|

| 169 |
| 1261 |
ฉันไม่สนใจหรอก ถ้าเธออยากได้ลายเซ็นนัก ฉันจะเซ็นให้เอง
ผมเอ่ยอย่างบังคับ นามิสามองผมแปลก ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า
นายเป็นดาราด้วยเหรอ
เธอเลิกคิ้วถามผมอย่างสงสัย
ใครบอก ฉันเป็นแฟนเธอต่างหากล่ะ
ผมบอกยิ้ม ๆ นามิสานิ่งไปด้วยความคาดไม่ถึง แก้มนวลทั้งสองข้างแดงขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่ ก่อนจะโพล่งออกมาจนคนรอบ ๆ หันมามอง
ตาบ้า ! นาโอคิ
ฮ่า ๆ ยอมรับครับผม
ผมบอก เอื้อมมือไปดึงแก้วน้ำในมือเธอออก แล้วล้วงเงินในกระเป๋าออกมาวางไว้บนโต๊ะ คว้าแขนเธอจูงออกจากร้าน
นายจะรีบไปไหนเนี่ย กองถ่ายเขาคงไม่ยกหนีนายไปไหนหรอกนะ
นามิสาพูดขึ้นอย่างหัวเสีย เมื่อผมตั้งหน้าตั้งตาลากเธอไปที่รถโดยไม่ได้หันไปมองขาสั้น ๆ ของเธอแม้แต่น้อย
ชักช้าจริง ๆ เลย
ผมบ่น ผ่อนการก้าวเดินลงอีกนิดให้นามิสาตามได้ทัน
ก็ฉันไม่ได้เลี้ยงควายเหมือนนายนี่ จะได้รีบไปตามอะ
ดูเธอเปรียบเทียบซิครับ เล่นเอาซะผมอยากหยุดเดินเลย
พูดมากน่า เธอลองหันกลับไปมองข้างหลังซิ แล้วจะรู้ว่าฉันรีบเพราะอะไร
นามิสาหันกลับไปมองตามที่ผมบอก ก่อนตาโต ๆ คู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้นแล้วหันขวับกลับมาหาผม
คนพวกนั้นเป็นใครเหรอ
ตั้งคำถามเสร็จ แล้วก็หันกลับไปมองอย่างเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง
เธอกลัวว่าพวกนั้นมันจะไม่รู้ตัวว่าเธอรู้ตัวแล้วหรือไงนะ
ยัยบ้าเธอจะหันกลับไปทำไมล่ะ เดี๋ยวพวกมันก็รู้ตัวหรอก
รู้ตัวอะไร
เธอหันกลับมาถามผมอย่างไม่เข้าใจ
ก็รู้ตัวว่าเรารู้ตัวว่าพวกมันตามมาแล้วนะซิ
ผมตอบ รีบลากเธอออกเดินอีกครั้ง เมื่อนามิสาทำท่าจะหันกลับไปจ้องพวกนั้นอีกรอบ
นายพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ
ดูตาเธอตอนนี้ซิคับ บ๊องแบ๊วชะมัด ผมอธิบายเข้าใจยากขนาดนั้นเลยหรือไงกัน
เจ้าพวกนั้น มันตามเรามาตั้งแต่ออกจากสวนสนุกแล้วนะซิ ถ้าเธอสงสัยมากจะไปถามพวกมันดูก็ได้นะว่าตาเรามาทำไมกันน่ะ
นายจะบ้าเหรอ ! ยังไง ๆ ฉันก็ไม่มีทางเข้าไปคุยกับคนที่สะกดรอยตามฉันหรอก ถึงพวกนั้นจะดูดีก็เถอะ
เธอตอบ วิ่งลิ่วไปขึ้นรถทันทีที่ผมกดปลดล็อคด้วยรีโมทขนาดเล็กในมือ
เมื่อกี้เธอว่าไงนะ
ผมถาม รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ ก่อนจะเอื้อมไปจับข้อมือเล็ก ๆ นั่นให้หยุดคาดเข็มขัดนิรภัย แล้วหันมาสนใจผมก่อน
อะไรอีกล่ะ
เธอขมวดคิ้วถามผม
เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไร ใครดูดีนะ
ก็พวกนั้นไงล่ะ นายไม่เห็นเหรอ แต่ถึงจะดูดียังไงฉันก็ไม่เข้าไปถามพวกนั้นอย่างที่นายบอกหรอกนะ... อุ๊บ !
เสียงเล็กใสที่กำลังพูดรัวเร็วโดยไม่มองหน้าผมหยุดชะงักลงทันที เมื่อผมก้มหน้าลงไป บดริมฝีปากตัวเองเข้ากับริมฝีปากของเธออย่างแรง
นามิสานิ่งไปอย่างตกตะลึง ก่อนร่างเล็ก ๆ จะดิ้นลนเพื่อให้พ้นจากผม
เพียะ ! !
ในที่สุดมือเรียวเล็กก็ฟาดลงบนใบหน้าผมจนได้ หน้าผมหันไปตามแรงตบนิด ๆ บริเวณแก้มชาวาบขึ้นมาจนทำให้ผมตวัดสายตากลับมามองเธอด้วยความไม่พอใจ
นายโกหก นายผิดสัญญา แล้วอย่างนี้จะให้ฉันเชื่อใจนายอะไรได้อีก
น้ำใส ๆ ที่คลอหน่วยอยู่ที่ดวงตาของเธอทำให้ผมรู้สึกตัว แล้วรีบคว้าแขนเรียวเล็กไว้ทันที เมื่อนามิสาจะก้าวลงจากรถเพื่อหนีผมไปอีก
ปล่อยนะ !
ร่างเล็กสะบัดมือไปมา ผมเอื้อมมืออีกข้างไปกดรีโมทให้รถล็อคแล้วปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
นามิสาตวัดสายตามองผมอย่างโกรธ ๆ แล้วเอื้อมไปผลักประตูรถให้มันเปิดออก แต่มันก็นิ่งสนิท
เปิดเดี๋ยวนี้นะ
ฉันขอโทษ...
ผมบอกเสียงอ่อย แล้วเบือนหน้าหนีเธอไปอีกทาง
...
...ฉันโกรธรู้มั้ย ทำไมเธอต้องพูดว่าคนอื่นดูดีให้ฉันได้ยินด้วย จำไว้เลยนะ ในสายตาของเธอฉันดูดีได้แค่คนเดียว
นายมันบ้า !
ปากเล็กว่า ก่อนจะตีแขนผมเบา ๆ แล้วหันหน้าออกไปนอกรถ
เสียงหายใจแรง ๆ ของคนข้างตัวทำให้ผมต้องหันไปมอง ใบหน้าแดงก่ำแต่บูดบึ้งไม่รู้แน่ว่าอยู่ในอารมณ์ไหนตวัดมามองผมด้วยสายตาวาวโรจน์
ทำไมนายเป็นคนไร้เหตุผลและเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้นะ
คำกล่าวหาของเธอที่ไม่ได้เกินจริงแม้แต่นิด ทำให้ผมต้องสบถออกมาอย่างหัวเสียเพราะไม่อยากยอมรับความจริง ว่าผมเป็นอย่างที่เธอพูด
ชิ ! ใครจะไปดีเลิศประเสริฐศรีเท่าไอ้คนพวกนั้นล่ะ ถ้าเธอเห็นมันดีกว่าฉันมากนัก ก็ลงไปหามันซะเลยซิไป
ผมออกปากไล่เธออย่างโกรธ ๆ แต่ถ้าเธอลงไปจริง ๆ ผมคงหน้าเสีย
ฉันไม่ลงไปไหนทั้งนั้นแหละ เพราะนายจะต้องพาฉันไปกองถ่าย...
ผมแอบยิ้มกับตัวเองนิด ๆ เมื่อได้ฟังคำพูดของเธอ ก่อนจะต้องหน้าบึ้งขึ้นมาอีกรอบ เมื่อเธอต่อประโยคจนจบ
ฉันจะได้ไปขอลายเซ็นพวกพี่ ๆ ดาราผู้ชายทั้งหมด
ทำไมต้องผู้ชาย
ผมถามเสียงขุ่น ตกลงยัยเด็กใหม่นี่จะลองดีกับผมจริง ๆ ใช่มั้ย
มันก็เรื่องของฉันอีกนั่นแหละ นายไม่เกี่ยว
นามิสา นี่เธอเป็นคนรักของฉันนะ
ผมคว้าแขนเธอแล้วดึงเข้ามาใกล้ การกระทำที่ไม่ได้อ่อนโยนแม้แต่นิดทำให้นามิสาเบ้หน้าอย่างเจ็บ ๆ
เจ็บนะ !
เธอสะบัดแขนตัวเองออก มองหน้าผมตาขวาง ก่อนจะลูบแขนที่เป็นรอยแดงเพราะผมของตัวเองปอย ๆ เมื่อผมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
ชิ !
ผมสบถออกมา เมื่อเห็นว่าตัวเองเป็นคนทำให้เธอเจ็บ พร้อมกับสตาร์ทเครื่องและขับออกไปอย่างรวดเร็ว
...ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมจึงกลายเป็นคนที่หงุดหงิดง่ายและไร้เหตุผลแบบนี้ แค่เป็นเรื่องของนามิสา เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ทำให้ผมเสียการควบคุมตัวเอง
เธอเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาทำให้ผมวุ่นวายใจ ...อยากถามออกไปแบบนี้แต่ผมรู้ดีว่าคงไม่ได้คำตอบ เพราะผมเองต่างหากที่เป็นคนเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเธอก่อน
...ต้องทำยังไงนะ ถึงจะฉุดรั้งความรู้สึกบ้า ๆ นี่ไว้ได้ นับวันมันยิ่งเด่นชัดจนผมเริ่มเกลียดตัวเอง
และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมหงุดหงิดจนทำร้ายเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ ผมคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง...
นี่นาโอคิ สอนฉันเขียนภาษาไทยหน่อยซิ
นั่นคือเสียงอ้อน ๆ ของนามิสาหลังจากที่วันนี้เธอได้หยุดพักจากงานที่ยัยนามิกะหาให้เธอทำนั่นก็คือ การเสิร์ฟน้ำให้กับบรรดานักแสดงในกองถ่าย ซึ่งแน่นอนว่าผมต้องขนงานของตัวเองตามมาทำเพื่อเป็นการเฝ้าเธอด้วย
ไม่ได้หรอกผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นโดยเฉพาะตัวเธอเอง เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนนู่นผมยังไม่เคลียร์เลยที่เธอบอกว่าจะขอลายเซ็นบรรดาดาราผู้ชายให้หมดทั้งกองถ่าย
เล่นเอายัยนามิกะถึงกับค่อนขอดผมเลยว่ายิ่งกว่าจงอางหวงไข่
นามิสาที่มาได้ยินก็ถามผมใหญ่เลยว่า จงอางหวงไข่คืออะไร ไอ้น็อตที่โผล่หน้ามาตอบแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาผมอารมณ์เสียไปครึ่งค่อนวัน
มันก็เหมือน ๆ กับหมาหวงก้างนั่นแหละ
คำตอบที่ทำให้นามิสาขมวดคิ้วมุ่นเพราะยังไม่ค่อยกระจ่างในความหมาย
หมาหวงก้าง ? นาโอคิน็อตเขาหมายความว่าไงเหรอ
ก็หมายความว่านาโอคิมันเป็นหมา แล้วเธอก็เป็นก้างนะซิ
คำตอบที่ทำให้นามิสาเบิกตาโต ๆ ของเธอขึ้น แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งวันหลุดออกมาจากปากหมา ๆ ของมัน
ให้ตายซิ... เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ทั้งคนรัก
อย่าให้ถึงตาผมบ้างก็แล้วกัน
ไม่สอน
ผมตอบเสียงห้วน ยังคงอาการหงุดหงิดเธอเอาไว้อย่างที่ทำให้นามิสาต้องหัวเราะออกมาเบา ๆ
ไม่สอนก็ไม่สอน ฉันไปให้พี่ฟรานสอนให้ก็ได้
คำบอกที่ว่าไม่ง้อผมของเธอ ทำให้ผมคว้าแขนเธอหมับแล้วดึงมานั่งใกล้ ๆ ตัว
เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น
เอ๊ะ! นายนี่เปล่านะ คนเขามองกันหมดแล้ว
นามิสาบอก สายตาเหลือบมองคนรอบ ๆ อย่างใจไม่ดี แล้วพยายามดิ้นออกจากมือผมทุกวิถีทาง
ทำไม กลัวไอ้หน้าจืดนั่นเข้าใจผิดหรือไง ดีซะอีกมันจะได้รู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว
ผมบอกอย่างไม่พอใจ พลางดึงนามิสาขึ้นมานั่งบนตักตัวเองแล้วกอดเอาไว้แน่น เมื่อเธอยังทำท่าจะออกไปให้ไกล ๆ ผม
นาโอคิ ! ปล่อย ฉันจะไปทำงานแล้ว
นามิสาอ้อนเบา ๆ เมื่อเห็นว่าดิ้นยังไงก็ไม่ได้ผล
ผมลัดเอวเธอเอาไว้แน่น ก่อนจะซุกหน้าลงบนกลุ่มผมของเธอเพื่อสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ติดอยู่กับเส้นผม นามิสาเบี่ยงหัวหลบจมูกผมที่ก้มลงไปจ้าละหวั่น
นาโอคิ ตาบ้า ปล่อยฉัน นายจะทำอย่างนี้ที่นี่ไม่ได้นะ
เสียงห้ามของเธอทำให้ผมหยุดทันที แล้วมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
งั้นเรากลับบ้านกัน
ผมบอกสีหน้าจริงจัง นามิสานิ่งอึ้งไปด้วยความฉงน ก่อนจะร้องว่าผมขึ้นมาอีกรอบเมื่อเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร
ตาบ้า ที่ไหนนายก็ทำไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ปล่อยซี้
มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะงัดแงะมือผมออก แต่เรื่องอะไรผมจะยอมล่ะ อยากแกล้งให้ผมหงุดหงิดดีนัก จะเอาคืนให้สาสมเลย
คิดได้อย่างนั้นแล้วกดจมูกลงบนแก้มเธอที่หันหนีอย่างลนลาน ขณะที่ผมหัวเราะฮึ ๆ อย่างชอบใจในลำคอ
ยัยนามิกะที่กำลังดูแลความเรียบร้อยพวกนักแสดงของเธอ กับนายน็อตที่นั่งอ่านบทอยู่หันมามองผมแล้วส่ายหัวเบา ๆ อย่างระอา
เพราะภาพนี้พวกนั้นเห็นบ่อยจนชิน ตั้งแต่ที่นามิสานี่เข้ามาทำงานที่นี่เมื่ออาทิตย์ก่อนนู้นนั้นแหละ
=...Kinochita Na-o-ki...=

| 169 |
| 1261 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |