นิยายรัก คนจิตดับ...คืนเดือนเดือด | วิชาการ.คอม
8
60

คนจิตดับ...คืนเดือนเดือด

เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยสะท้อนปัญหาสังคมในปัจจุบัน..อาจเป็นเรื่องที่เกินความจริงไปบ้างแต่ผู้เขียนมีเจตนาเพื่อความบันเทิงและแฝงข้อคิดทางสังคม
ผู้เขียน: hnek ชมแล้ว: 4,185 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 9 August 2007, 9:54 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 11 August 2007, 11:25 pm
อยู่ในส่วน:
สารบัญ
หน้า : 1 ตอนที่1
หน้า : 2 ตอนที่ 2

หน้าที่ 1 - ตอนที่1
คนจิตดับ…คืนเดือนเดือด Fighthing the moon Iight (ตอนที่ 1 ) วันหนึ่ง...ณ. ชายป่าแห่งหนึ่งมีครอบครัวของลุงบุญชอบ แกมีภรรยาหนึ่งคนที่กำลังตั้งท้องและใกล้จะคลอด ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจนทำไร่ไถนาไปวันๆ และเวลาก็ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนเมียแกก็ถึงกำหนดใกล้ที่จะคลอด ดูเหมือนว่าครอบครัวนี้จะมีความสุขดีเหมือนๆ กับครอบครัวอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงแต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ได้เกิดเหตุการณ์มีโจรได้บุกปล้นบ้านของลุงบุญชอบ โจรนั้นได้ใช้ปืนยิงลุงบุญชอบจนเสียชีวิต และได้ยิงภรรยาของลุงที่กำลังตั้งท้องด้วย และในเวลานั้นเสียงปืนที่ดังสนั่นทำให้ชาวบ้านแถวนั้นตื่นขึ้น และรีบมาที่บ้านของคุณลุง เมื่อโจรเห็นชาวบ้านมากันจำนวนมากจึงได้หนีไปกันหมด เหลือไว้แต่เพียงร่างอันไร้วิญญาณของคุณลุง แลร่างของภรรยาของคุณลุงที่นอนเจ็บอยู่และลมหายใจของแกก็กำลังจะหมดไป ชาวบ้านจึงได้พากันนำส่งโรงพยาบาลเมื่อถึงโรงพยาบาล ทางแพทย์ก็ได้รีบช่วยเหลือคุณป้ากับลูกในท้องอย่างเร่งด่วนแต่เมื่อนำลูกออกมาจากครรภ์ของคุณป้าก็ต้องพบว่า คุณป้ากับลูกเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่ และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่น่าสพรึงกลัวเมื่อ อยู่ๆ ไฟทั้งโรงพยาบาลดับหมดและฟ้าที่มีดวงจันทร์ที่สว่างไสวก็มืดลงด้วยก้อนเมฆที่มาบดบังดวงจันทร์และพร้อมกับมีเสียงหมาหอนที่แสนโหยหวนดังลั่นโรงพยาบาลนานอยู่หลายชั่วโมงทำให้คนทั้งโรงพยาบาลเกิดความหวาดกลัว และแล้ว ได้เกิดเหตุฟ้าผ่าขึ้นที่โรงพยาบาล สักพักเหตุการณ์เหล่านั้นก็ได้สงบลง และแล้ว ทั้งแพทย์และพยาบาลก็ต้องประหลาดใจเมื่อจู่ๆ เครื่องวัดการเต้นของหัวใจเกิดดังขึ้น ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ เด็กที่เสียชีวิตไปหลายชั่วโมงนั้นเกิดฟื้นขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ แต่จะมีประโยชน์อะไร เมื่อเด็กฟื้นแต่คุณป้าแม่ของเด็กไม่ฟื้นด้วย ใครจะเป็นผู้เลี้ยงเด็กคนนี้ล่ะ เพราะครอบครัวนี้ไม่มีญาติอยู่เลย และหลายวันต่อมา เด็กคนนี้ได้มีมูลนิธิเอื้ออารีได้ติดต่อเข้ามาเพื่อที่จะนำเด็กคนนี้ไปอุปการะเลี้ยงดู และได้ตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่า “มนต์ยาวี” ซึ่งมีความหมายว่า คาถา หรือเวทย์มนต์ ซึ่งเด็กคนนี้ได้รอดตายเหมือนมีเวทย์มนต์เสกให้ฟื้น มนต์ยาวี ได้อยู่ที่มูลนิธิมา 5 ปี และเกิดเหตุการณ์อันน่าประหลาดอยู่ทุกคืนที่พระจันทร์เต็มดวง คือมนต์ยาวี จะหายไปอย่างไร้ล่องลอย และจะพบเธออีกทีก็ตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นในสภาพที่ร่างกายอิดโรย หมดเรี่ยวแรงที่จะเดิน และทุกเช้าก็จะพบข่าวตามหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับเด็กปราบแก็งค์อันธพาล และหลายปีต่อมา มนต์ยาวี มีอายุได้ 15 ปี เธอได้จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 และเธอก็ตัดสินใจเรียนต่อในระดับ ม.ปลาย เมื่อโตเป็นสาวก็แต่นอนที่จะต้องมีหนุ่มๆ มาชอบเธอเพราะเธอเป็นคนที่มีความสวย ไม่ว่าใครได้เห็นเป็นต้องตกหลุมรักเธอทุกคน จนอยู่มาคืนหนึ่ง เธอต้องออกไปซื้อของที่หน้าปากซอยและเธอได้เดินผ่านกลุ่มคนที่กำลังนั่งกินเหล้า และคนกลุ่มนั้นก็เมาและเห็นมนต์ยาวี จึงเกิดที่จะข่มขืนเธอ เธอจึงวิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิต และแล้วเธอก็หนี้เนื้อมีของอันธพาลขี้เมานั้นไม่พ้น เธอดิ้นสุดชีวิต และเมื่อกลุ่มขี้เมาเหล่านั้นเห็นเธอดิน จึงได้บีบคอของเธอ จนเธอหมดลมหายใจ เธอกลุ่มขี้เมาเห็นว่าเธอตายแล้วจึงลงมือที่จะข่มขืน และแล้วทั้งฟ้าที่สว่างไสวด้วยแสงจันทร์ก็มืดลง ดวงจันทร์เป็นสีแดงเหมือนเลือดนก มนต์ยาวี ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้กลุ่มคนที่จะข่มขืนเธอนั้นเกิดความประหลาดใจว่าเธอฟื้นได้ยังไง แต่ก็ไม่ทิ้งความคิดที่จะข่มขืนเธอ มนต์ยาวี ได้เอื้อมมือตบหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นเข้าอย่างแรง จนคนที่โดนเธอตบนั้นตายคาที่ คนที่เหลือเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงคิดที่จะวิ่งหนี แต่ก็ก้าวขาไม่ออกเหมือนโดนมนต์สะกดเอาไว้ กลุ่มคนเหล่านั้นจึงได้ร้องขอชีวิตจากเธอ แต่มันก็สายไปเสียแล้วที่คิดที่จะกลับใจ เพราะมนต์ยาวีคนนี้ไม่ใช่คนที่อ่อนแอ เธอเหมือนมีเวทย์มนต์เธอได้สะกดให้คนเหล่านั้นหลับไป เธอจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเมื่อตำรวจมาดูที่เกิดเหตุก็พบว่าคนเหล่านั้นหลับอยู่จึงได้ควบคุมตัวไปที่โรงพัก เมื่อคนเหล่านั้นฟื้นขึ้นมาก็มีอาการที่พูดไม่รู้เรื่อง ปรากฏว่าคนเหล่านั้นเสียสติไปแล้วจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มนต์ยาวีได้กลับไปที่บ้านเอื้ออารี โดยเธอรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ 3 ปีต่อมาเธอเรียนจบในระดับ ม.ปลายเธอได้เข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยพยาบาล เมื่อเธอเรียนจบที่วิทยาพยาบาล เธอจึงได้เข้าทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลที่เธอเสียชีวิตและฟื้นคืนชีพขึ้นมา ด้วยความที่มนต์ยาวีนั้นเป็นคนที่อ่อนหวานอัธยาศัยดีเธอจึงมีเพื่อนหลายคนในโรงพยาบาลแห่งนั้น เธอนั้นมีเพื่อนสนิทอยู่หนึ่งคน ชื่อ นฤมล เพื่อนของเธอคนนี้เป็นคนนิสียดีเข้ากันได้ดีและอีกอย่าง 2 คนนี้พักอยู่ที่ห้องพักเดียวกันจึงมีความสนิทสนมกันมาก มนต์ยาวีได้พบกับ นที ซึ่งเป็นลูกของเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ วันคืนผ่านไปเนิ่นนานความสัมพันธ์ของมนต์ยาวี กับ นที ก็ยิ่งมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จนวันหนึ่งนทีได้พามนต์ยาวีไปพบกับวีระพงษ์ พ่อของนที ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจันทร์ฉาย ที่เธอทำงานอยู่ ดูเหมือนว่า มนต์ยาวี กับ วีระพงษ์ พ่อของนที นั้นจะเข้ากันได้ดี วีระพงษ์นั้นเอ็นดูมนต์ยาวีอย่างมากซึ่งวีระพงษ์รู้ดีว่า ชีวิตในวัยเด็กของมนต์ยาวีเป็นอย่างไร เพราะว่า วีระพงษ์นี่แหละ ที่เป็นคนที่นำมนต์ยาวีออกจากครรภ์ของคุณป้าแม่ของมนต์ยาวี และทั้งสองคนนั้นก็คุยกันไปอยู่พักหนึ่ง และจู่ๆ วีระพงษ์ก็พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง มนต์ยาวี กับ นที เนื่องจากวีระพงษ์นั้นอยากได้ มนต์ยาวีเป็นลูกสะใภ้ ณ สถานีตำรวจอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีได้รับการแจ้งว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดที่ โกดัง บริเวณจระเข้สามพัน ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุม โดยมี ผู้กำกับประพัฒน์ เป็นหัวหน้าทีม เข้าทลายจับกุมผู้ส่งมอบยาบ้า จำนวนหลายล้านเม็ด แล้วจู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อประตูโกดังนั้นปิดและล็อกตำรวจไม่สามารถออกได้ และปืนกลของคนร้ายนั้นได้กราดยิงใส่ตำรวจจนเสียชีวิตทั้งหมดเหลือเพียง ผู้กำกับประพัฒน์ ที่รอดชีวิต แต่เรี่ยวแรงนั้นอ่อนล้าลงไปทุกทีเพราะการต่อสู้กับคนร้ายแล้วจู่ๆ ได้เกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวแล้วประตูโกดังก็เปิดออก ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในชุดสีขาวนวล ปกปิดทั้งใบหน้าโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นใครและเธอผู้นี้มาจากไหนและมาเพื่ออะไร แต่ที่รู้ๆ กระสุนทุกนัดที่กำลังยิงใส่ตำรวจอย่างไม่ยั้งนั้นได้เปลี่ยนเป้าหมายมาที่หญิงสาวคนนี้ กระสุนนับร้อยนัดได้ยิงกราดใส่มาที่เธอเพียงผู้เดียว แต่อะไรกันนี่ ! กระสุนปืนไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย เนื่องจากกระสุนที่ออกมาจากกระบอกปืนนั้นได้มาหยุดและร่วงบริเวณข้างหน้าเธอ เธอหัวเราะอย่างเยาะเย้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถึงทีของฉันบ้างละน่ะ เหมือนดังมนต์สะกด กระบอกปืนของคนร้ายนั้นได้หลุดลอยจากมือของคนร้ายและลอยมายังมือของสาวชุดขาวเธอยิงสาดกระสุนใส่คนร้ายอย่างไม่ยั้งมือ คนร้ายตายหมดเหลือเพียงแค่ผู้กำกับประพัฒน์ และสาวชุดขาว ผู้กำกับเกิดความสงสัยว่าหญิงสาวชุดขาวนั้นคือใคร ก่อนที่เธอจะจากไปเธอได้พูดว่า แล้วเจอกัน ในคืนจันทร์อหังการณ์ จันทรกาฬ และสาวชุดขาวก็หายไปอย่างลึกลับและสร้างความประหลาดใจให้กับผู้กำกับประพัฒน์ จบตอนที่ 1


*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำไว้ตลอด

จำนวน 4 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 11 ส.ค. 2550 (22:29)
อยากให้ช่วยเข้ามาอ่านกันเยอะๆครับ และช่วยแสดงความคิดเห็น ติ ชม กันได้นะครับ และตอนที่ 2 อีกไม่นานจะมา
hnek
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 2 5 ก.ย. 2550 (15:55)
น่าสงสารจังเลยคะ
panda99
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 149 ดวง

ความเห็น 3 7 ก.ย. 2550 (22:11)
ออกเเนว น้ำเนาอะ เเต่ก็หนุกดี นะ เหมือนเลียนเเบบมาจากหนังสักเรื่องคุ้นๆอ่า เเต่ก็สนุกมากเลย
เฟมเฟม.com
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็น 4 6 พ.ย. 2550 (13:00)
แนวนี้คุ้นๆเนอะ
niychanok
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 147 ดวง

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ
8
60





hnek
(นายดิษฐ์พงค์ พูนกำลัง)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 1,354 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 150 ดวง

โหวตเพิ่มดาว