อาทิตย์ที่ 12 ต.ค. 2544
กลุ่มนักศึกษาชายหญิง และกึ่งชายกึ่งหญิง กลุ่มหนึ่ง ตั้งตู้บริจาค ทำกิจกรรมร้องเพลงเชียร์ และเต้นประกอบ เพื่อเรียกความสนใจจากบรรดาผู้ที่เดินทาง ผ่านไปมา บริเวณลานซีเมนต์ด้านหลังป้ายรถเมล์ ตรงบันไดเลื่อนที่จะไปเชื่อมกับสะพานลอยของรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นักศึกษาบางคนก็ถือรูปภาพโรงเรียนที่จะไปออกค่าย สร้างกำแพงโรงเรียนให้ดู เพื่อเรียกคะแนนสงสาร และเงินบริจาค
ช่วงบ่าย ๆแบบนี้อากาศก็ค่อนข้างร้อน และแดดก็ยังแรงอยู่พอสมควร ทำให้ต้นที่รับหน้าที่มาช่วยตีกลอง ออกอาการเหงื่อตก แต่ดีที่มีชายผิวขาว หน้าเนียนเด้งด้วยรองพื้น รูปร่างอ้อนแอ้น ใส่ชุดนักศึกษาชายฟิตเปรี๊ยะคอยซับเหงื่อให้ เป็นภาพที่ทั้งหน่อยและหญิงที่กำลังช่วยกันร้องเพลงเชียร์เห็นแล้วอดขำไม่ได้
ต้นฮะ ร้อนมากไหม ดูสิ เหงื่อออกเยอะเลย เดี๋ยวตอยไปเอาน้ำมาให้ดื่มดีไหมฮะ
หนุ่มสวยนามว่าตอย อาสา
ไม่เป็นไรครับตอย ผมยังไม่หิว ตอยไปช่วยเพื่อนทำอย่างอื่นก็ได้
ก็ตอยต้องคอยดูแลมือกลอง ที่เป็นกำลังสำคัญของเราก่อนนี่ฮะ หน้าที่นี้ก็สำคัญนะ ไม่งั้นจะให้สาว ๆบอบบางอย่างเราไปทำแทนได้ยังไงล่ะ
ตอยยังคงส่งสายตาหวานเยิ้มน่าขนลุกให้ชายหนุ่มคู่สนทนาตลอดเวลาขณะพูด จนต้นทำอะไรไม่ถูกได้แต่ส่ายหัว และตีกลองต่อโดยพยายามไม่สนใจเพื่อนผู้น่ากลัวที่อยู่ด้านข้าง
มีผู้สนใจหลายคนที่เข้ามาไถ่ถามและร่วมบริจาคเงินให้อยู่เรื่อย ๆ แต่อยู่ ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ 4 คน หน้าตาไม่ต่างกับโจรห้าร้อยเดินเข้ามาหา
ได้ข่าวว่าเด็กอักษรฯ มาทำกิจกรรมแถวนี้ใช่ไหม ไหนคนไหนนะที่ชื่อหน่อยน่ะ
เสียงทุกอย่างไม่ว่าจะกลอง หรือเสียงร้องเพลงที่ครึกครื้นเมื่อสักครู่ พลันเงียบลงในบัดดล และสายตาทุกคู่ก็หันไปมองที่หน่อยอย่างพร้อมเพรียงแทนคำตอบ แม้ไม่มีเสียงลอดจากริมฝีปากของใครออกมาแม้แต่คนเดียว จนกระทั่งต้นเอ่ยขึ้นมาเป็นคนแรก
โทษครับพี่ มีธุระอะไรกับหน่อยหรือครับ
อั๊วแค่อยากมาเตือนเพื่อนลื้อเอาไว้ว่าระวังตัวเอาไว้ให้ดีแค่นั้นเอง เค้ารู้อยู่หรอกน่าว่าป็นเเรื่องอะไร
แล้วชายผิวดำแดงรูปร่างท้วมที่เป็นหัวหน้ากลุ่มคนนั้น ก็ควักรูปจากกระเป๋าออกมาดู แล้วกวาดสายตาไปทั่วอีกครั้งเพื่อยืนยันเป้าหมาย
แหม ตอนนี้ตัดผมสั้นเชียวนะ ไม่เห็นเหมือนในรูป
หน่อยที่ตอนแรกนิ่งเงียบอยู่ ก็อดที่จะตอบกลับไม่ได้
ขอบคุณนะคะที่คราวนี้อุตส่าห์มาให้เห็นตัว ไม่มาลอบกัดโดยแอบผลักเหมือนคราวที่แล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ช่วยฝากบอกคนที่วานพี่มาเตือนหนูด้วยว่า หนูไม่เคยทำอะไรผิดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นช่วยเลิกตามรังควานหนูกับเพื่อนเสียทีด้วย
แหม ตัวแค่นี้ทำเป็นมาสอนพี่ อยากเจ็บตัวหรือน้อง
ชายกลุ่มนั้นเดินเยื้องย่างเข้ามาหาหน่อย โดยหญิงเองรั้งแขนหน่อยเอาไว้ไม่ให้ตอบอะไรที่ยั่วยุอารมณ์ฝ่ายตรงข้ามต่อ
ทันใดนั้นเอง ต้นก็มาจากไหนไม่รู้ เหวี่ยงกำปั้นเปรี้ยงตรงเข้าสันกรามของชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม ลูกน้องที่เหลืออีกสามคนมีหรือจะปล่อยให้เหตุการณ์จบลงแค่นั้น จึงเข้าตะลุมบอนซ้อมต้นอยู่แต่เพียงผู้เดียว ตอยส่งเสียงกรี๊ดตกใจกับภาพตรงหน้า คนอื่น ๆได้ยินดังนั้นก็ได้สติวิ่งไปหาตำรวจที่ป้อม สักครู่ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่าตำรวจมาแล้ว ทำให้ชายทั้งสี่รีบวิ่งหนีไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ ด้วยสีหน้าอาฆาตก่อนจากไป
ต้นนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น มีรอยฟกช้ำที่แขน และเลือดออกซิบที่มุมปาก คิ้วแตกจนเลือดไหลลงมาเข้าตา หน่อยและหญิงประคองต้นลุกขึ้นนั่ง ส่วนตอยก็หาผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดที่ออกให้ ปากก็ถามต้นตลอดเวลาว่าเจ็บมากไหม ส่วนเพื่อนร่วมคณะคนหนึ่งของหน่อยก็โบกรถตุ๊ก ๆ เพื่อให้หน่อยและหญิงพาต้นไปทำแผลที่โรงพยาบาลราชวิถีซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดก่อน
พอมาถึงโรงพยาบาล ต้นก็ถูกพานั่งรถเข็นไปยังห้องฉุกเฉิน อาการของต้นไม่ได้หนักมากนักเพราะเมื่อทดสอบความทรงจำและการมองเห็นก็ยังปกติ ดูไม่น่าจะมีการกระทบกระเทือนทางสมอง แต่คุณหมอก็ไม่อยากประมาท ต้องการให้ดูอาการและถ่ายภาพรังสีดูอีกที แต่ต้นจำสภาพของหน่อย ที่ถูกเข็นเข้าอุโมงค์ทำ MRT แล้วก็นึกสยอง ปฏิเสธหมอที่จะทำการตรวจเช่นนั้น แต่จะขอใช้วิธีสังเกตอาการดีกว่า
ทางโรงพยาบาลถามถึงการดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย แต่ต้นเองเป็นฝ่ายลงมือก่อน และชายทั้งสี่นั้นก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน ต้นจึงตัดสินใจว่าคงปล่อยเลยตามเลยโดยไม่ติดใจเอาความกับคู่กรณี
หลังทำแผลเสร็จ หญิงซึ่งดูจะมีสติที่สุดในขณะนั้น จึงอาสาไปชำระเงินและรับยาให้ โดยมีหน่อยอยู่เป็นเพื่อนต้น
เมื่อความตกตะลึงกับเหตุการณ์จบลง ความรู้สึกผิดก็เข้าถาโถมความรู้สึกของหน่อยแทน จนหยาดน้ำตาไหลออกมาเหมือนกับเพิ่งเปิดก๊อก ส่วนปากก็พรั่งพรูคำขอโทษซ้ำๆอยู่อย่างนั้น
ต้น เราขอโทษ..... เราขอโทษจริงๆที่ทำให้ต้นต้องเจ็บตัวอย่างนี้ มันเป็นเพราะเราคนเดียว
มันไม่ใช่เพราะหน่อยหรอก แต่เป็นเพราะต่อมชอบหาเรื่องของเราต่างหาก
ต้นแกล้งพูดติดตลกให้หน่อยสบายใจ
เราไม่สนใจหรอกว่าคนพวกนั้นเป็นใคร แต่เราจะไม่ยอมให้มาทำร้ายหน่อยเป็นอันขาด จำที่เราเคยสัญญาเอาไว้ได้ไหม
หน่อยยิ้มทั้งน้ำตาและพยักหน้าหงึก ๆ
ถ้าหน่อยรู้สึกผิด งั้นพอเราหายแล้ว หน่อยต้องพาเราไปเลี้ยงราดหน้าเจ้าอร่อยที่ราชวัตรด้วย
ไหนต้นเคยบอกว่าไม่ชอบกินผักคะน้าเพราะเหม็นเขียวไง
ก็...ตอนนี้เราเปลี่ยนใจแล้ว จริง ๆพอลองกินมันก็กรอบอร่อยดีเหมือนกัน แต่ห้ามชวนคนอื่นไปด้วยนะ
แม้แต่หญิงเหรอ.....
ใช่
ทำไมล่ะต้น
แหม.... ถ้าหญิงไปด้วย หน่อยกับหญิงก็คุยกันแค่สองคนสิ แต่คราวนี้หน่อยต้องคอยเทคแคร์เราเพราะเราอุตส่าห์...ก็นั่นแหละ สรุปว่าห้ามชวนคนอื่นก็แล้วกัน
หน่อยได้แต่อมยิ้มและตอบตกลงรับปากต้น ตอนนี้หัวใจที่แห้งผากของเธอ ดูจะเริ่มมีความชุ่มชื้นขึ้นบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามพรุ่งนี้เธอจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเหตุการณ์วันนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
หญิงนึกได้ว่าพี่ลดามาเรียนต่อพยาบาลวิชาชีพที่นี่ จึงลองโทรหาดูเผื่ออาจจะอยู่ใกล้ ๆบริเวณนั้น
สวัสดีค่ะพี่ลดา นี่หญิงเองนะคะ
สวัสดีค่ะน้องหญิง พี่เองก็คิดอยู่ว่าจะโทรคุยกับน้องหญิงเหมือนกัน เป็นยังไงบ้างคะ วันหยุดทำอะไรเอ่ย
เอ่อ.. จริง ๆก็อยู่ในโรงพยาบาลราชวิถีนี่แหละค่ะ พอดีพาเพื่อนมาทำแผลที่ห้องฉุกเฉิน แต่ตอนนี้เรียบร้อยแล้วเลยลองโทรหาพี่ลดาดู ไม่ทราบว่าพี่ลดาอยู่แถวนี้หรือเปล่าคะ
พอดีตอนนี้พี่กลับมาอ่านหนังสือที่หอแล้วค่ะ เอาไว้เราค่อยนัดกันใหม่แล้วกันนะ แล้ว..คุณนะโทรหาน้องหญิงอีกบ้างไหมคะ
ยังเลยค่ะ หญิงเองก็ยังไม่ได้โทรไปหาเหมือนกัน พี่ลดามีอะไรรึเปล่าคะ
ถ้าน้องหญิงนัดกับคุณนะครั้งหน้า น้องหญิงต้องบอกพี่นะคะ พี่จะไปด้วย
ได้สิคะ เวลามีพี่ลดาอยู่ด้วย หญิงค่อยหาเรื่องคุยได้เยอะหน่อย
น้องหญิงต้องอย่าลืมบอกพี่นะคะ
แน่นอนค่ะ หญิงไม่ลืมหรอก งั้นหญิงไม่รบกวนพี่ลดาอ่านหนังสือแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ
เมื่อลดาวางหูจากหญิง ก็ยังเหม่อมองไปยังตำราด้านการแพทย์ที่เมื่อสักครู่เปิดอ่านค้างอยู่ เหมือนมีอะไรบางอย่างติดอยู่ในใจ และหวังว่าหญิงเองก็คงยังจำไม่ได้ว่าเมื่อวานนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบกัน
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@