ
ทุกอย่างก็เป็นเรื่องจริงคะ เพราะพิมเป็นคนหาความจริงเอง
นี่แสดงว่า.....พี่ไม่ได้เป็นเอดส์ใช่ไหมพิม พี่ไม่ได้เป็นใช่ไหม แล้วทำไมพี่ถึงได้มีอาการคล้ายกับคนเป็นเอดส์เลยหละ เค้าเขย่าร่างจนเธอเริ่มมึน เมื่อเห็นว่าหน้าเธอซีดจึงรีบดูอาการ
พี่นัมคะ จะเอาคำตอบจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายพิมเลยเหรอคะเธอแกล้งพูดล้อเล่น จนเค้าอดหัวเราะกับการกระทำของเค้าไม่ได้ จึงได้ยิ้มเห่ย ๆ ใส่เธอ
คือ....พี่ขอโทษ บอกพี่หน่อยได้ไหม พี่สงสัย
หมอบอกว่าอาจจะมีสาเหตุมาจากโรคอื่นก็ได้ คืออาจจะไม่สบายแล้วร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ สภาพมันก็จะคล้าย ๆ กัน พี่ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองเหรอคะว่ามันแปลกไปขนาดไหน จากคนรูปร่างผอม ๆ แต่ตอนนี้ปลิ้นซะน่าเกลียดแล้ว เธอชี้ให้ดูตรงบริเวณเอว แล้วเค้าก็เพิ่งจะรู้ตอนนี้นี่เองว่ามันเปลี่ยนไปจริง ๆ เหมือนที่เธอพูด คงจะเป็นเพราะเธอดูแลเอาใจใส่เค้าก็เป็นได้
พี่ดีใจด้วยน่ะพิม พี่ดีใจด้วยจริง ๆพามจับมือและกอดน้องสาวเอาไว้ เธอรู้สึกยินดีเหลือเกิน และแล้วสวรรค์ก็เข้าข้างเธอและน้อง
ขอบคุณคะ ต่อไปนี้พี่จะได้ไม่เหงาแล้วน่ะคะ แล้วอย่ามาว่ารำคาญเสียงเด็กร้องหละ
จ้า พี่ไม่รำคาญแน่นอน
ว่าแต่เมื่อไหร่พี่สนคนรู้ใจของพี่จะมาขอสักทีคะ พิมรอนานแล้วน่ะ
โอ้ยยย.....รายนั้นหนะเหรอ พี่คงเป็นหมันก่อนหละซิไม่ว่า
นินทาอะไรพี่อยู่รึป่าวพิมสนเดินเข้ามาได้ยินเสียงที่กำลังพูดคุยกันแล้วมีชื่อของเค้าอยู่ด้วย จึงเดาได้ว่าคงจะเป็นใครไม่ได้ นอกจากเค้านั่นเอง
พี่สน นึกว่าชาตินี้จะไม่เข้าบ้านนี้ซะแล้ว
เราก็เว่อร์ไป แล้วนี่ว่าไง นินทาอะไรพี่กันอยู่เหรอ
ป่าวหรอกคะ เพียงแค่มีใครบางคนกำลังน้อยอกน้อยใจเท่านั้นเอง คนอื่นเค้ามีลูกกันหมดแล้ว แต่ตัวเองยังไม่ได้แต่งงานสักที ไม่รู้ว่าชาตินี้พี่ของพิมจะขายออกรึป่าวก็ไม่รู้
ยัยพิม
ใครมีลูก อย่าบอกน่ะว่าพิมท้อง
ใช่คะ พิมท้องไ
หวัดดีคะ loto ผู้มาใหม่ แค่มีใจที่รักในการเขียนและอ่าน แค่นี้ก็ทำได้แล้วคะ
อย่าเครียด แต่ให้สนุกเวลาแต่ง มันจะทำให้คุณรู้ว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด
(แต่กว่าจะถึงวันนี้ บาร์บี้เกือบตายเหมือนคะ +5555)
ส่วนโซดา รอว่างหน่อยน่ะจ๊ะ แล้วจะไปอ่าน ขอบคุณน่ะคะทุกคน
ฮ่าๆๆสนุกมากๆเลยล่ะ ไปอ่านขิงเราบ้างน้า~~
บารบี้จ้า
คิดถุง
เอ้ย
คิดถึง
เอ้ย
ถูกแล้ว
จริงๆนะ
>O<
คิคิ
คุคุ
จามเราไม่ได้ชิมิ T^T

หวัดดี หายไปนานเหมือนกันเด้อค่า กลับมาแล้วนะ อยู่ไหนก็รีบกลับมาด้วยละ่
ชื่อเรื่องเหมือนนิยายที่เคยอ่านเลย
ใครเป้นสมาชิกเว็บนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วบ้างอ่ะอยากรุ้จัก
ว่าแล้วคุ้นๆชื่อคุรบาบี้เป้นสมาชิกมาเป้นปีแล้วสินะค่ะเราก้เหมือนกันแต่เปลี่ยนแล้วจาก@@@@ไม่ได้เล่นเน็ตนานเลยลืมรหัสตัวเองไปลืมเมล์ที่ตัวเองใส่ไว้ด้วยแต่ก็มาสมัครใหม่แล้วและจะยังอ่านนิยายของคุณบาบี้ต่อไปค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ น่ะคะที่เข้ามาอ่านและทักทายกัน
ขอให้มีความสุขมาก ๆ น่ะคะ รักน่ะจุ๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เราชอบเรื่องนี้นะ แต่เราตะงิดใจทุกทีทำไมพระเอกต้องความจำเสื่อมอ่ะ
ตอบเราหน่อยนะ
บาร์บี้จำไม่ได้ ขอกลับไปดูต้นฉบับก่อนน่ะ แล้วจะตอบข้อข้องใจที่มันตะงิดใจของ fugi_kung น่ะ ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยน่ะที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์กัน
ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยได้อัพเดทเลย +555 (อายจัง) แต่ตอนนี้กำลังจะมีเรื่องใหม่มาลงให้อ่านกันน่ะ ยังไงก็รอสักแป๊บน่ะจ๊ะ
ทำไมอ่านตอนแรกๆ ไม่ได้ง่ะ ไม่เห็นมีให้อ่านเลย ทำไงดีอยากอ่าน แนะนำหน่อยดิ๊

| 182 |
| 497 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |