|

| 190 |
| 1282 |
ตอนที่ 14 เธอเปลี่ยนไปกับความสงสัยที่ได้แต่เก็บเอาไว้ในใจอย่างเงียบงัน
ไอ้น็อต นี่มันจะแปดชั่วโมงอยู่แล้วนะ ทำไมนามิสายังไม่กลับมาอีก
ผมเข้าไปกระชากนายน็อตให้ลุกจากโซฟาที่มันกำลังนอนหลับสบายอุราอยู่ขึ้นมา
หลังจากที่พยายามไม่มองนาฬิกามาเกือบสามชั่วโมงแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ นามิสาไปทำอะไรอยู่ที่ไหนทำไมจนป่านนี้แล้วเธอยังไม่กลับบ้าน จะให้ผมเป็นบ้าตายก่อนหรือไงกันนะ
ไอ้เพื่อนเวร ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะฉันไม่ใช่โฟร์สักหน่อย นายอยากรู้ก็โทรไปถามดิ จะมากลุ้มทำหน้าเหมือนคนอึไม่ออกอยู่ทำไมกัน
คำพูดของมันหลังจากตาสว่างแล้วทำให้ผมมีสติมากขึ้น
กลุ้มอยู่ได้ตั้งนานทำไมคิดไม่ออกนะ คิดอย่างงง ๆ กับตัวเองจึงกดหมายเลขของเธอที่ผมเมมไว้ในเครื่องแล้วโทรออก
ขออภัยค่ะ หมายเลข...
เธอปิดเครื่อง
ผมหันไปมองนายน็อตที่ลุกขึ้นบิดตัวไปมาตาเขม็ง มันหยุดกึกเบิกตากว้างขึ้นรีบกระวีกระวาดก้าวเข้าไปในห้องตัวเอง แล้วกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับกล่องอะไรบางอย่างที่คุ้นตาผมมาก ๆ ในมือของมัน
นี่... เอ่อ โฟร์บอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องใช้มันก็เลยฝากฉันคืนให้กับนายตั้งแต่สองสามอาทิตย์ก่อนนู้น...
น็อตบอก ยื่นกล่องโทรศัพท์ที่ผมซื้อให้นามิสาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนมาตรงหน้า
ผมมองเจ้ากล่องโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดนั่นแล้วก็รับมาอย่างอึ้ง ๆ รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยที่เธอไม่ใช้มันแถมยังฝากนายน็อตมาคืนผมอีก ทั้งที่เจอหน้ากันอยู่ทุกวัน
แล้วนายทำไมเพิ่งมาบอก...
ผมถาม มองมันด้วยประกายตาขวาง ๆ หรือจะพูดให้ถูกเลยก็คือผมหึงที่นามิสาเห็นมันสำคัญกว่า
ฉันลืมนะซิ นายก็เห็นว่าฉันยุ่งขนาดไหน แล้วอีกอย่างใครจะไปคิดล่ะว่านายเพิ่งโทรหาเธอครั้งแรกเมื่อกี้นี้...
คำตอบของมันทำให้ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
นายรู้ได้ยังไงว่าฉันเพิ่งจะโทรหานามิสาครั้งแรก...
น็อตถอนหายใจ แล้วหันมามองผมด้วยสายตาประมาณว่า นี่นายแกล้งโง่ หรือไม่รู้จริง ๆ วะเนี่ย แต่เมื่อเห็นสายตาของผมที่มองมันอย่างกังขาจริง ๆ มันเลยเริ่มอธิบาย
...ก็เพราะว่าถ้านายโทรหาโฟร์ก่อนหน้านี้ นายคงรู้ตั้งนายแล้วล่ะว่าเธอไม่ได้เปิดใช้มันเลย ที่นายโทรหาเธอเมื่อกี้นี้แล้วบอกว่าโฟร์ปิดเครื่องก็เพราะนายไม่รู้ว่าเธอไม่ได้แตะต้องมันสักนิดนะซิ
คำพูดของมันทำให้ผมกระจ่างขึ้นมาอีกนิด ก่อนที่ผมจะถอนหายใจออกมา แล้ววางกล่องโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ทิ้งตัวลงนั่งเหมือนคนติดหนี้เป็นล้าน ที่มีกำหนดส่งคืนภายในอีกสองวันข้างหน้าแต่ยังหาทางออกไม่ได้
เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ฉันผิดเองนั่นแหละ แล้วฉันจะทำยังไงถึงจะรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนล่ะทีนี้ นายช่วยฉันคิดหน่อยซิ..
ฉันว่านายอยู่เฉย ๆ ไปดีกว่า ถ้าโฟร์จะกลับมาเธอก็กลับมาเองนั่นแหละ ว่าแต่นายเถอะ... มั่วแต่กลุ้มเรื่องนี้อยู่ได้ อ่านหนังสือสอบบ้างหรือยังล่ะ
มันเริ่มเปิดประเด็นอื่นเพื่อหันเหผมออกจากเรื่องของนามิสา ผมมองอย่างแปลกใจนิดหน่อยเพราะว่าร้อยวันพันปีมันไม่ยักจะพูดถึงเรื่องเรียน แล้วนี่อะไร ...ทำไมจงใจเอาเรื่องสอบมาเบี่ยงเบนผมออกจากนามิสาได้ล่ะ
ยัง ขี้เกียจอ่าน นายก็พูดได้ซินายไม่ได้เป็นฉันนี่ เฮอะ...
พูดกับนายแล้วฉันปวดหัวว่ะ ไปนอนต่อในห้องดีกว่า...
มันบอกก่อนจะตรงแน่วเข้าห้องตัวเองไปอย่างไม่สะทกสะท้านอะไรต่อเสียงของผมที่พยายามรั้งมันไว้ให้มาปวดหัวด้วยกัน ก่อนจะปิดประตูพร้อมเสียงคลิ๊ก!ที่บ่งบอกว่ามันล็อคห้องเรียบร้อยโดยไม่มีทางที่ผมจะเข้าไปก่อกวนมันด้านในต่อได้เลย
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง นามิสาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับมา ผมที่จัดห้องนั่งเล่นใหม่เสร็จไปตั้งไม่รู้กี่รอบเริ่มกลับมาหงุดหงิดหัวเสียอีกครั้ง
อุตส่าห์หาเรื่องมาทำให้ไม่ต้องคิดถึงเธอแล้วแท้ ๆ ทำไมยังไปคิดถึงอยู่อีกนะ
เธอไปอยู่ที่ไหนกัน... เมื่อไหร่จะกลับมาสักที
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากเผลอหลับไปตั้งแต่สี่โมงครึ่ง จนตอนนี้ก็เกือบจะสองทุ่มอยู่แล้ว
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่มีวีแววของนามิสาที่บ้าน เธอไปอยู่ที่ไหนกัน...
ก่อนที่จะคิดอะไรไปในทางที่อาจจะทำให้ผมผิดหวังหรือเสียใจ ผมก็โทรไปหายัยนามิกะให้ช่วยดูว่านามิสาได้ไปทำงานหรือเปล่า แต่คำตอบที่เธอตอบกลับมาก็ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกผมดีขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว
สุดท้ายเมื่อพยายามบังคับตัวเองให้อยู่นิ่ง ๆ ไม่ไหว ผมก็ผุดลุกครึ่งคว้ากุญแจรถขับออกไปนอกบ้านทันที
ที่หน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน...
ร่างเล็ก ๆ ของนามิสากำลังถือของเดินเหมือนเหม่อลอยสวนทางเข้ามาบนฟุตบาท ภาพที่เห็นทำเอาผมโล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่ความเป็นห่วงก็เพิ่มพูนขึ้นมาอีกจนหยุดไม่อยู่
ทำไมเธอไม่ให้รถเข้าไปส่งที่หน้าบ้าน ทางก็เปลี่ยวจะตายมาเดินคนเดียวมืด ๆ ค่ำ ๆ อย่างนี้ได้ยังไงกัน ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ ผมจอดรถแล้วลงไปยืนขวางหน้าเธอทันที...
ตุ้บ!
ร่างเล็กสะดุ้งนิด ๆ เมื่อเดินมาชนผมที่ยืนขวางเข้าอย่างจังทำให้ข้าวของในมือเธอหล่นลงจนหมด ก่อนเธอจะเบิกตาขึ้นเมื่อเห็นหน้าผม
นาโอคิ!
น้ำเสียงที่ว่าจะดีใจก็ไม่ใช่จะตกใจก็ไม่เชิงทำให้ผมเป็นห่วงเธอขึ้นไปอีก
ทำไมกลับช้านักล่ะ ฉันรอเธอที่บ้านตั้งนาน
ทันทีที่ผมถาม นามิสาก็ลนลานก้มลงเก็บของที่หลุดมือขึ้นมาแล้วตอบผมตะกุกตะกักจนผมต้องก้มลงไปช่วยเก็บ
กะ... ก็คือฉันไปซื้อของใช้มาไง
ผมมองของในมือเธอกับมือของตัวเอง ดู ๆ แล้วมันก็ไม่น่าจะเสียเวลาไปซื้อเป็นวันขนาดนี้นี่นา เธอคงไม่ได้กำลังโกหกผมอยู่หรอกใช่มั้ย
ผมมองเธอด้วยสายตาค้นคว้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วดึงของในมือเธอมาถือไว้เอง ไม่คิดถามเซ้าซี้ให้มากความ เพราะถ้านามิสาคิดว่าไม่สมควรจะบอกผม ผมก็คิดว่าตัวเองก็ไม่ควรจะไปรู้ดีกว่า
งั้นไปขึ้นรถเถอะ จะได้กลับบ้านกัน ฉันเป็นห่วงเธอแทบแย่ คราวหลังอย่าหายไปนาน ๆ โดยไม่บอกไม่กล่าวอย่างนี้อีกนะ
ผมเดินไปที่รถ นามิสาที่เดินตามหลังผมมาก้าวเข้ามานั่งในรถโดยไม่ตอบอะไร ใบหน้าเธอก้มต่ำลงจนผมไม่แน่ใจว่าเธอคิดอะไรอยู่ รู้เพียงอย่างเดียวว่าตอนนี้เธอต้องมีเรื่องอะไรปิดบังผมอยู่แน่ ๆ
ฉัน ขอโทษนะ
เสียงสั่น ๆ ที่ออกมาจากปากนามิสาทำให้ผมหันไปมองเธออย่างแปลกใจ ก่อนที่จะได้เห็นว่าใบหน้านวลที่ก้มต่ำอยู่นั้นกำลังมีน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงดวงตาคู่โตช้า ๆ ผมนิ่งอึ้งไปด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนจะลนลานถามเธอออกไปด้วยความเป็นห่วง
เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ร้องไห้ทำไม แล้วทำไมต้องขอโทษฉันด้วย
ร่างเล็กไม่ตอบผม เธอส่ายหน้าไปมาแล้วร้องไห้เบา ๆ ปากพร่ำพูดอยู่แต่ประโยคเดิม ๆ ขณะที่ผมยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
นามิสาเธอบอกฉันซิว่าเธอเป็นอะไร อย่าเงียบอย่างนี้ได้มั้ย ฉันเป็นห่วงเธอนะ
ผมโผไปดึงเธอเข้ามากอดไว้อย่างร้อนลน แรงสะอื้นของเธอที่ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หัวใจผมปวดหนึบไปหมด
นาโอคิ... ฉันขอโทษ... ฉันขอโทษ...
คำพูดต่อจากนั้นของเธอทั้งหมดถูกผมหยุดไว้ด้วยริมฝีปาก ก่อนโลกทั้งโลกดูเหมือนจะหยุดนิ่งไป เมื่อนามิสาจูบตอบผมอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อน
ผมถอนริมฝีปากตัวเองออกช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่เสียดาย แต่ความสงสัยมันก็มีมากพอกันยิ่งบวกเพิ่มด้วยความเป็นห่วงและความอยากรู้มันเลยทำให้ผมหักห้ามใจตัวเองได้ ก่อนที่จะทำอะไรเธอไปมากกว่านั้น
บอกฉันซิเธอเป็นอะไรไปฮึ ร้องไห้ทำไม มีเรื่องอะไรไม่พอใจหรือไง...
ผมเอ่ยถามพลางค่อย ๆ เช็ดน้ำตาออกให้ด้วยสองมือที่จับใบหน้าเธอไว้ นามิสาหลับตาลงส่ายหน้าเบา ๆ เธอเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบาง ๆ มาให้พลางดันมือผมออกแล้วเลื่อนมือตัวเองมาจับใบหน้าผมไว้แทน
นาโอคิ... ฉันไม่รู้ว่ามันจะสายไปหรือเปล่า แต่ฉันอยากจะบอกให้นายรู้เอาไว้... ...ฉันรักนายนะ...
เธอ...
คำพูดของผมที่จะออกมาต่อจากนั้นถูกหยุดไว้ด้วยปากเล็ก ๆ ของเธอ นามิสาดึงผมเข้าไปกอดเอาไว้แน่นราวกับตัวเองจะไม่ได้ทำอย่างนี้อีก ความคิดที่ทำให้ผมได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจอย่างเงียบงัน ก่อนจะจูบและกอดตอบร่างเล็กไปอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำของเธอ...
...เมื่อกี้เธอพึ่งจะบอกว่ารักผมใช่มั้ย แต่ทำไมผมจึงไม่รู้สึกดีใจเท่าที่ควรเลยล่ะ มันเหมือนมีอะไรมาฉุดรั้งความดีใจของผมเอาไว้จนไม่สามารถจะแสดงมันออกมาได้ นามิสาบอกว่ารักผมทั้งที่ตัวเองปิดบังเรื่องราวอะไรบางอย่างเอาไว้ คำขอโทษที่ผมไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร และอาการที่เปลี่ยนไปจากเธอคนเดิมทำให้ผมยากที่จะยอมรับได้
ร่างบางที่ผละออกจากผมเลื่อนใบหน้าตัวเองไปซุกที่อกผมแล้วร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ
ฉันรักนายนะ... ฉันรักนาย...
คำพูดเดิม ๆ ที่เธอส่งเสียงออกมาอย่างสั่นเครือทำให้ผมได้แต่กอดเธอเอาไว้โดยที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง
ฉันรู้... ฉันรู้... ไม่เป็นไรแล้วนะ
นามิสากระชับแขนที่กอดผมไว้อีกครั้งก่อนจะผละออก ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองเบา ๆ แล้วส่งยิ้มมาให้ผม
กลับบ้านกันเถอะนะ ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอนจัง
แต่ผมก็รู้ว่ารอยยิ้มที่เธอส่งมาให้ผมนั้นกำลังปิดบังอะไรผมเอาไว้ คำพูดเธออาจจะโกหกและบ่ายเบี่ยงผมได้ แต่ว่าดวงตาเธอไม่มีทางหลอกผมแน่ ๆ มันกำลังฟ้องว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจซึ่งไม่อาจจะบอกให้ผมรู้ได้เลยว่ามันคือเรื่องอะไร และผมก็คงได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ โดยหวังว่าสักวันเธอจะบอกผมด้วยตัวเธอเอง

| 190 |
| 1282 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |