|

| 254 |
| 1346 |
รุ้งเช้าหลังจากที่นอนไม่หลับมาทั้งคืน ผมก็ลุกขึ้นตรงเข้าห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่ม แต่ภาพร่างเล็กที่กำลังวุ่นวายอยู่กับเครื่องครัวทำให้ผมชะงักเท้าที่จะก้าวเข้าไปไว้ตรงนั้นแล้วยืนมองเธอเงียบ ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอาหารหลายอย่างลอยมาเตะจมูก ทำให้ผมได้แต่มองเธอด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
ใบหน้าเปียกชื่นพร้อมทั้งดวงตาแดง ๆ และขอบตาบวม ๆ ที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักบอกผมได้ทันทีเลยว่าเธออยู่ในนี้มานานแล้ว แล้วก็นานมากพอที่จะทำให้เธอทำอาหารได้มากกว่าสิบอย่าง ซึ่งนั้นอาจจะต้องใช้เวลาสองชั่วโมงขึ้นไปด้วยซ้ำจึงจะทำมันได้ทั้งหมด
ร่างบางที่ผมไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่เริ่มจะยืนไม่นิ่ง แต่ก็ยังฝืนทำอาหารต่อไปทั้งที่ตัวเองก็เริ่มจะไม่ไหว ผมเห็นเธอเอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับโต๊ะข้าง ๆ ไว้เพื่อพยุงตัวเมื่ออาการวูบคล้ายคนหน้ามืดเริ่มจู่โจม
ร่างเล็กของนามิสาถูกผมรวบเข้ามาในอ้อมแขนได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลงไปกับพื้น ในใจผมร้อนเป็นไฟทันทีเมื่อเห็นใบหน้าที่แสดงอาการเหนื่อยล้าของเธอชัดเจน
นามิสา... นามิสา... ได้ยินฉันมั้ย... นามิสา...
ผมเขย่าตัวเธอเบา ๆ เพื่อเรียกสติ นามิสาลืมตาขึ้นมานิดหนึ่งเพื่อมองผม
นาโอคิ... ฉันรักนายนะ...
ก่อนเปลือกตาของเธอจะปิดลง พร้อมหยาดน้ำใส ๆ ที่ผมไม่รู้ว่ามันไหลรินออกมา เพื่อบอกอะไรกับผม
นามิสา!
ร่างเล็กหมดสติไปแล้ว เมื่อผมอุ้มเธอขึ้นมาจากพื้น
เกิดอะไรขึ้นน่ะ เสียงเอะอะ... เฮ้ย! แล้วนั่นโฟร์เป็นอะไรน่ะ
เสียงนายน็อตที่ถามขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นผมอุ้มนามิสาออกมาจากห้องครัวไม่อาจทำให้ใจผมสงบลงได้ อะไรหลายอย่างดูสับสนวุ่นวายไปหมดจนผมจับทิศทางแทบไม่ถูก แม้แต่หน้านายน็อตตอนนี้ยังดูพร่าเลื่อนจนแทบจะมองไม่เห็นด้วยซ้ำ
นายรีบเอารถออกเร็วเข้า ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล
ผมบอก อุ้มนามิสานำมันออกมานอกบ้าน ก่อนจะเปิดประตูแล้วส่งร่างเล็กเข้าไปอยู่ด้านใน เมื่อนายน็อตมันกดปลดล็อคประตูตั้งแต่ตัวมันเองยังวิ่งมาไม่ถึง พลางพาตัวเองตามนามิสาเข้าไป แล้วกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ
นามิสา อย่าเป็นอะไรนะฉันขอร้อง...
เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าเสียงตัวเองสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมโฟร์เป็นแบบนั้นว่ะ
นายน็อตที่ออกรถมาแล้วเกือบครึ่งนาทีถามผมผ่านกระจกมองหลังด้วยความเป็นห่วงปนสงสัยเมื่อเห็นว่าผมเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่
ฉันไม่รู้... พอเข้าไปในครัว เห็นเธอล้มลงก็เป็นแบบนี้แล้ว ฉันควรทำไงดีน็อต ฉันควรทำไงดี...
ผมพร่ำถามมัน หลังจากที่บอกออกไปเกือบทั้งหมด ก่อนจะก้มหน้าลงจรดริมฝีปากลงกับหน้าผากของร่างเล็กในอ้อมแขนโดยหวังว่าความทุกข์ใจที่เธอมีอยู่ในตอนนี้จะถ่ายเทมาสู่ผมบ้าง
ฉันว่านายใจเย็น ๆดีกว่า... โฟร์ใกล้จะถึงมือหมออยู่แล้วคงไม่เป็นอะไรมากหรอก...
มันบอกแค่นั้นก่อนจะเงียบไปตลอดทางด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียดจนถึงโรงพยาบาล ซึงผมเองก็ไม่คิดจะส่งเสียงอะไรออกไปเมหือนกัน
คุณอาหมอออกมาแล้ว!
เสียงนายน็อตที่ดังขึ้นเรียกสติผมที่เตลิดไปไกลให้กลับมา ก่อนจะผุดลุกขึ้นทั้งที่รู้สึกว่าร่างตัวเองช่างหนักอึ้ง เหมือนมีอะไรหนัก ๆ มาถ่วงเอาไว้
โฟร์เป็นไงบ้างครับ
นายน็อตถามอาของมันซึ่งเป็นหมอของที่นี่แทนผมที่อ้าปากแทบไม่ขึ้น
อาตรวจดูหมดแล้วนะ มันก็แค่อาการของคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ จากผลที่ตรวจออกมาบ่งบอกว่าเธอไม่ได้นอนทั้งคืน แต่ว่านั้นก็ไม่สามารถทำให้คนหมดสติไปได้โดยตรงหรอกนะถ้าไม่ได้มีอาการเหนื่อยคล้ายคนคิดมากเข้ามาเกี่ยวข้อง...
อาหมอยังพูดอะไรต่อไปอีกเรื่อย ๆ แต่ผมฟังไม่รู้เรื่อง จิตใจมั่วแต่พะวงอยู่กับนามิสาที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างจนเริ่มอยู่ไม่สุข นายน็อตคงจะเห็นว่าผมทนไม่ไหวนั่นแหละจึงขออนุญาตอาหมอให้ผมเข้าไปหานามิสาซะที
นามิสา!
คลื่นความดีใจถาโถมเข้าหาผมทันที เมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานเริ่มผ่องใสขึ้น ไม่ได้ซีดเซียวเหมือนก่อนหน้านี้ ผมจับมือเธอเข้ามากุมไว้แน่น ก่อนจะพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ก้มลงไปจูบเธอต่อหน้าพยาบาลซึ่งกำลังห้อยสายน้ำเกลืออยู่ข้างเตียง
นามิสาซึ่งหลับไปด้วยความอ่อนเพลียกำลังหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แพรขนตายาวงอนทาบทับมาบนพวงแก้มเนียนยังคงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาที่ทำให้ผมทรมานใจอย่างถึงที่สุด ที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอจึงกลายเป็นแบบนี้
ผมจูบมือเธอเบา ๆ ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วเกาะกุมมือเธอไว้แนบแก้มตัวเองอย่างต้องการถ่ายทอดความรู้สึกเป็นห่วงไปให้เธอได้รับรู้
ถ้าเพียงแต่ผมดูแลเธอให้ดีกว่านี้ ถ้าเพียงแต่ผมรู้ใจนิสามากกว่าที่เป็นอยู่ เธอก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ โดยที่ผมไม่รู้อะไรด้วยซ้ำว่าทันเกิดขึ้นจากอะไรหรือเพราะใคร...
นาโอคิ... ฉันรักนายนะ... ฉันรักนาย...
เสียงใส ๆ ที่ละเมอออกมาทำให้ผมเงยหน้าที่ซุกอยู่กับมือเล็ก ๆ ขึ้นมองใบหน้าของเจ้าของมัน แล้วเอื้อมมือไปลูบผมเธอช้า ๆ
ฉันรู้แล้ว ฉันรู้... ฉันก็รักเธอนะนามิสา...
ก่อนจะก้มลงไปจูบที่หน้าผากมนนั้นอย่างต้องการปลอบโยนเมื่อไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในห้องนี้แล้ว
หยาดน้ำใส ๆ ที่ไหลรินออกมาอีกครั้งทำให้ผมก้มลงไปจูบซับน้ำตาเธออย่างอดใจไม่อยู่ ก่อนจะเผลอไผลไปสัมผัสที่ริมฝีปากเล็ก ๆ นั้น แล้วผละออกมาอย่างพยายามห้ามใจ
ถ้าโฟร์ไม่เป็นไรแล้ว ฉันกลับก่อนก็แล้วกันนะ วันนี้มีวิชาสำคัญด้วยฉันไม่อยากขาด แต่ว่าดูจากท่าทางแล้ว นายก็คงอยากพัก ฉันจะลาหยุดให้นายหนึ่งวันก็แล้วกันนะ...
นายน็อตที่เปิดประตูเข้ามาบอก ก่อนจะเว้นวรรคแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองผมด้วยสายตาเห็นใจแล้วตบมือลงบนบ่าผมเบา ๆ
ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าระหว่างโฟร์กับนายมันเกิดอะไรขึ้น ฉันว่านายควรจะเคลียร์กันให้เข้าใจทั้งสองฝ่ายดีกว่านะ... นายเป็นคนเก่งเรื่องบังคับให้คนพูดความจริงอยู่แล้วนี่ ถ้าแค่กับโฟร์แล้วนายยังบังคับให้เธอพูดไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้จะช่วยนายยังไงแล้วว่ะ
มันบอกผมเป็นนัย ๆ ว่าตัวเองรู้อะไรบางอย่างอยู่แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมสับสนอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่คนเดียว
บังคับให้คนพูดความจริงงั้นเหรอ...
ผมไปมีความสามารถแบบนี้เมื่อไรกัน
คิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวงง ๆ ให้กับคำพูดของนายน็อต
เธอเป็นอะไรกันแน่นะ...
ก่อนผมจะหันมาสนใจนามิสาที่ในตอนนี้ความคิดของผมมากกว่าครึ่งถูกเธอครอบครองอยู่แทน
(บันทึกพิเศษ : น็อต)
หลังจากที่ผมก้าวออกมาจากห้องผู้ป่วยซึ่งโฟร์และนาโอคิอยู่ในนั้น ผมก็มาหยุดยืนข้างประตูโดยที่ไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนตัวเองยังไง ยิ่งเห็นอาการของมันก่อนหน้านี้ ตอนที่โฟร์ล้มฟุบไปผมก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง นาโอคิร้องไห้... ทั้ง ๆ ที่ตัวมันเองเป็นคนที่อ่อนแอยากกว่าผมซะอีก
เชื่อแล้วละว่ามันรักโฟร์มากจริง ๆ เพราะผมไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของมันกับใครมาก่อน มันรัก... ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเรื่องระหว่างมันกับโฟร์ในอนาคตคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะคุณอามารินะ แม่ของมันคงไม่ยอมให้ลูกชายคนเดียวไปคว้าผู้หญิงคนอื่นที่ตัวเองไม่ได้หมายตาเอาไว้มาเป็นคู่ครองหรอก คิดมาถึงตรงนี้แล้วผมก็อดกลุ้มใจแทนมันไม่ได้จริง ๆ
...พี่ฝากเธอดูแลนาโอคิหน่อยก็แล้วกันนะ น็อตคุง ถึงคุณพ่อพี่จะไม่ยุ่งเรื่องคู่ครองของลูก ๆ แต่กับคุณแม่นะไม่มีทางหรอก เธอคงเห็นแล้วล่ะ ว่าระหว่างพี่กับไนท์กว่าจะมาถึงวันนี้ได้มันยากขนาดไหน ยิ่งช่วงหลังมานี้นายนั่นยิ่งแสดงอาการรักขนาดหนัก คุณแม่คงไม่ปล่อยเอาไว้นานหรอก พี่ว่านะอีกไม่กี่วันนาโอคิคุงคงต้องเจอศึกหนักแล้วล่ะ...
คำพูดที่นามิกะ พี่สาวของนาโอคิเมื่ออาทิตย์ก่อนแวบเข้ามาในหัว ถึงจะไม่ค่อยเข้าเรื่องที่ผู้ใหญ่ชอบจับตัวเองคลุมถุงชนกันนัก แต่ผมก็อดต่อต้านไม่ได้อยู่ดี
เฮ้อ... แต่ถึงจะกลุ้มไปมันก็ใช่เรื่อง เพราะเรื่องของผมเองก็ยังจะไปไม่รอด ถึงอยากจะยืนมือเข้าไปช่วยเหลือมันมากแค่ไหน ผมก็ทำไม่ได้อยู่ดี
คุณอามารินะ ไม่ใช่คนที่ผมควรจะต่อกร แค่ไม่ถูกท่านเพ่งเล็งไปด้วยอีกคนก็ดีขนาดไหนแล้ว เห็นทีคราวนี้นาโอคิมันคงต้องรับศึกหนักจริง ๆ นั่นแหละ
ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องงานที่ถูกบีบเข้ามาทุกที แล้วก็ไหนจะเรื่องรักอีก
ผมว่าจะได้เห็นมันหลุดมาดก็คราวนี้ นี่แหละ ยิ่งสองอย่างหลังนี่ยิ่งหนักสุด ๆอยากรู้จังว่ามันจะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นยังไง
และที่สำคัญที่สุด ผมรู้ดีว่าทำไม LBD ถึงกัดมันไม่ปล่อย ทั้ง ๆ ที่เมื่อสามปีก่อนก็เจอมันอาละวาดไปจนหาทางกลับบ้านแทบไม่ถูกขนาดนั้น
เฮ้อ... ถึงจะคล้ายกับคนที่กำลังจะทรยศเพื่อน แต่ผมก็ทำได้เพียงแค่เก็บเรื่องราวทุกอย่างที่รู้เอาไว้ในใจเท่านั้น คงมีสักวันนั้นแหละที่มันจะหาทางรอดได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องมีผมจะไปร่วมด้วยอีกคน
(จบบันทึกพิเศษ : น็อต)
ร่างสูงของน็อตก้าวออกเดินจากไปอย่างช้า ๆ เขาคงไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวของนามิสากับนาโอคิ หรือแม้แต่ตัวเขาเอง อาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิดอยู่ในตอนนี้ ทางเดินที่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะเลือกแต่กลับถูกกำหนดไว้จนไม่อาจหลีกเลี่ยง สิ่งที่พวกเขาจะใช้มันเอาชนะได้ก็คงมีแต่หัวใจที่เข้มแข็งเท่านั้น
=...Kinochita Na-o-ki...=
หายไปนาน กลับมาแล้วท่านผู้อ่านทุกท่าน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่จริง ๆ เพราะข้าน้อยไม่มีเวลาเขียนจริง วันนี้เอาอีกครึ่งตอนมาอัพให้ได้อ่านกันแล้วจร้า

| 254 |
| 1346 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |