|

| 190 |
| 1282 |
ตอนที่ 8 เธอเป็นแฟนฉันแล้ว
ฉันจะตอบนาย ถ้านายตอบฉันก่อน...
ปากเล็กต่อรองทั้งที่ผมจะไม่ยอมก็ได้ แต่เพราะเป็นเธอหรอกผมจึงพยักหน้ารับฟังอย่างง่าย ๆ นามิสาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองผม
ฉันไม่สวย... ฉันไม่ดี... ฉันไม่มีเงิน... แล้วอีกอย่างฉันทำให้นายเดือดร้อน นายจะมาชอบฉันได้ยังไง ไม่ใช่ว่าฉันดูถูกคำพูดของนายหรอกนะ ...เพียงแค่ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรเท่านั้น
ผมรับฟังเงียบ ๆ เริ่มหน้างอขึ้นเมื่อเธอพูดดูถูกตัวเอง
ไม่สวย... ใช่เธออาจจะไม่ได้สวยเลิศเลอเหมือนนางฟ้านางงามจักรวาล แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากคนพวกนั้น
...คงจะเป็นแววตาคู่นี้ละมั้ง แล้วยังริมฝีปากหวาน ๆ นี่อีก ...เอาเป็นว่าผมคัดค้านหัวชนฝาที่เธอว่าตัวเองไม่สวย
ส่วนข้อสอง เธอบอกว่าตัวเองไม่ดี คงจะเป็นเรื่องงานที่เธอไปทำเมื่อคืนแน่ ๆ เรื่องนี้ผมไม่ถือหรอก หากไม่เข้าใจจุดประสงค์ก็ว่าไปอย่าง
แต่นี่เธอทำเพราะต้องการหาเงินเลี้ยงตัวเองหรอก สรุปว่าข้อนี้ผมก็คัดค้านอีก
...ไม่มีเงิน เรื่องนี้ผมไม่เถียง ไม่ใช่เพราะเถียงไม่ขึ้นแต่เพราะเข้าใจความเป็นจริงของโลกที่ว่า ใคร ๆ ก็เลือกเกิดไม่ได้ต่างหาก
คนเราไม่ได้ลืมตาขึ้นมาบนโลกแล้วมีเงินมีทองใช้ หากไม่ได้พ่อแม่หรือบรรพบุรุษที่หาไว้ให้ มีแต่ต้องขวนขวายหาเอาด้วยลำแข้งของตัวเองทั้งนั้นแหละ
แต่ในส่วนนี้ก็ถือว่าผมโชคดีไปที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง ก็อย่างว่าแหละนะคนเราเลือกเกิดไม่ได้นี่นา แต่ผมแน่ใจนะว่าเราเลือกที่จะเป็นได้แน่ ๆ
...ทำให้เดือดร้อน ข้อนี้ผมอยากจะเถียงกลับนักว่าเธอทำอะไรให้ผมเดือดร้อนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำให้ล้วนเต็มใจทั้งนั้น ไม่ได้เดือดร้อนอะไรแม้แต่นิด
บอกเธอไปเดี๋ยวก็หาว่าผมฟอร์มอีก แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืนที่เธอไม่ได้สติก็ว่าไปอย่าง
นั่นแหละทำให้ผมเดือดร้อนจริง ๆ ...เดือดร้อนใจไง ที่ช่วยอะไรเธอก็ไม่ได้ ได้แต่จะยิ่งทำให้เธอเสื่อมเสีย
...คิดไปคิดมา มันก็วนมาเข้าเรื่องเดิมอยู่ดี เพราะฉะนั้นหยุดคิดเสียงดีกว่า
เธอไม่สวย...
ผมเว้นประโยค นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองเธอที่เม้นริมฝีปากนิ่ง
ตรงไหนล่ะ...
บอกแล้วก็ยกมือขึ้นลูบผมด้านหน้าที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเธอเบา ๆ ท่าทางแบบนั้นทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง
แล้วที่ว่าไม่ดี บอกมาซิว่าตรงไหนที่เธอว่าไม่ดี
พูดแล้วก็เชยคางเธอให้มองสบตากับผม
ก็... ที่ฉัน ...นั่งให้นายเอาเปรียบอยู่นี่ไง
ผมหัวเราะขึ้นกับคำพูดของเธอ ก็คงจะจริงละมั้ง ผู้หญิงอะไรใจง่ายชะมัด แต่ขอให้เป็นแค่กับผมคนเดียวเท่านั้นนะ
ใครบอกว่าไม่ดี อย่างนี้เขาเรียกว่าดีมาก ๆ ต่างหากล่ะ
ผมบอกก้มหน้าลงไปเอาปรายจมูกชนปลายจมูกของเธอเบา ๆ นามิสาหลับตาปี๋ ริมฝีปากเม้มแน่น อย่างที่คงคิดว่าผมจะเอาเปรียบเธออีกรอบ
เรื่องเงิน มีไม่มีฉันไม่เถียงหรอกนะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้นี่เน้าะ ขนาดฉันอยากเกิดเป็นเจ้าชายจะตาย ยังไม่ได้เป็นเลย
ผมพูดหยอกอย่างต้องการให้คนตรงหน้าหัวเราะ แต่ปฏิกิริยาของเธอกลับกลายเป็นค้อนที่ส่งมาให้ผมวงใหญ่แทน
แล้วเรื่องที่ทำให้ฉันเดือดร้อน ...ไหนบอกมาซิเรื่องอะไร คงไม่ใช่เพราะมาทำให้ฉันนั่งหายใจติดขัดอยู่ตรงนี้หรอกนะ
บอกแล้วก็ก้มมองต่ำลงไปอย่างที่อยากให้คนฟังมองตาม
บ้า !
นามิสาดึงเสื้อปิดท้องตัวเอง แล้วผละออกจากผมโดดลงตากเตียงวิ่งหนีผมไปเข้าห้องน้ำในทันที
ผมส่งเสียงหัวเราะชอบใจตามไปแล้วเดินไปที่ประตูห้องน้ำ เคาะสองสามทีพูดในสิ่งที่ทำให้เธอคิดว่าไม่ควรอยู่ใกล้ผมนาน ๆ เพราะมันอันตราย
ภายในยี่สิบนาที ถ้าเธอยังไม่ออกมา ฉันจะเข้าไปอาบให้นะ
บ้า
คำด่าเดิม ๆ ที่ดังออกมาจากห้องน้ำทำให้ผมยิ้มกับตัวเอง รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองมีความสุขยังไงก็ไม่รู้
เฮ้อ... อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ตลอดไปจัง
อะไร ทำให้เสือยิ้มยากอย่างนายยิ้มได้วะ นาโอคิ
เสียงนายน็อตพูด เมื่อผมก้าวเข้าไปหา
ก็เพราะว่าเช้านี้ ฉันจะได้เตะนายละมั่ง
นายน็อตลุกขึ้น ถอยหนีผมทันที
แหม ร้อนตัวเชียวนะนาย ฉันถามจี้ใจดำหรือไง ท่าทางเมื่อกี้ฉันคงไปขัดจังหวะอะไรล่ะซิท่า
แววตารู้ทันของมันที่มองมา ทำเอาผมอยากฆ่าคนขึ้นมาทันตา
อยากถาม... มันจะฉลาดไปเพื่อใคร
นายพูดแบบนั้นหมายความว่าไง
ผมถามรู้สึกตัวร้อนวูบ ๆ ยังไงก็ไม่รู้
นายก็รู้ดีแก่ใจ จะถามฉันไปเพื่ออะไร ไปเตรียมตัวกินข้าวดีกว่า
แล้วมันก็เดินเร็ว ๆ หนีไปห้องครัว ผมส่ายหัวเบา ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา รอใครอีกคนให้ออกมากินข้าวด้วยพร้อมกัน
แอ๊ด...
ไม่นานประตูก็เปิดออก นามิสาไม่ได้ก้าวออกมาอย่างที่ผมคิด กลับเป็นใบหน้าของเธอแทน ที่โผล่ออกมามองซ้ายมองขวาดูระแวดระวังอะไรบ้างอย่าง
แล้วถอนหายใจเฮือกท่าทางคงมองไม่เห็นผม ร่างเล็กหันกลับไปปิดประตูแผ่วเบา เธอคงไม่รู้ตัวหรอกว่าผมเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เธอหันหน้ากลับไปปิดประตูแล้ว
อุ้ย !
เสียงเธออุทานสะดุ้งถอยหลัง แต่ผมคว้าเธอได้ก่อนที่จะถอยไปโดนเหลี่ยมแข็ง ๆ ของขอบโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างผนัง
โอฮาโย โกไซมัส สวัสดียามเช้า คนขี้เซา
ผมกระซิบบอกข้างหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากสัมผัสหน้าผากเย็น ๆ นั่นเบา ๆ
พะ... พอแล้ว เช้านี้นายทำอย่างนี้กี่ครั้งแล้วเนี่ย
ปากเล็กพึมพำสั้น ๆ แต่ผมได้ยินมันชัดเจนเลยล่ะ
...ก็อยู่ใกล้กันขนาดนี้นี่เน้าะ
ถ้าเธอจูบฉันก่อนหนึ่งครั้ง วันนี้ทั้งวันฉันหยุด โอเคมั้ย
ผมบอกเธอนัยน์ตาพราวระยับ นามิสาเบือนหน้าหนีแก้มทั้งสองข้างแดงเรื่อริมฝีปากเล็กเม้มแน่น
ยังไง นายก็เอาเปรียบฉันอยู่ดี
เสียงสั่น ๆ พูดอีกครั้ง ผมเชยคางเธอให้หันมามองกัน
เอาเปรียบที่ไหน ...ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ แล้วอย่ามาว่าฉันล่ะ
พูดจบผมก็ก้มลงไปหาริมฝีปากเล็ก ๆ ที่พูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้ขู่ แต่ทำจริง
กะ ...ก็ได้
ผมยกมุมปากขึ้นทั้งสองข้าง ดวงตาหรี่ลงอย่างที่นามิสาเห็นแล้วต้องหลบตา
นะ... นายถอยออกไปก่อนซิ
ผมถอยออกมาตามที่เธอบอก นัยน์ตาจับจ้องอยู่ที่นามิสาเพียงจุดเดียว
ร่างเล็กที่วันนี้อยู่ในชุดสีขาวกางเกงขาสามส่วน กับเสื้อโปโลพอดีตัวหันซ้ายหันขวานิด ๆ เหมือนหาตัวช่วย
เร็วซิ... เธอคิดว่าฉันใจเย็นนักหรือไง
ผมเร่ง นามิสาตวัดหน้าขึ้นมองผมตาขวาง ปากขยับพึมพำอะไรบ้างอย่างที่ผมไม่ได้ยิน แต่ก็รู้ว่าคงไม่พ้นกล่าวหาผมแน่ ๆ
ละ ...หลับตาด้วย
เธอบอกเสียงตะกุกตะกัก ถึงรู้ว่าอาจจะโดนโกงเพราะนัยน์ตาของเธอมันฟ้อง แต่ผมก็ทำตามที่เธอบอก
หลับตาลงแล้วคอยให้เธอเป็นคนสัมผัสผมก่อน
เกือบครึ่งนาทีกว่าที่ริมฝีปากนุ่ม ๆ จะสัมผัสโดนผม
...คาดว่า เวลาคงหมดไปกับการตั้งตัวของเธอหรือไม่ก็ทำใจที่ต้องมาทำตามความต้องการของผมอย่างนี้
สัมผัสนุ่นหายไปรวดเร็วอย่างที่ผมเดาไวในตอนแรก ผมไม่ได้เอาคืนที่โดนเธอโกงแบบนี้ สัมผัสของเธอเมื่อครู่ยังไม่สามารถเรียกว่าจูบได้เลยแม้แต่นิด เพราะมันเร็วมาก
แต่ถ้าหากเทียบกับความสุขที่เกิดขึ้นในใจ ผมก็ถือว่าคุ้ม
...คุ้มกว่าการสัมผัสเธอก่อนแต่เธออาจจะไม่เต็มใจ
...ผู้ชาย ไม่ว่ายังไงก็อยากได้การแสดงออกของคนที่ตัวเองถูกใจมากกว่าคำพูด ผมคิดว่างั้นนะ...
ไปทานข้าวเช้ากันเถอะ
พูดจบ ก็เอื้อมแขนไปจับข้อมือเล็ก ๆ ให้มาอยู่ในมือ นามิสาเงยหน้าขึ้นมองผมที่ทำหน้านิ่งสนิทเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
เธอคงคิดว่าผมโกรธแน่ ๆ ก็เล่นซะเร็วแบบนั้น เหมือนไม่เต็มใจอย่างไงก็ไม่รู้
แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมขี้เกียจอธิบายอะไรให้เธอเข้าใจแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คราวหน้าคราวหลังเธอจะได้สัมผัสผมนานกว่านี้
หวัดดีโฟร์
นายน็อตส่งเสียงทักทาย เมื่อผมกับนามิสาก้าวเข้าไปที่โต๊ะอาหาร สายตาของมันจับจ้องอยู่ที่มือผม ซึ่งมีมือเล็กของคนข้างตัวอยู่ข้างใน
อะแฮ่ม
เสียงมันกระแอมกระไอเหมือนมีอะไรติดคออยู่ในลำคอ ทำให้นามิสาต้องดึงมือตัวเองออกอย่างเขิน ๆ
มือเล็กยกขึ้นทักทายนายน็อตตอบอย่างเก้อ ๆ
หวัดดีน็อต
อะ นั่ง ๆ เป็นไงมั่งเมื่อคืน หลับสบายไม่มีอะไรไปกวนใช่มั้ย
ดูสายตามันที่มองมาทางผมซิ คิดว่าผมจะร้อนตัวเหรอ ฝันไปเถอะ
มะ... หมายความว่าไงเหรอ
นามิสาถาม ดวงตากลมโตบ่งบอกความสงสัยเต็มเปี่ยมอย่างไม่ต้องอ่านให้ยาก
นายน็อตยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนที่มันจะอ้าปากพูดอะไรผมก็ส่งสายตาจิก ๆ ไปให้ พร้อมกระแอมกระไอเหมือนมีอะไรติดคอขึ้นมาบ้าง
อะแฮ่ม อืม...
นามิสาหันมามองผมที่ทำท่าแบบนั้น เธอส่งสายตาไม่เข้าใจอาการของผมมาให้ แต่ผมไม่ได้มอง เพราะตอนนี้กำลังใช้สายตาบังคับนายน็อตที่มองผมอย่างล้อ ๆ อยู่
นั่งซิ
ผมบอก เลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งที่หัวโต๊ะ ซึ่งทำให้นายน็อตขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
อ้อ ๆ
มันพยักหน้าหงึกหงักเข้าใจอะไรอยู่คนเดียว แล้วส่งสายตามามองผมเหมือนรู้ทัน
นายเป็นไรน็อต
ผมถามอย่างรู้อาการเมื่อครู่ของมันเหมือนกัน
เปล่านี่
มันทำหน้าใสซื่อจนผมอยากถีบ ผมทิ้งตัวลงนั่งบ้างพร้อมทั้งส่งสายจิก ๆ ไปให้นายน็อตตลอดการรับประทานอาหารเช้า
นั่นเธอจะไปไหนน่ะ
ผมเอ่ยถาม เมื่อเหลือบตาขึ้นมา เห็นนามิสาเดินสะพายกระเป๋าออกมาจากห้อง
เอ่อ... คือ... ฉันจะไปหางานทำน่ะ
คำพูดของเธอทำให้ผมขมวดคิ้ว ก่อนจะคลายออกเมื่อนึกได้ว่า ผมยังไม่ได้บอกเธอเรื่องที่ให้ยัยนามิกะหางานให้เธอทำ
เอากระเป๋าไปเก็บเถอะ ไม่ได้ไปหรอก เดี๋ยวเย็นนี้งานจะมาหาเธอเอง
ผมบอก แล้วก้มลงจดงานที่ทำค้างต่อ นามิสาขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับคำพูดของผม
หมายความว่าไง
ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ พลางยิ้มมุมปากนิด ๆ สงสัยมันคงดูไม่น่าไว้ใจกระมัง เธอจึงมองผมด้วยสายตาระแวงแบบนั้น
จำไม่ได้หรือไง ที่เมื่อวานฉันบอกว่าจะมีงานให้ทำน่ะ...
อะ... อ้อ
เธอพยักหน้า ก่อนหันมองซ้ายขวาเหมือนหาอะไรซักอย่าง

| 190 |
| 1282 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |