|

| 171 |
| 1263 |
ตอนที่ 16 เหตุผลของคนที่รักเธอ
เมื่อวาน... เวลา 09.00-15.00 น.
พ่อกับพี่ชายของเธออยู่ที่ฮอกไกโด... ถ้ายังอยากให้พวกเขาอยู่อย่างมีความสุข อีกสองอาทิตย์ก็กลับไปโตเกียวแล้วหมั้นกับฉันซะ
คำพูดของผู้ชายที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้าทำให้ฉันนิ่งอึ้งไปก่อนที่จะนึกอะไรได้ หลังจากที่ถูกจับปิดตามาที่นี่ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าที่ไหน รู้แต่ว่าเป็นห้อง ๆ หนึ่งที่โล่งสุด ๆ เพราะไม่มีเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ผู้ชายคนนี้ก็ก้าวเข้ามาบอกว่าเขาคือเจ้าหนี้ที่พ่อของฉันไปสร้างไว้จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องมาอยู่เมืองนี้
ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่การที่เขารู้ว่าพ่อและพี่ชายของฉันอยู่ที่ไหนและหาฉันที่เมืองไทยเจอได้อย่างไร มันบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา
ฉันไม่เข้าใจที่นายพูด...
ฉันข่มความกลัวไว้ข้างใน ขณะกลั้นหายใจถามเขาออกไป ใบหน้าคมสันซึ่งครึ่งหนึ่งถูกปิดไว้ด้วยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผาก และแว่นตาสีดำอันใหญ่ยกมุมปากขึ้นนิด ๆ เหมือนยิ้มเหยียด นั้นทำให้ฉันก้มหลบสายตาที่มองมา ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าเขามองฉันด้วยสายตาแบบไหนก็ตามที
ผู้หญิงที่หมอนั่นเลือกไม่น่าเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากขนาดนี้เลยนะ เอ๊ะหรือว่าหมอนั่นจะมีรสนิยมชอบผู้หญิง IQ ต่ำกันแน่... ฉันดูผิดไปหรอกเหรอเนี่ย
คราวแรกฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดว่า หมอนั่น ที่เขาพูดถึงนะหมายถึงใคร แต่กลับประโยคสุดท้ายที่เหมือนตบหน้าฉันแรง ๆ ทำให้ฉันตวัดสายตาขึ้นมองหน้าเขาด้วยความโกรธ
อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นซิ ฉันให้ทางเลือกเธอแล้ว ถ้าอยากให้พ่อกับพี่ชายของเธออยู่อย่างมีความสุข ก็กลับไปหมั้นกับฉันที่โตเกียว แต่ถ้าอยากเป็นลูกอกตัญญูเธอก็อยู่ที่นี่ต่อไปกับผู้ชายเฮงซวยที่รักเธอจนไม่สนใจใครเลย... ฉันให้โอกาสตัดสินใจเลือกนับจากนี้อีกสิบนาที แล้วอย่าให้ฉันต้องทำอะไรพี่ชายเธอล่ะ...
น้ำเสียงของประโยคสุดท้ายที่เขาพูดออกมาราวกับเป็นคนเลือดเย็น ซึ่งมันทำให้ฉันถึงกับหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ 'หมอนั่น' ที่เขาพูดถึง ซึ่งถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดก็คือนาโอคิที่ดูเหมือนเขาจะรู้จักมานาน... แต่ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรที่ทำให้ฉันถึงกับจะต้องหมั้นกับเขาด้วย
ถ้าหากจะเอาฉันไปล้างหนี้ที่พ่อฉันสร้างไว้ทั้งหมด ทำไมไม่ให้ฉันไปเป็นเด็กในสังกัดบาร์ของเขากันเหมือนก่อนหน้านี้ล่ะ มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ฉันหมั้นกับเขาทั้งที่ฉันไม่ได้มีค่ามากมายถึงขนาดนั้น
เวลา 10 นาที กับเสียงหัวใจที่รัวเร็วราวกับถูกบีบคั้นด้วยมือที่มองไม่เห็น และต้องการจะหาทางออกนั้นทำให้ฉันยากที่จะตัดสินใจ ความสับสนรวมทั้งความไม่เข้าใจอะไรเลยทำให้ฉันก้มหน้าอย่างจนหนทาง และเพิ่งรู้ว่าเวลา 10 นาทีที่เขามอบให้ มันผ่านไปไวเหลือเกิน การที่จะให้ฉันตัดสินใจไปจากนาโอคิซึ่งฉันหลงรักเขาไปแล้วมันยากจริง ๆ นะ ทั้ง ๆ ที่ฉันควรจะมีความสุขต่อไปแล้วแท้ ๆ ทำไมสวรรค์จึงส่งผู้ชายคนนี้มาตัดรอนโอกาสของฉันทั้งหมดอีก
ฉันไม่ได้อยากเป็นลูกอกตัญญูและน้องสาวที่แย่ของพ่อกับพี่ชายนะ พวกเขาทั้งสองคนต้องลำบากมามากเท่าไรตอนส่งฉันมาที่นี่ แล้วสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอตอนหนีพวกนั้นหัวซุกหัวซุนอีก ฉันไม่อยากให้เขาวุ่นวายไปกว่านี้อีกแล้วนะ...แต่ว่า...จะให้ฉันทำร้ายนาโอคิที่ทุ่มเทให้ฉันมาตลอดได้อย่างไรกัน เขามาไม่น่ามาสนใจคนอย่างฉันเลยด้วยซ้ำ...
...หมดเวลาคิดแล้ว เลือกมา ฉันจะได้กลับสักทีอุตส่าห์มาถึงที่นี่อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดหวังล่ะ ท่าทางเธอก็ไม่น่าจะใช้คนที่ไม่มีความคิดอยู่แล้วนี่...
ฉัน...
ว่ายังไง...
เขาเร่งเมื่อเห็นว่าฉันยังอ้ำอึ้ง นัยน์ตาหลังแว่นจับจ้องฉันแน่วแน่จนตัวฉันเองรู้สึกเกร็งไปหมด
ฉันขอถามนายหนึ่งคำถามก่อนตอบ...
ฉันบอกความต้องการของตัวเองออกไป ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะอนุญาตหรือเปล่า ร่างสูงนั้นเงียบไปอย่างที่ฉันได้แต่นิ่งเพื่อรอฟัง ก่อนริมฝีปากเป็นกระจับนั้นจะยกขึ้นนิด ๆ อย่างเจ้าเล่ห์
งั้นก็ถามมา...
มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องหมั้นกับนาย
รอยยิ้มซึ่งเมื่อครู่ยังคงมีอยู่จางหายไปอย่างรวดเร็วจนฉันรู้สึกใจหายวูบ ใบหน้าที่กลับมานิ่งสนิทอย่างเดิมของเขาทำให้ฉัน ลอบกลืนน้ำลายตัวเองอย่างลำบาก ผู้ชายคนนี้มีอะไรมากกว่าที่ตาเปล่าจะมองเห็นได้หมด ความรู้สึกกดดันที่ฉันเองไม่รู้ว่ามาจากไหนบีบตัวเข้ามาจากด้านข้างจนหายใจแทบไม่ออก
เหตุผลของฉันเธอไม่จำเป็นต้องรู้!
เขาบอกด้วยเสียงเย็น ๆ ที่ถูกกดให้ต่ำจนรู้สึกน่ากลัว
แต่ว่านายให้ฉันถามได้แล้วนะ
ฉันทวงคำพูดเมื่อครู่ แต่ว่าใบหน้าที่ดูดีไม่ต่างจากนาโอคินั้นกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงนอกจากรอยเย็นชาที่ทวีคูณขึ้นมา
ฉันให้เธอถามได้ แต่ไม่ได้บอกว่าฉันจะต้องตอบ
สิ่งที่เขาตอบกลับมาส่งผลให้ฉันนิ่งอึ้งไปด้วยความคาดไม่ถึง ใบหน้าที่ไม่ได้ฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างก่อนหน้านี้ ทำให้ฉันรู้สึกกดดันจนแทบอยากมุดพื้นหนีไปจากตรงนี้
หมดเวลาร่ำไรแล้ว... เลือกมา... หรือว่าถ้ามันเลือกยากนัก ฉันก็จะเลือกให้เอง...
คือว่า...
ฉันได้แต่อ้ำอึ้งเพราะไม่รู้จะพูดอย่างไร หลังจากที่ชั่งน้ำหนักในใจแล้วพบว่ามีแต่ผลเสียทั้งสองทางเลือก เพราะหากฉันเลือกที่จะกลับไปโตเกียวแล้วหมั้นกับผู้ชายคนนี้ ที่ฉันเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร คนที่จะเสียใจเพราะถูกฉันทำร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจมากที่สุดก็คือนาโอคิ ฉันไม่อยากถูกเขาเกลียดนะ...
อีกสองอาทิตย์ ฉันจะส่งคนมารับ ระหว่างนี้เธอเองก็รีบ ๆ สั่งลามันให้จบ ๆ ไปล่ะ เพราะหลังจากนั้นแล้ว เธอจะไม่มีที่ ๆ จะให้กลับมาทำมันได้อีก และการเป็นผู้หญิงของฉัน อิสระของเธอจะถูกฉันกำหนดทั้งหมด... จงจำเอาไว้ด้วย!
คำพูดรวบรัดที่เขาเป็นคนตัดสินเองทั้งหมดทำให้ฉันตัวชาไปหมดราวกับเรี่ยวแรงที่มีถูกพื้นโลกดูดหายไปหมด แต่ก็นั่นแหละ... การขัดขืนไม่เคยส่งผลอะไรให้ดีขึ้นอยู่แล้ว ข้อนี้ฉันรู้ดีที่สุด
เชิญ...
เขาพยักหน้าไล่ฉันหนึ่งครั้งแล้วหันหลังกลับเดินเลี่ยงไปอีกทาง ปล่อยให้ฉันจมอยู่กับคำพูดของเขาเมื่อครู่ ...ตัดใจจากนาโอคิงั้นเหรอ ฉันจะทำได้ยังไงกัน...
ทำไมในอกฉันรู้สึกเจ็บปวดไปหมดอย่างนี้นะ แค่คำพูดไม่กี่ประโยคมันทำให้ฉันเจ็บได้ขนาดนี้เชียวเหรอ... ทันทีที่รู้สึกว่านัยน์ตาตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาฉันก็หันหลังกลับแล้วเดินออกมาจากห้องที่ว่างเปล่านั้นช้า ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าห้องซึ่งเป็นคนเดียวกับที่พาฉันมาที่นี่ แล้วพยักหน้าให้เขาเบา ๆ จากนั้นก็เดินนำเขาออกไปจากที่แห่งนั้น
ฉันนิ่งไปตลอดทางที่ผู้ชายคนนั้นขับรถมาส่ง ระหว่างเขากับฉันไม่มีการส่งเสียงพูดอะไรกัน นอกจากเสียงลมจากแอร์ของรถยนต์ที่แทบตะไม่ได้ยิน แต่ก็ยังช่วยให้สถานการณ์ระหว่างเราทั้งคู่ไม่เงียบจนเกินไป หลังจากที่เขาขับมาส่งยังที่ ๆ มาเอาตัวฉันไป เขาก็ถือของที่ฉันซื้อไว้ก่อนหน้านี้มาส่งให้
ขอบคุณค่ะ
ฉันรับของมาถือไว้ในมือ แล้วก้มหัวให้เขาน้อย ๆ แสดงการขอบคุณ ร่างสูงนั้นส่ายหน้าเบา ๆ แล้วพยักหน้ารับกับท่าทางของฉัน
ไม่เป็นไรหรอกครับ สำหรับผมมันเป็นหน้าที่ ยังไง ๆ ต่อจากนี้ผมก็ขอให้คุณโชคดีนะครับ
เขาบอก อวยพรให้ฉันแล้วถอยกลับไปที่รถ ขณะที่ฉันได้แต่พยายามยกมุมปากขึ้นยิ้มให้เขาทั้ง ๆ ที่มันยากเหลือเกิน
ขอบคุณสำหรับทุกอย่างอีกครั้งนะคะ คุณ...
อิจิโร่ อิซางาวะ... เรียกผมว่าอิจิโร่ก็ได้ครับ คุณหนู
ค่ะ คุณอิจิโร่ ขอให้คุณโชคดีเหมือนกันนะคะ
ฉันบอกอีกครั้ง ก่อนจะยกมือขึ้นโบกลาเขา ทั้งที่หัวใจหนักอึ้งไปหมด
แล้วพบกันครับ... คุณหนู ของผม...
คำพูดที่หายไปกับสายลม ไม่ได้ลอยเข้าสู่การได้ยินของฉัน ทันทีที่ถูกปล่อยให้อยู่เพียงลำพัง ฉันก็ทรุดตัวนั่งลงอย่างหมดแรงลงกับพื้นใต้ฝ่าเท้าอย่างไม่กลัวว่าเสื้อผ้าตัวเองจะเปื้อนเลยแม้แต่น้อย ถุงใส่ของที่เอาไว้ทำกับข้าวของวันนี้ที่ฉันตั้งใจจะทำเพื่อขอบคุณทุกคนถูกวางทิ้งไว้ข้าง ๆ อย่างไม่สนใจอะไร ในหัวตอนนี้รู้สึกถึงเพียงความสับสนและจนหนทางจนต้องร้องไห้ออกมาอย่างคนอ่อนแอ...
ในใจได้แต่ต่อว่าโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิตของฉันมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ที่เสียคุณแม่ไป ฉันก็อยู่อย่างโดดเดียวมาตลอด ถ้าไม่มีพี่ชายป่านนี้ชีวิตฉันก็คงไม่รู้จะเป็นยังไง ต้องทนต่อไปอีกถึงเมื่อไหร่กัน ฉันจึงจะมีความสุขอย่างแท้จริง จริง ๆ เสียที...ฉันคิดในใจ ขณะที่มือพยายามคว้านหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเพื่อเอามาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับในตัวฉันไม่มีอะไรนอกจากมัน...
หลังจากที่คว้านหาจนทั่วแต่ก็ไม่เจอ ฉันจึงตัดใจแล้วยกแขนเสื้อตัวเองขึ้นเช็ดอย่างลวก ๆ แล้วรวบของบนพื้นขึ้นมาเตรียมตัวกลับบ้าน...บ้านของนาโอคิ
รับของฉันไปซิ มันจะดูดีกว่าแขนเสื้อนั่นนะ
ผ้าเช็ดหน้าลายดอกสีฟ้าอ่อนถูกยืนมาตรงหน้าฉันด้วยมือเรียวของผู้หญิงคนหนึ่ง ริมฝีปากบางซึ่งถูกเคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีแดงอ่อน ๆ เอื้อนเอ่ยบอกฉัน ใบหน้านวลที่ถึงแม้จะผ่านกาลเวลามานานกว่าฉันหลายสิบปีแต่ก็ยังคงความสวยเอาไว้ไม่สร่างซ่าทำให้ฉันนิ่งอึ้งไป จนแม้กระทั่งน้ำตายังหยุดไหล
คุณมารินะ!

| 171 |
| 1263 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |