บททิ่ 23 : ความลับของหน่อย
พอส่งต้นที่หอเสร็จ สองสาวเพื่อนซี้ก็กลับมายังห้องพักของตน เมื่อประตูห้องถูกปิดสนิทลง หน่อยก็เป็นคนแรกที่เริ่มบทสนทนา
หญิง ตกลง แกจะไม่ถามสักคำเลยเหรอ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
หญิงหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนตรงหน้า ก่อนถามด้วยเสียงเข้ม
แล้วถ้าเราถาม หน่อยพร้อมที่จะตอบเรารึเปล่าล่ะ
หน่อยเบนสายตาหลุบลงมองที่พื้นก่อนตอบ
เราเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าความจริงเป็นยังไง เอาเป็นว่าอีกสักวันสองวันถ้าเรามั่นใจ ว่ามันเป็นเพราะใครกันแน่ เราจะเล่าให้หญิงฟังทั้งหมดเป็นคนแรก แล้วหญิงล่ะ เชื่อใจเราไหม
ถามอย่างนี้โกรธนะ หน่อยก็รู้อยู่แล้วว่าเราเชื่อใจหน่อยร้อยเปอร์เซนต์ เราจะรอวันนั้นก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เราสามเพื่อนซี้ก็ได้เข้าห้องฉุกเฉินเป็นอันว่าเท่าเทียมกันไม่มีใครน้อยหน้าใครแล้วนะ
ขอบคุณนะหญิง ที่อยู่ข้างเรา แต่เราสิอาจทำให้เพื่อนผิดหวังก็ได้
หน่อยได้แต่เพียงรำพึงอยู่ในใจ
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
จันทร์ที่ 13 ต.ค. 2544
อาจารย์ที่ปรึกษาของหญิงแนะนำบทความวิชาการที่จะใช้อ้างอิงมาหลายฉบับ ซึ่งในจำนวนนั้นวารสารของสำนักหอสมุดของมหาวิทยาลัยของหญิงเองไม่ได้รับ แต่มีอยู่ที่หอสมุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนต้นก็ยังหยุดเรียนเพื่อพักผ่อนหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่ที่หอ ทำให้หญิงต้องเดินทางมาเพื่อสำเนาบทความวิชาการที่ต้องการกลับไปเพียงลำพัง
เมื่อเสร็จธุระเรียบร้อยแล้ว หญิงจึงคิดที่จะเดินซื้อของในสยามสแควร์ก่อนกลับ หญิงสังเกตเห็นรถหลายคันที่ขับเข้ามา เป็นรถที่ผู้ปกครองขับมาส่งลูก ๆมาเรียนพิเศษที่โรงเรียนกวดวิชาในย่านนี้ ก็พอเข้าใจได้ว่ายุคนี้มันเป็นยุคของการแข่งขัน หากใครรู้มากกว่า เก่งมากกว่าก็จะประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า
เมื่อสักครู่ก่อนเข้าห้องสมุด เธอก็ยังได้รับใบปลิวฉบับหนึ่งจากเด็กที่ถูกจ้างมายืนแจก ว่ามีคอร์สอบรบ ความสุข เราสร้างได้ โดยวิทยากรผู้มีประสบการณ์ชาวต่างชาติ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เธอคิดว่าเป็นไอเดียที่ดี ถ้าหากเรารอแต่จะให้คนอีนมาทำให้เรามีความสุข แต่เราไม่รู้จักสร้างความสุขให้ตัวเราเองได้ ชีวิตคงลำบาก ในเอกสารไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมากไปกว่านั้น เพียงให้กรอกใบสมัคร บอกประวัติ ปัญหาที่กำลังประสบและเป้าหมายที่ต้องการได้รับ แล้วเค้าจะนัดสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกอีกทีหนึ่ง โดยจะรับเฉพาะผู้มีอายุ 18-29 ปีเท่านั้น หญิงคิดว่ามันก็ดูหน้าสนใจดี เธอจะลองหาเวลาลองสมัครดู
เธอเดินมองดูสินค้าในร้านต่าง ๆไปเรื่อยๆ ก็บังเอิญเหลือบมองผ่านกระจกไปเห็นชายวัยกลางคน ที่เคยพบที่โรงพยาบาล กำลังนั่งคุยอยู่กับหน่อยในร้านอาหารอย่างเคร่งเครียด ใจหนึ่งก็อยากจะรอหน่อยเล่าให้ฟังเอง แต่พอเห็นหน่อยเริ่มก้มหน้าร้องไห้ระหว่างการสนทนา หญิงจึงเปลี่ยนใจที่จะเข้าไปนั่งโต๊ะข้างๆ เพื่อแอบฟังอย่างเงียบ ๆ
ผมต้องขอโทษกับสิ่งที่พ่อของเค้าทำกับหนูแทนด้วย นับจากนี้ผมรับปากว่าจะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นกับหนูอีกแน่ ๆ ตอนนี้ผมคิดว่าจะลองไปปรับตัวกันดูอีกสักครั้งเพื่อลูกน่ะ
หน่อยยินดีแทนคุณอาด้วยจริง ๆค่ะ หน่อยเองก็ต้องขออนุญาตไม่สอนพิเศษน้องเมย์แล้วนะคะ ไม่อยากให้คุณมิ้นท์คิดมากอีกค่ะ แต่จะติดต่อเพื่อนให้มาสอนแทนให้
เมื่อหนูตัดสินใจอย่างนั้นแล้วผมก็คงว่าอะไรไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปรับน้องเมย์ที่โรงเรียนก่อนนะ เสียดาย นับจากนี้ผมคงไม่ได้ไปทานข้าวและนั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องหนังสือดี ๆกับหนูอีกแล้วใช่ไหม
ใช่ค่ะ หน่อยคิดว่าคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว แต่หน่อยจะยังรำลึกถึงพระคุณของคุณอาที่ช่วยเหลือพ่อของหน่อยเสมอไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ เงินส่วนที่เหลือนั้น หน่อยจะทยอยโอนให้คุณอา จนครบในไม่ช้านี้นะคะ
ชายวัยกลางคนผู้นั้นมีสีหน้าหดหู่เล็กน้อย แต่ก็รับไหว้หน่อย แล้วจึงเดินออกไปจากร้านโดยไม่ยอมหันกลับมามองหญิงสาวด้านหลังอีกเลย ในขณะที่หน่อยยังคงนั่งนิ่งนึกอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะดังเดิม หญิงจึงถือโอกาสแสดงตัวให้หน่อยรับรู้การมาของตน
หน่อยเป็นอะไรมากไหม เห็นนั่งเหม่อมาสักพักแล้ว
อ้าว หญิงมานี่ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ
ขอโทษนะที่เราแอบฟัง บังเอิญเรามาห้องสมุดแถวนี้ แล้วเดินผ่าน พอเราเห็นหน่อยร้องไห้ก็เป็นห่วงว่าจะมีเรื่องอะไรอีกไหม เลยมานั่งสังเกตการณ์อยู่ที่โต๊ะข้าง ๆได้สักพักแล้วล่ะ ถ้าหน่อยยังไม่อยากบอกอะไรเราก็ไม่เป็นไรนะ
ผู้ชายคนเมื่อกี้เค้าเป็นเพื่อนกับอาจารย์ที่ปรึกษาของเรา และก็เป็นพ่อของลูกศิษย์คนหนึ่งที่เราไปสอนพิเศษภาษาอังกฤษที่บ้านน่ะ คุณธีรพลเค้าเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกกับครอบครัวนัก เลยมีปัญหาระหองระแหงกับภรรยาเรื่อยมา จนต้องแยกกันอยู่ ส่วนพ่อของคุณมิ้นท์ภรรยาของคุณธีรพลเค้าเป็นนักการเมืองท้องถิ่น มีลูกน้องเยอะ พอเห็นว่าคุณธีรพลเค้าเอ็นดูเรา และช่วยพ่อเราเรื่องหนี้พนันบอล ก็เลยเหมารวมว่าเราเป็นสาเหตุของการแยกกันอยู่ เลยส่งลูกน้องมาเตือนเราเท่านั้นไม่ได้หวังจะทำร้าย แต่ต้นก็ใจร้อนไปชกเค้าเสียก่อนน่ะสิ
แล้วที่หน่อยตกบันไดคราวนั้นล่ะ ใช่เพราะลูกน้องของพ่อคุณมิ้นท์ไหม
พอมานั่งนึกดูก็ไม่น่าจะใช่หรอก เพราะตอนนั้นเราตัดผมสั้นแล้ว แต่รูปที่เค้าถือมาเรายังผมยาวอยู่เลย แล้วคุณธีรพลเค้าก็บอกว่าไม่ใช่
งั้นเราถามความรู้สึกจริง ๆของหน่อยนะว่าในเมื่อวันนี้มาพูดกันเรื่องนี้เฉยๆ แล้วทำไมหน่อยต้องร้องไห้ด้วยล่ะ
มันเหมือนมีความผูกพันบางอย่างน่ะ เพราะคุณอาเค้าเอ็นดูเราเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ส่วนเราเองก็ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแท้ๆเลย มันจึงเป็นความรู้สึกเคารพรัก ไม่ใช่ในเชิงชู้สาวอย่างที่คนอื่นเข้าใจ เราถึงรู้สึกใจหายที่จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วน่ะ แต่เราก็ไม่อยากเป็นคนเลวที่ทำให้ครอบครัวของใครต้องแตกแยกหรอกนะหญิง
เมื่อวันที่เราไปเป็นเพื่อนหญิงไปหาผู้กองอดุลย์ คุณมิ้นท์เค้ามาหาเรา ต้องการฟังจากปากเราว่าเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่เกินเลยกับคุณธีรพล มากกว่าครูของลูกสาวเค้าใช่ไหม ซึ่งเราก็ปฏิเสธไปอย่างหนักแน่น
จริง ๆเราก็พอจะรู้เรื่องข่าวลือมาสักพักแล้ว และก็เคยมีโทรศัพท์จากพ่อคุณมิ้นท์มาคุยกับเรา เราก็บอกว่าไม่มีอะไรจริง ๆ เรายังคิดอยู่ตั้งแต่คราวนั้นว่า จะเลิกสอนพิเศษน้องเมย์เลยดีไหม แต่คุณธีรพลบอกว่าไม่ต้องสนใจ ให้สอนต่อไป เราก็เห็นกับบุญคุณที่คุณอาเค้าเคยช่วยเหลือด้วย แต่ข้อมูลที่ลูกน้องของพ่อคุณมิ้นท์ไปรายงานให้ฟังช่วงหลังมันถูกใส่สีตีไข่จากปากพนักงานในบริษัทจนดูแย่ ทำให้วันนั้นที่คุณมิ้นท์เธอมาพบเรา จึงดูหวั่นไหวไม่น้อย แถมยังขึ้นเสียงแล้วก็ปัดมือถือของเราร่วงตก จนซ่อมไม่ได้อีกเลย
เรายังจำสายตาที่ปวดร้าวของคุณมิ้นท์ในวันนั้นได้อย่างยากที่จะลืม เรายังกลัวๆอยู่เลยว่าเธอจะไม่เชื่อ แล้วจะยังตามเอาเรื่องเราอยู่ ถ้าเราไม่ตัดสินใจ ทำอะไรบางอย่างให้มันชัดเจน แต่เราก็มาตกบันไดซะก่อน พอได้ข่าวว่าคุณธีรพลมาเยี่ยมเราที่โรงพยาบาล คุณพ่อของคุณมิ้นท์เลยส่งลูกน้องมาเตือนเราอีกรอบ เราเลยคิดว่าเราไม่ควรจะพบกับคุณธีรพลอีกแล้ว ให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายน่ะ
เมื่อหญิงรู้เรื่องทั้งหมดแล้วอย่างนี้ จะโกรธเราไหม
โกรธสิ เพราะไม่ยอมเล่าให้เราฟังตั้งแต่แรก เราจะได้ช่วยกันคิดแก้ไขไง
แต่เราเห็นว่าหญิงมีเรื่องต้องคิดเยอะอยู่แล้ว ไม่อยากเล่าให้หนักสมองอีกน่ะ
งั้นคราวหน้าถ้าหน่อยมีอะไรอีกต้องบอกเรานะ ถึงแม้เราอาจจะช่วยเองไม่ได้ แต่ก็อาจจะหาคนอื่นที่ช่วยเหลือแทนได้ก็ได้ อย่าลืมสิว่าเพื่อนกัน เค้าไม่ทิ้งกันหรอก
พอหญิงพูดจบ หน่อยก็โผเข้ากอดเพื่อแสดงความรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนรัก แทนคำพูดที่มีทั้งหมด เมื่อทั้งคู่ผละออกจากกันแล้ว หญิงจึงพูดขึ้นมา
เราคิดว่าที่หน่อยตกบันไดคราวนั้น บางทีอาจเป็นฝีมือของใครบางคนที่อยากจะทำร้ายเรามากกว่า แต่ว่าเกิดเล่นงานผิดตัว
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑