ศุกร์ที่ 26 ก.ย. 2544 16.00 น.
หลังจากเลิกเรียน หญิงกับต้นช่วยกันขนชุดที่จะใช้ใส่ในการแสดงตอนค่ำของทุกคน เดินทางล่วงหน้าไปเตรียมสถานที่ ดูเวทีที่จะต้องแสดงละครสั้นประกอบเพลง ในงานแสดงมุฑิตาจิต เกษียณอายุของอาจารย์นฤพงศ์ อดีตหัวหน้าภาควิชาของทั้งสอง ก่อนเพื่อนคนอื่น ๆ
ต้นทำหน้าที่โบกรถแท็กซี่ พอทั้งสองขึ้นไปนั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้นก็เป็นคนบอกจุดหมายปลายทางที่จะไปให้พี่คนขับรับทราบ
พี่ครับ ไปโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ที่อยู่ติดกับสยามดิสคัฟเวอรี่นะครับ
รถแท็กซี่ก็ค่อยๆเคลื่อนออกจากหน้าตึกกลมคณะวิทยาศาสตร์ แถวถนนพระรามหก ไปยังโรงแรมเป้าหมาย ถ้าเทียบกับระยะทางแล้วถือว่าใกล้เพียงนิดเดียวแต่ด้วยเป็นช่วงเวลารีบเร่ง และบริเวณแถวนั้นก็ขึ้นชื่อเรื่องรถติดมาก จึงใช้เวลาค่อนข้างนานที่เดียวกว่าที่จะถึงจุดหมาย
หญิงหันไปมองมิเตอร์เมื่อใกล้จะถึง เพื่อจะเตรียมเงินค่ารถได้ถูก แล้วจึงส่งแบงค์สีแดงให้คนขับรถ และรอเอื้อมมือไปรับเงินทอนที่เป็นเศษเหรียญ ก่อนก้าวลง พลางให้คิดว่า เงินนี่มันหายากซะจริง แต่ใช้ง่ายเสียจัง แม่ของหญิงแม้เป็นนักธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้ตามใจลูกเรื่องการใช้เงิน จนนิสัยเสียตั้งแต่เด็กเหมือนลูกหลานคนจีนรุ่นใหม่บางคน แต่จะสอนลูกให้รู้จักค่าของเงิน ให้หยอดกระปุกออมสินแล้วนำไปฝากธนาคารตั้งแต่เล็กๆ
เมื่อมาถึงที่ห้องจัดเลี้ยง เนื่องจากยังหัววันอยู่ พนักงานโรงแรมจึงยังจัดสถานที่ได้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีนัก สำหรับคืนนี้เป็นการจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ แต่โต๊ะของแขกประมาณ 50 โต๊ะก็ถูกจัดเรียงในลักษณะเดียวกันกับโต๊ะจีน ส่วนด้านหน้าถูกเว้นไว้สำหรับเป็นพื้นที่ที่ใช้เป็นฟลอร์เต้นรำ
เพื่อนคนอื่น ๆที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนหน้างาน เริ่มทยอยกันมาก่อนหน้าแขกเล็กน้อย ตามบัตรเชิญแจ้งเวลาไว้ว่างานเริ่ม เวลา 18.00 น นักแสดงทุกคนรวมทั้งหญิงและต้น ไม่ได้มีห้องแต่งตัวจัดไว้ให้ จึงต้องไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายในห้องน้ำ แล้วจึงมาแต่งหน้าตรงหลังฉากกั้นด้านข้างเวที ยังดีหน่อยที่มีประตูเปิดตรงนั้นเป็นทางเข้าของพนักงานเสิร์ฟอาหาร ที่เชื่อมต่อออกไปหาห้องน้ำได้ มิฉะนั้นนักแสดงคงต้องเดินผ่านหน้าโต๊ะลงทะเบียน ทำให้ความน่าสนใจของการแสดงที่บอกเอาไว้ว่าเซอไพรซ์ อาจารย์เจ้าของงานแน่ๆ นั้นคงดูจืดลง
ใกล้เวลาเปิดงานเข้ามาทุกที นักแสดงซักซ้อมกันเป็นครั้งสุดท้ายอยู่ข้างเวที ทุกคนได้แต่วางสุมๆข้าวของทุกอย่างรวมกันไว้หลังฉากด้วยความเร่งรีบ เมื่อเสียงดนตรีที่ใช้ประกอบดังขึ้น นักแสดงทุกคนก็ออกไปยืนที่หลังม่าน พร้อมกันแล้ว ที่จะแสดงบทบาทที่ได้รับมอบหมาย
ละครเพลงเป็นเรื่องราวตั้งแต่อดีต จนถึงเกษียณของอาจารย์ โดยได้รับการบอกเล่าจากคนรอบข้างอย่างละนิดละหน่อย แล้วนักศึกษาก็นำมาแต่งเป็นบทละครหยิกแกมหยอก ที่แสดงถึงความดุของอาจารย์ แต่ที่จริงแล้วมีความเมตตาสูงมาก
ต้นได้รับบทเป็นคุณพ่อของอาจารย์ ส่วนหญิงแสดงเป็นภรรยาของอาจารย์ตอนตั้งครรภ์ แต่ก็ต้องไปส่งที่สนามบิน ในวันที่ท่านจะบินไปเรียนต่อต่างประเทศ ระหว่างการแสดง อาจารย์หลายท่านที่มาร่วมงานในวันนั้นต่างก็อมยิ้ม บ้างก็หัวเราะชอบใจในความเหมือนแบบล้อเลียนนั้น และเมื่อดนตรีจบลงก็ได้รับเสียงปรบมือ แสดงความชื่นชมกับเหล่านักแสดงที่เป็นลูกศิษย์ และอาจารย์ผู้เป็นเจ้าภาพก็มอบของที่ระลึกให้
เมื่อหน้าที่ของนักแสดงสิ้นสุด ต่างเก็บของแยกย้าย ในขณะที่ในส่วนของงานยังมีวงดนตรีของกองทัพอากาศมาเล่นเพื่อการโชว์ลีลา ลีลาศของผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานกันต่อ
หญิง รอแป็บนึง เดี๋ยวกลับพร้อมกันนะ ต้นปรารภขึ้นเมื่อเห็นหญิงยังทำท่ารีรออะไรอยู่
คือเรายังกลับไม่ได้น่ะ ต้นช่วยอยู่รอใครคนหนึ่งเป็นเพื่อนเราหน่อยได้ไหม
หญิงนัดกับใครไว้เหรอ
เรานัดกับคนที่เราเคยเล่าให้ฟังไง ที่เค้าส่งเมล์ผิดมา แล้วเราก็ตอบกลับไป ไปๆมาๆก็เลยเป็นเพื่อนกัน คุยกันมา 2 ปีแล้ว และเมื่อวานนี้ก็เป็นวันครบรอบสองปีที่เราได้รับเมล์ผิดฉบับแรก ก็เลยคิดว่าน่าจะมาเจอกันสักครั้งน่ะ
ต้นเก็บความโมโหไว้ในใจรอจนฟังจบจึงระเบิดอารมณ์ พร้อมคำพูดออกมา
หญิงทำงี้ได้ไง เธอเป็นผู้หญิงนะ นัดเจอกับคนไม่รู้จัก แถมเป็นผู้ชายอีก ไม่เคยฟังข่าวที่ถูกหลอกโดยใช้อินเตอร์เน็ท ไปปลดทรัพย์ หรือฆาตรกรรมหรือยังไง
ต้น นี่เราโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กอายุ 14 15ปี ที่จะโดนหลอกไปขายง่ายๆ เราดูแลตัวเองได้ และเราก็นัดตรงหน้าโรงหนังลิโด คนเยอะจะตาย ไม่เปลี่ยวเลยสักหน่อย
ใช่ เธอมันเก่ง ยังงั้นก็เชิญรออยู่ไปคนเดียวเถอะ พรุ่งนี้เราจะคอยอ่านหนังสือพิมพ์ว่าจะมีข่าวของเธอไหม พูดเสร็จต้นก็เดินหุนหันจากไป
หญิงรู้สึกผิดหวังกับการเป็นคนเจ้าอารมณ์อยู่เป็นนิจของต้น แม้จะกังวลบ้างที่ไม่มีเพื่อนสนิทคอยอยู่เป็นเพื่อน แต่ใจก็พยายามตอกย้ำกับตัวเองว่า ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรสักหน่อย และนี่ก็พึ่งจะสองทุ่มเท่านั้น สำหรับสยามที่แทบจะไม่เคยหลับ ถือว่ายังเช้าอยู่มากๆ
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาที่นัดหมายแล้ว หญิงจึงเดินข้ามสะพานลอยไปยืนรอที่หน้าโรงภาพยนตร์ลิโดตามนัด เวลาค่อยๆเดินผ่านไปเรื่อยๆพร้อมกับผู้คนทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน ที่เดินผ่านหน้าหญิงไปโดยไม่ได้สนใจว่าเป็นใครที่ยืนรออยู่ จนเวลาล่วงเลยเป็นสามทุ่มครึ่ง ฝนทิ้งท้ายหน้ามรสุมเริ่มตกลงมาปรอยๆแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของชายหนุ่มคนใดที่เข้ามาทัก
เธอไม่ได้รู้ข้อมูลส่วนตัวของ MR. X มากนักเพราะได้ตกลงกันว่าจะไม่บอกเรื่องอะไรก็ตามที่ไม่อยากบอก แต่จะไม่โกหกกัน ซึ่งมันก็เป็นแค่ข้อตกลงลอยๆ ที่อาจจะเชื่อถืออะไรไม่ได้ และตัวหญิงเองก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากมายนักเช่นกัน เพียงแต่เคยส่งรูปสมัยประถมที่ถ่ายคู่กับแม่ ไปให้ดูครั้งหนึ่งเท่านั้น
หญิงใช้นามแฝงว่า V ที่มาจากชื่อจริง วีรวรรณ ในขณะที่เธอเรียกชายคนนั้นว่า Mr. x ก็เพราะอีเมล์แอ็ดเดรสของเขา คือ victory_X @ xxxmail.com ทั้งสองแทบไม่เจอกันเลยใน MSN เพราะไม่ได้ว่างมากนัก ที่จะออนไลน์ได้ตรงกัน แต่การส่งเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิคส์หา ก็ดูจะคลาสสิคกว่า แบบในหนังเรื่อง You Got Mail แต่หญิงไม่ได้ต้องการผลลัพธ์ที่จะเป็นแบบตอนจบของนางเอกในเรื่อง เพราะดูจะเพ้อฝันเกินกว่าจะเป็นได้ในชีวิตจริง
เธอถือกระเป๋าสะพายสีชมพูบานเย็น และห้อยพวงกุญแจตุ๊กตาหมีสีน้ำตาล ตัวเท่าฝ่ามือ เป็นสัญลักษณ์ตามที่นัดหมาย แต่มองแล้วมองอีก ก็ไม่พบชายที่สวมเชิ้ตขาว ผูกเนคไทด์เป็นรูปนกทวิตตี้สีเหลืองสดเลย แม้จะมีคนสวมเชิ้ตขาวอยู่เยอะแยะแถวนั้นก็ตาม
ขาของหญิงเริ่มอ่อนล้าและเหน็ดเหนื่อยกับวันวุ่นวายวันนี้ จนมีความคิดที่จะเลิกรอชายหนุ่มดังกล่าวแล้ว ความคิดสับสนสารพัดว่าเค้าจะเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า หรือเกิดเปลี่ยนใจไม่มาพบเสียแล้วก็เป็นได้
เธอเดินฝ่าสายฝนโดยไม่มีสมาธิมากนักกับการดูทาง ทำให้เดินชนกับหญิงชายคู่หนึ่งเข้าอย่างจัง จนกระเป๋าถือร่วงเปียกน้ำ ผู้หญิงคนนั้นก้มลงเก็บกระเป๋าขึ้นมาให้ พร้อมกันนั้นหญิงก็รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง แต่รู้สึกอายกับความซุ่มซ่ามของตนเกินกว่าจะมองหน้า จึงได้แต่ก้มต่ำ มองพื้น แล้วกล่าวคำขอบคุณก่อนที่จะรับกระเป๋ามา แล้วรีบเดินจากไป
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑