|

| 192 |
| 1284 |
คุณมารินะ!
ใช่ผู้หญิงที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ฉันไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกจากคุณแม่ของนาโอคิ และพี่นามิกะ ใบหน้าที่มีเค้าไม่ต่างไปจากทั้งสองคนนั้นเป็นเครื่องยืนยันได้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าตัวฉันเองจะไม่เคยเจอกับท่านมาก่อนเลยก็ตาม แต่กับรูปบานใหญ่ที่เป็นรูปครอบครัวซึ่งมีอยู่ในบ้านของนาโอคิกับน็อตเองก็ทำให้ฉันรู้ดีที่สุดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร...
ร่างระหงตรงหน้าฉันเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ ท่าทางแปลกใจที่ฉันรู้จักท่านทั้งทีไม่เคยเจอกันมาก่อน ก่อนปากบางนั้นจะยิ้มออกมาอย่างไม่ติดใจอะไร แล้วก้มลงมาดึงมือของฉันไปรับผ้าเช็ดหน้ามาจากมือของท่าน
ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ
ใบหน้าสวยหวานที่ถึงแม้จะยิ้มให้ฉันอยู่ ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกที่เคยพบพานมาจากผู้ชายคนนั้นก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน ถึงตรงนี้ฉันพบว่าคุณมารินะมีอำนาจไม่ต่างจากคน ๆ นั้นเลย ความกดดันที่ฉันรับรู้ได้จากทางสายตา บอกฉันว่าเรื่องที่ท่านจะพูดด้วยไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีสำหรับฉันแน่นอน
...แล้วมันก็เป็นแบบเดียวกับที่ฉันคิดไว้จริง ๆ เสียด้วย เพราะหลังจากที่ได้คุยกันแล้ว คุณมารินะท่านก็บอกกับฉันว่าให้ไปจากนาโอคิและทำอย่างไรก็ได้ให้เขาตัดใจจากฉันให้ได้ด้วยคำพูดที่สุภาพที่สุด
...ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องไม่ดีอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้เลวร้ายลงไปกว่าที่เป็นอยู่สำหรับฉันอยู่แล้ว
คุณมารินะบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับลูกชายของท่านและให้กำหนดเวลามาไม่ต่างจากผู้ชายคนนั้นซึ่งตัวฉันเองก็ได้แต่นิ่งฟัง แล้วยิ้มรับในตอนสุดท้ายทั้งที่ในใจเจ็บจนชาไปหมด พร้อมทั้งยังรับปากและสัญญาว่าจะไปจากลูกชายของท่านอีกด้วย เหตุผลที่ท่านนำมาบอกฉันให้ไปจากเขาก็เพราะว่า นาโอคิมีคนของเขาอยู่แล้ว และทั้งคู่ก็หมั้นหมายกันมาตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่านาโอคิเองก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ เพราะฉันนั้นก่อนที่วันนั้นจะมาถึงคุณมารินะท่านจึงไม่อยากให้มีเรื่องยุ่งยากใจเกิดขึ้นซะก่อน
...ถึงแม้ว่าฉันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คงมีเพียงอย่างเดียว คือยอมรับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นมาทั้งหมดให้ได้
...ปัจจุบัน
คืนนี้เราจะอยู่ด้วยกัน...
ฉันยกมุมปากขึ้นยิ้มน้อย ๆ กับคำพูดของนาโอคิ
ในที่สุดก็ยอมให้ฉันจดจำทุกสัมผัสจากเขาด้วยร่างกายของฉัน และหัวใจที่จะอยู่ใกล้กันมากกว่าที่เคย
...หากเธอบอกสาเหตุของเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด
ความรู้สึกยินดีอันตธาน หายไปในชั่วพริบตา นาโอคิลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทิ้งฉันให้จมอยู่กับความรู้สึกผิดหวังไม่รู้ครั้งที่เท่าไร ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะบอก ...เขารักฉัน... ข้อนั้นฉันรู้ดีที่สุด แต่การจะรอให้เราทั้งคู่ถึงเวลาที่พร้อมและสมควรนั้นระหว่างฉันกับเขาคงไม่มีอีกแล้ว ในเมื่ออีกไม่กี่วันข้างหน้าฉันต้องไปจากที่นี่ และไปโดยไม่มีวันกลับมายืนตรงนี้ได้อีก...
ฉันรักเขา... คำพูดที่ฉันบอกเขาไปแล้วก่อนหน้านี้ยังคงค้างอยู่ที่ริมฝีปาก... กลัวว่าถ้าหากพูดมันออกไปอีกครั้งเขาจะไม่ยินดีหากได้ฟังมันอีก
นาโอคิเป็นคนดีจริง ๆนะ ตืดอย่างเดียวที่เขาเป็นคนที่เอาแต่ใตตัวเองกับฉันได้ทุกเรื่อง และเพราะเขาสอนให้รู้จักกับความรักที่ในตอนแรกฉันไม่เข้าใจกับท่าทางที่เขาแสดงมันออกมาว่าคืออะไร ฉันจึงอยากให้เขาเป็นผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่ฉันจะกอดได้อย่างสนิทใจและจะจดจำทุกสัมผัสจากเขาตลอดไป ...ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจมันนะ...
ตกเย็นก็ยังไม่มีวี่แววของนาโอคิที่บ้าน ฉันที่นั่งรอเขาอยู่ในห้องนั่งเล่นมาหลายชั่วโมงเริ่มเพลียและเผลอหลับไปในที่สุด จนกระทั่งน็อตกลับมาจากโรงเรียนแล้วมาปลุกฉันในสภาพที่โทรมสุด ๆ นั่นแหละฉันจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้
อ้าวโฟร์ เป็นไงมั่ง ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะ ไม่เหมื่อยหรือไง แล้วนาโอคิมันไปไหนเนี่ย ทำไมปล่อยเธอมานอนตรงนี้คนเดียวได้
ทันทีที่เห็นฉันลืมตาตื่น เขาก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
คือ...
ฉันอึกอักที่จะตอบ เพราะลำดับคำถามของเขาไม่ถูกจึงตัดสินใจเลือกที่จะตอบตัดไป แล้วถามเขากลับแทน
ฉันไม่เป็นไรหรอก แล้วนายล่ะไปทำอะไรมา ทำไมมาอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ
น็อตหลบสายตาไปกับคำถามที่ฉันถามขึ้น เขายกมือขึ้นเกาหัวเบา ๆ แก้เก้อ แล้วหันมายิ้มให้ฉันจนตาหยีอย่างคนอารมณ์ดีที่ไม่ค่อยคิดติดใจอะไรมาก
ก็ถูกรุมกอดรุมจูบจากพวกสาว ๆ น่ะสิ กว่าจะหาทางรอดกลับมาได้ แทบตาย...
กับคำถามที่เขาตอบไม่ได้เกินจริงเลยสักนิดเดียว หลังจากที่เจอกันครั้งแรกและรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นแค่นักเรียนอย่างเดียวแต่ยังเป็นดาราวัยรุ่น ฉันก็พบว่า นอกจากนาโอคิจะมีคนตามเอาใจแล้ว น็อตเองก็ไม่ต่างกันเลย
ตั้งแต่งานโฆษณาชิ้นล่าสุดที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สองสามเดือนก่อนนู่นออนแอร์แฟนคลับทั้งสาวแท้สาวเทียม ก็เพิ่มมากขึ้น จนแฟนคลับของนาโอคิ ยังจิ๊บจ๊อยไปในทันตา
การเป็นดาราของน็อตไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้จำนวนแฟนคลับของนาโอคิสู้เขาไม่ได้ แต่เป็นเพราะเจ้าตัวต่างหากที่ชอบไล่ตะเพิดแฟน ๆ ของตัวเองไป แทนที่จะอ้าแขนรับเอาอกเอาใจอย่างน็อต
...ฉันคิดถึงใบหน้าคมสันหล่อเหลาที่ชอบทำตาดุเป็นประจำแล้วก้อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ยังคิดไม่ออกเลยว่าต่อไปข้างหน้า หากไม่มีเขาอยู่ข้างกันแล้วฉันจะเป็นยังไง
ขำอะไรเหรอ สภาพฉันมันดูตลกมากเลยหรือไง
น็อตถามแล้วก้มลงมองตัวเองอย่างกังวล ฉันจึงพยายามหยุดยิ้มแม้ว่าสาเหตุนั่นจะไม่ได้มาจากเขาก็ตาม
แล้วนาโอคิไปไหนเนี่ย...
น็อตถาม สบตาฉันด้วยความสงสัย แต่ฉันกลับหลบตาเขาแล้วมองมือตัวเองแทน
เขาออกไปข้างนอกน่ะ...
น็อตพยักหน้ารับรู้ แล้วเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ กับท่าทางของฉัน
เธอสองคนคงไม่ได้ทะเลาะกันใช่มั้ย...
ฮะ... เปล่า ๆ ฉันกับนาโอคิไม่ได้ทะเลาะกันนะ
ฉันเงยหน้าขึ้นบอกเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก็เราสองคนไม่ได้ทะเลาะกันจริง ๆ นี่นา แค่คุยกันไม่รู้เรื่องเท่านั้นเอง
แน่ใจนะ
อืม
ฉันพยักหน้าแรง ๆ ยืนยันคำพูดของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ริมฝีปากเม้นแน่น เพราะความไม่แน่ใจ
งั้นฉันไม่กวนดีกว่า ไปอาบน้ำแหละเหนียวตัวชะมัด เธอเองก็ไปผักผ่อนได้แล้วนะ นาโอคิกลับมาเห็นเธออยู่ตรงนี้เดี๋ยวมันก็อาละวาดอีกหรอก
อืม เดี๋ยวฉันก็จะไปแล้วเหมือนกัน นายไปก่อนเถอะ
ฉันบอกเขาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเขาเดินเขาห้องตัวเองไปโดยไม่สงสัยอะไรอีก
ไม่รู้ว่าทำไมป่านนี้แล้วนาโอคิยังไม่กลับมาอีก... ฉันคิดอย่างเป็นกังวล พลางเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนังซึ่งบอกเวลา 19.00 น.พอดี ความกังวลและความเป็นห่วงเริ่มเกาะกุมใจ ขณะที่ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในหัวเพื่อทำร้ายความรู้สึกฉัน เมื่อภาพของคุณมารินะและครอบครัวซึ่งติดอยู่บนฝาผนังเคลื่อนเข้ามาในคลองสายตา
...ตอนนี้เขาอยู่กับคู่หมั้นหรือเปล่า ความคิดบ้า ๆ ที่ฉันเจ็บจี๊ดในอกและรู้สึกว่าดวงตาตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ผลักดันให้ฉันเลิกคิกที่จะรอเขากลับมา แล้วพาตัวเองตรงเข้าห้องน้ำหวังที่จะล้างทุกความคิดในหัวนี้ออกไปให้หมด
ความหวังที่จะให้เขากอดในวันนี้ถูกล้มเลิกไปเพียงเพราะความรู้สึกหวาดกลัวความโดดเดี่ยวที่จู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุของฉัน ไม่ว่าจะพยายามเลิกคิดยังไงคำพูดของคุณมารินะและผู้ชายคนนั้นก็ตามมาหลอกหลอนฉันไม่ห่างอยู่ดี
เช้าวันต่อมา...ที่โรงเรียน เวลา 17.30 น.
หลังจากพาร่างกายที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงของฉันเพราะตื่นขึ้นมาไม่เห็นนาโอคิที่บ้าน มาโรงเรียนได้สำเร็จ ฉันก็ตรงไปยังบอร์ดประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ที่แบ่งเป็นสองภาษาคือภาษาไทยและภาษาอังกฤษหน้าตึกอำนวยการซึ่งแจ้งเรื่องการสอบแล้วอ่านดูคร่าว ๆ จนพบว่าสัปดาห์หน้าการสอบปลายภาคเรียนที่ 1 จะเริ่มในวันจันทร์ บรรดานักเรียนหลาย ๆ คนที่เดินผ่านมาอ่านทำสีหน้าแตกต่างกันไปราวกับพวกเขาไม่อยากให้เวลานี้มาถึง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นการวัดสิ่งที่พวกเขาร่ำเรียนมากันแท้ ๆ
กรี้ด... หวัดดีค่ะพี่น็อต วันนี้แต่งตัวหล่ออีกแล้วนะคะ เด็กผู้สามคนที่คล้าย ๆ ว่าจะอยู่ ม.ต้น วิ่งสวนฉันไปทางด้านหลัง ทักทายใครบางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในโรงเรียน
หวัดดีครับทุกคน ฉันหันหลังกลับไปมองเพื่อจะน็อตที่อยู่ในชุดนักเรียน ฟอร์มของโรงเรียนอย่างทุกวัน ไม่ได้แต่งตัวตรงไหนหรือใส่เครื่องประดับอะไรที่บ่งบอกว่าเขาเป็นคนชอบแต่งตัวอย่างที่เด็กคนนั้นชมเขาอย่างที่ฉันคิดว่ามันฟังดูมากเกินไป แล้วขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย ก่อนจะหันหลังกลับเตรียมเดินไปรอเข้าแถวไม่ได้สนใจพวกที่อยู่ด้านหลังอีก...
ไม่ต้องสงสัยหรอกนะว่าเพราะอะไรฉันจึงไม่ได้มาพร้อมกับน็อตทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน เหตุผลนั้นก็เพราะเมื่อเช้านั่นแหละ พอเห็นว่านาโอคิไม่กลับบ้าน ฉันก็รีบแต่งตัวมาโรงเรียนทันที โดยไม่ได้สนใจที่จะรอใครอีกเลยด้วยซ้ำ ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้ทาน หลังเลิกแถวแล้วคงต้องหาอะไรมารองท้องซะหน่อยแล้วล่ะ
เฮ้... โฟร์ เดี๋ยวก่อนซิ จะรีบไปไหนล่ะ...
เสียงเรียกของน็อตที่ดังเข้ามาใกล้ทำให้ฉันหยุดเดินและหันกลับไปมองเขาที่กำลังวิ่งเข้ามาหาหลังจากที่ทักทายบรรดาแฟนคลับของตัวเองเสร็จแล้ว
...ทำไมมาเรียนมารอกันบ้างเลย แล้วนี่นาโอคิมันไปไหนซะล่ะ...
ท่าทางของเขาที่หันหน้าไปมองซ้ายขวาเพื่อหาคนที่ตัวเองกำลังถามถึง ทำให้ฉันรู้ว่าแม้แต่เขาเองยังไม่รู้ว่านาโอคิยังไม่กลับ ก่อนเขาจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าฉันยังเงียบ...
=...Kinochita Na-o-ki...=

| 192 |
| 1284 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |