เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เค้าจำได้ดีว่าอากาศเริ่มหนาวแล้ว และก็เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่มักจะมีฤกษ์จัดงานฉลองสมรสกัน คืนนั้นก็เป็นคืนหนึ่งที่เค้ากับหมอนก ไปงานเลี้ยงของเพื่อนหมอศิริราชร่วมรุ่น ที่โรงแรมห้าดาวย่านสุขุมวิท พิธีการบนเวทีดำเนินไปเรื่อย ๆจนเสร็จสิ้นแล้ว ก็มีโทรศัพท์จากเพื่อนตำรวจ ขอให้กลับมาสน.เพื่อช่วยหาเอกสารบางอย่างให้หน่อย เมื่อเห็นว่าก็อยู่ร่วมงานมาพอสมควรแล้วจึงขอตัวกลับ ก่อนออกจากงานนั้นเพื่อนๆของนกก็ยังแซวกันว่า
รีบ ๆแจกการ์ดนะครับผู้กอง เดี๋ยวคนอื่นเค้าแซงหน้ากันหมดก่อน
เค้าเลือกเส้นทางที่จะไปยังบ้านของหมอนกแถวแจ้งวัฒนะ โดยใช้ทางด่วนเพื่อหนีรถติดในคืนวันเสาร์ ระหว่างการเดินทาง ทั้งคู่ก็ยังคุยกันเรื่องรูปแบบการจัดงานว่าจะจัดเป็นโต๊ะจีน หรือค็อกเทลดี ส่วนดอกไม้สีไหนถึงจะถ่ายรูปขึ้นมากกว่า ก่อนจะถึงทางลงไม่นาน ก็ได้ยินเสียงเบรกมาแต่ไกล คาดว่าน่าจะเกิดอุบัติเหตุข้างหน้า ผู้กองอดุลย์จึงชะลอรถลงดู เพื่อความแน่ใจ
ภาพที่เห็นคือ รถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งกองอยู่ กับมีเด็กหนุ่มนอนหมดสติอยู่ไม่ไกลกันนัก และก็เห็นรถเบนซ์กับรอยเบรกเป็นทางเลยออกไปข้างหน้า จึงพอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่า เด็กหนุ่มคนนั้นคงแอบฝ่าฝืนขับมอเตอร์ไซด์ขึ้นทางด่วน ส่วนรถเบนซ์คันนั้นคงมาด้วยความเร็ว แต่ไม่ทันสังเกตเห็นมอเตอร์ไซด์จึงต้องเบรกกะทันหัน แต่ก็คงไม่ทัน
ผู้กองหนุ่มจอดรถและยกหูโทรศัพท์เพื่อโทรแจ้งตำรวจทางด่วน ในขณะที่หญิงสาวทำท่าจะเปิดประตูลงไปดูผู้บาดเจ็บ
นก คุณจะทำอะไร
ก็ลงไปดูคนเจ็บน่ะสิคะ
แต่นี่มันใกล้ทางขึ้นทางด่วนนะ มันอันตราย รถอาจจะเฉี่ยวคุณได้ ผมบอกตำรวจทางด่วนให้แจ้งรถพยาบาลมาแล้ว คุณไม่มีเครื่องมือแล้วจะช่วยเขายังไงล่ะ
ฉันคงจะนิ่งดูดาย ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันเป็นหมอเวชศาสตร์ฉุกเฉินนะคะ
พูดจบเธอก็เดินลงไป ส่วนเค้าก็ไม่ได้พยายามจะรั้งเธอไว้อีก นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เค้าได้ยินจากปากหญิงคนรัก แล้วจากนั้นเธอก็ไม่เคยได้กลับมาขึ้นรถของเขาอีกเลย
มันเป็นบาดแผลลึกในใจของเขาตลอดมาว่า.......
ถ้าเพียงเขาไม่รับโทรศัพท์ของหมวดเต้ในงานเลี้ยง
ถ้าเพียงเขาออกจากงานช้ากว่านี้สักหน่อย
ถ้าเขาไม่รีบจนต้องขึ้นทางด่วน
ถ้าเพียงแต่เขาไม่จอดรถ
และถ้าเพียงเขารั้งเธอเอาไว้อีกนิด
...........หมอนกก็คงไม่ตาย............
เขาไม่เคยคิดจะโทษคนอื่น แต่กลับโทษโชคชะตาและตัวเอง ที่ตัดสินใจไปอย่างนั้น เค้าจะเก็บภาพรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของนกไว้ในใจเสมอ และเขาจะรำลึกถึงความดีงาม ความเข้มแข็ง แต่อ่อนโยนในหัวใจของเธอ ในหัวใจของเขาตลอดไป
หลังจากนั้นเขาก็ยิ่งเงียบขรึม และเป็นคนที่จริงจังกับชีวิตมากยิ่งกว่าเดิม จนกระทั่ง ภาพของสาวน้อยคนหนึ่ง ที่มาซ้อนทับกับภาพความทรงจำที่สวยงามของเขาในอดีต มันทำให้ต้องหวนกลับมาคิดถึงเหตุการณ์นี้อีกครั้ง
เขาไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอย กับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่เขากลับช่วยอะไรไม่ได้ เขาหันไปมองหญิงสาวด้านข้างที่หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย เธอช่างดูเปราะบาง แต่กลับมีจิตใจเข้มแข็ง และต่อสู้เพื่อตัวเอง เขาตัดสินใจที่จะบอกบางอย่างให้เธอรู้เมื่อตื่นขึ้นมา
ไม่นานนักรถก็เคลื่อนมาจอดในซอยรางน้ำ ผู้กองจึงปลุกให้หญิงสาวข้างๆตื่น หญิงตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เมื่อมองออกไปนอกรถเก๋ง Honda Accord สีดำที่นั่งมา ก็เห็นต้นยืนรออยู่ข้างใต้หอของตน จึงหยิบกระเป๋า ยกมือสวัสดีผู้มาส่งทางด้านข้าง แล้วเตรียมก้าวลงจากรถ ก็พอดีกับผู้กองละสายตาจากชายหนุ่มที่ยืนรอหญิงอยู่ แล้วหันมาบอกกับหญิงว่า
พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วคุณเตรียมเอกสารไว้ด้วยล่ะ ผมจะไปรับคุณไปหาหมวดเต้ด้วยกัน
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑