|

| 167 |
| 1259 |
ตอนที่ 17 เพื่อนอีกคน
...ตกลงนาโอคิมันไปไหนเหรอ ทำไมปล่อยเธอมาเดินคนเดียวได้
คือ...เอ่อ เขาไปทำธุระที่อื่นอยู่น่ะ ขอโทษด้วยนะที่ออกมาโดยไม่รอนาย ไปทานข้าวที่โรงอาหารกันมั้ย
สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะโกหกเขาแล้วเบี่ยงประเด็นไปยังเรื่องอื่น น็อตคลายความสงสัยแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยกับฉัน
เอาซิ กำลังหิวอยู่พอดี แต่ฉันว่าเธอน่าจะทำอาหารอีกนะ เมื่อวานฉันลองชิมกับข้าวที่เธอทำดูแล้ว มันสุดยอดเลยล่ะ นี่ฉันถามจริง ๆ นะ เธอเคยเป็นกุ๊กหรือเปล่า...
ฉันยิ้มนิด ๆ กับคำพูดของเขา ไม่ตอบรับอะไรแล้วเดินนำเขาไปที่โรงอาหารแทนที่จะนั่งแกร่วอยู่เฉย ๆ เพื่อรอเข้าแถว...
แล้ววันทั้งวันก็ผ่านไปโดยไม่มีวี่แววของนาโอคิที่โรงเรียน ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้เขาไม่มาทั้ง ๆ ที่ใกล้จะสอบอยู่แล้ว... ใจคอยแต่พะว้าพะวงห่วงเขาคิดไปต่าง ๆ นานาจนไม่เป็นอันเรียน ดีที่มีน็อตชวนคุยเรื่อย ๆ ไม่งั้นฉันคงต้องอกแตกตายแน่ ๆ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันนะ ไม่คิดถึงฉันบางหรือไงกัน ขนาดฉันยังคิดถึงเขาเลย...
เฮ้อ... เฮือกที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่ฉันถอนหายใจสลับกับมองนาฬิกาและมองไปรอบ ๆ เพื่อหาคนที่อยู่ในความคิด แต่เขาก็ยังไม่ยอมโผล่หน้ามาสักที
...กะจะทำให้ฉันบ้าตายไปเลยหริอไงกัน เมื่อวานนี้ยังคุยกันไม่รู้เรื่องแท้ ๆ แค่จะกอดฉันทำไมเขาต้องคิดอะไรให้มากมายด้วยนะ ไม่เข้าใจเขาเลยจริง ๆ
...เป็นอะไรหรือเปล่าโฟร์ ฉันเห็นเธอนั่งถอนหายใจมานานแล้วนะ คอยนาโอคิมันอยู่เหรอ
อืม... ฮึ! เปล่า ๆ ...ฉันแค่เบื่อ ๆ น่ะ ฉันเผลอตอบรับเขาก่อนจะรีบปฏิเสธทันควันเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นน็อตจ้องมองอยู่ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์เหมือนคนที่รู้ทันไปทุกเรื่อง
เบื่อ ที่นาโอคิมันไม่โผล่หน้ามาสักทีใช่มั้ย เขายังเล่นไม่เลิก ฉันจึงทำหน้ามุ่ยใส่แล้วเรียกชื่อเขาอย่างปราม ๆ
น็อต...
ยอมรับมาตรง ๆ เถอะน่า ฉันไม่ล้อเธอหรอก มีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาฉันได้นะ ช่วงนี้เธอดูแปลก ๆ ไป นาโอคิเองก็เหมือนกัน ไม่รู้เธอสองคนทำอะไรกันอยู่ บอกฉันบ้างก็ได้นะ เผื่อฉันจะช่วยอะไรพวกเธอได้
สายตาจริงจังและคะพูดที่ไม่ได้บ่งบอกว่าล้อเล่นเลยของเขาทำให้ฉันอยากจะพูดเรื่องราวทั้งหมดที่มีในใจออกไป แต่ก็ติดตรงที่ฉันไม่มีความกล้าพอที่จะตัดสินใจเพื่อพูดมัน ก็เลยได้แต่เก็บเอาไว้ในใจโดยไม่แสดงพิรุธอะไรออกไปให้เขาจับผิดได้
ฉัน... กับนาโอคิไม่มีอะไรนี่ นายคิดมากไปหรือเปล่า... ฉันบอก หลบตาเขาทำเป็นสนใจอย่างอื่นแทน น็อตถอนหายใจออกมาแล้วก้มหน้ามองนิ้วตัวเองราวกับคนคิดไม่ตก แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดกับฉันอีก
พวกเธอนี่มันปากแข็งกันทั้งคู่เลยนะ ...ไอ้บ้านาโอคิมันก็เหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่มันก็ทำให้เธอพูดได้แท้ ๆ แต่ก็ไม่ทำ มันน่านัก...
นายว่าอะไรนะ... ฉันถามเขาอย่างสงสัย เพราะประโยคสุดท้ายเขาพึมพำมันอยู่กับลำคอแทนที่จะพูดออกมาให้ฉันได้ยิน แว่ว ๆ แค่ นาโอคิ กับ เธอเท่านั้นเอง ...เขาคงไม่ได้นินทาฉันอยู่หรอกใช่มั้ย
ฮะ... เปล่า ๆ เธอหูแว่วแล้ว ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย น็อตว่าตีหน้าตายได้อย่างแนบเนียนจนฉันขี้เกียจเซ้าซี้
น็อต ฉันขอถามอะไรอย่างได้มั้ย... ฉันเอ่ยถามขึ้นหลังจากกลับไปก้มหน้าก้มตาลอกแลกเชอร์ของเพื่อนห้องเดียวกันอีกครั้ง ตอนนี้เราทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างสนามฟุตบอล หลังจากที่โรงเรียนเพิ่งเลิกเมื่อครู่ แล้วพากันมานั่งพักที่นี่แทนที่จะตรงกลับบ้านไปเลย
เรื่องอะไรเหรอ... เขาถามเงยหน้าขึ้นมามองฉันพร้อมรอยยิ้ม
คือ... เรื่องของนาโอคิน่ะ... ฉันเกริ่นนำ มองหน้าเขาอย่างลังเล น็อตพยักหน้าให้ฉันพูด
ว่ามาซิ... น็อตบอกคว้าขวดน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม
...คู่หมั้น ของนาโอคิเป็นใครเหรอ...
แค่ก ๆๆ ธะ... เธอว่าอะไรนะ น็อตสำลักน้ำทันทีที่ฉันพูดจบ ท่าทางเขาดูตกใจมากมาย จนฉันต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก่อนเขาจะเช็ดน้ำที่เปรอะเปียกออกจากใบหน้าของตัวเองอย่างร้อนรน ท่าทางเขาเหมือนกับคนที่กำลังปิดบังอะไรไว้อย่างนั้นแหละ
นายได้ยินไม่ผิดหรอกน็อต ฉันแค่อยากรู้ว่าคู่หมั้นของนาโอคิเป็นใครก็เท่านั้นเอง
เธอรู้... น็อตถาม ทำหน้าเครียดขึ้นอย่างจริงจังอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ
ใช่ ฉันพยักหน้า พร้อมกับตอบรับเขา
อะไร... ได้ยังไง... ฉันไม่เข้าใจ...
น็อตเริ่มกลับไปหัวเสียกับตัวเองที่ยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ฉันจึงรู้เรื่องคู่หมั้นของนาโอคิ
...มีแค่ไม่กี่คนหรอกนะที่รู้เรื่องนี้ แล้วเธอรู้มาจากใคร พี่นามิกะงั้นเหรอ ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบ
ไม่มีใครบอกฉันทั้งนั้นนั่นแหละ ฉันแค่แอบได้ยินคนเขาพูดกันเท่านั้นเอง ฉันบอก เลือกที่จะไม่บอกความจริงเขาไปเพื่อลดความยุ่งยากที่อาจจะเกิดขึ้น
อะ... อ้อ! บ้าแล้ว ก็แค่ข่าวลือน่ะเธออย่าไปเชื่อมันเลยนะ... เขาตอบอึกอัก หลบตาฉันลุกลี้ลุกลน แล้วพยายามดึงฉันออกมาจากเรื่องราวที่เขาเพิ่งถาม ...คงยากแล้วล่ะ ที่จะทำให้ฉันเชื่อว่ามันเป็นข่าวลือ ในเมื่อเขาท่าทางมีพิรุธอย่างนี้ ถึงฉันจะไม่ได้รับรู้เรื่องนี้จากคุณมารินะ แต่ได้ยินคนพูดกันจริง ๆ อย่างที่อ้างเขาไป แล้วต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ฉันก็คงมองออกหมดแล้วล่ะว่านาโอคิมีคู่หมั้นแล้ว
เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะน็อตเพิ่งปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ้มออกมากับท่าทางตกใจจนเกินเหตุของเขานะซิ
ไม่มีประโยชน์ที่จะบ่ายเบี่ยงหรอกน็อต ...ถ้านายรู้นายก็บอกฉันมาเถอะ... จะปิดบังฉันไปเพื่ออะไร ฉันบอกเขาด้วยสีหน้าจริงจังแกมขอร้อง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่มองมัน แล้วก้มหน้าก้มตาขยับมือเก็บสมุดหนังสือบนโต๊ะเข้ากระเป๋าแทน
เย็นแล้วนี่นา ฉันว่าเรากลับบ้านกันดีกว่า ไปกันเถอะ เขาบอกทำท่าก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วเตรียมลุกขึ้น ขณะที่ฉันได้แต่มองตามเขาด้วยสายตากดดัน
ถ้าหากนายไม่เป็นคนตอบฉัน งั้นฉันจะไปถามพี่นามิกะเองก็ได้ ฉันบอกเก็บข้าวของต่าง ๆลงกระเป๋าตัวเองแล้วลุกขึ้นบ้าง
... น็อตหยุดนิ่งไปกลับสีหน้าของฉัน ก่อนทำท่ากลืนน้ำลายที่เหมือนมันกลืนยากเย็นเหลือเกิน หน้าเขาซีดลงอย่างลำบากใจเมื่อเห็นท่าที่จริงจังของฉัน
วันนี้นายกลับบ้านไปคนเดียวแล้วกันนะ แล้วเจอกัน บาย... ฉันบอกเขาแล้วสะบัดหน้าออกมาเหมือนไม่ง้อเขาทันที
เฮ้!! เดี๋ยวโฟร์ ฉันบอกเธอก็ได้... หยุดก่อน โฟร์! นามิสา!... ฉันแอบยิ้มนิด ๆเมื่อได้ยินเสียงเขาวิ่งตามมา
ว่าไง... ฉันหยุดเดิน แล้วเงยหน้าถามเขาที่วิ่งมาดักทางฉันด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เก็บอารมณ์ตื่นเต้นไว้ภายใน ตรงกันข้ามกับเขาที่ทำท่าจะตายซะให้ได้
เฮ้อ... น็อตถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วเดินนำฉันออกไปจากโรงเรียน
ฉันว่าเรื่องนี้เราไปคุยกันที่บ้านกันเถอะ...
...งั้นก็แสดงว่ามีหนทางเดียวที่นาโอคิจะเป็นอิสระจากคู่หมั้นเขา ก็คือการกลายเป็นดาวของ LBD Modeling อย่างน้อย 5 ปีอย่างนั้นใช่มั้ย...
ฉันถามน็อตด้วยความกังวลเพื่อย้ำความเข้าใจของตัวเอง
แต่ปัญหามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น นาโอคิมันเกลียดการเป็นข่าวกับการมีคนวิ่งตามจะตาย มันคงไม่มีทางยอมง่าย ๆหรอก แค่ 6 เดือนตอนนี้มันก็แทบบ้าอยู่แล้ว...
น็อตบอกอีกครั้ง หลังจากบอกฉันว่าคู่หมั้นของนาโอคิ ถ้าตัวเขาเองเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นลูกสาวคนเดียวของประธานบริษัท LBD Modeling นั่นแหละ เพราะผู้หญิงที่คุณมารินะชอบพออยู่ก็มีแค่คนนี้คนเดียวเท่านั้น ฉันไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไรคุณมารินะจึงมาบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับนาโอคิด้วยตัวเอง
...ท่านคงมีคนที่ดีกว่าทั้งฐานะ ทั้งการศึกษา ทั้งหน้าตา อยู่แล้ว จะมาสนใจอะไรกับคนธรรมดาอย่างฉันที่ไม่มีอะไรสักอย่างแถมยังเป็นหนี้เป็นสินล่ะ... ฉันคิดในขณะที่ในใจปวดแปล๊บไปหมด แล้วก้มหน้าลงเพื่อซ่อนน้ำตาของตัวเองที่คลอหน่วยขึ้นมาอย่างคนอ่อนแอ ...ฉันมันไม่ได้เรื่องจริง ๆ แค่นี้ก็ร้องไห้ซะแล้ว
โฟร์... ฉันขออย่างได้มั้ย อย่าบอกเรื่องนี้กับนาโอคิเด็ดขาด ฉันยังไม่อย่างเห็นมันอาละวาดจนคุณมารินะตัดมันออกจากกองมรดกน่ะ แค่นี้มันกับแม่ก็คุยกันแทบไม่ค่อยจะรู้อเรื่องอยู่แล้ว
ฉันนิ่งไปกับคำพูดขอเขา ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ยอมรับคำขอที่ฉันเองก็ไม่คิดจะบอกอยู่แล้ว ...แค่ฉันยอมถอยออกมา นาโอคิต้องมีชีวิตที่ดีกว่าแน่ ส่วนฉันเองก็ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับปัญหาของตัวเอง แล้วทำให้มันสิ้นสุดกันไปสักที
ขอบใจที่ยอมบอกฉันนะน็อต นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งสำหรับฉันเลยล่ะ ฉันจะไม่มีวันลืมนายเลย ฉันสัญญา... น็อตขมวดคิ้วกับคำพูดของฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ขณะที่ฉันแอบเช็ดหน้าแล้วลุกขึ้นด้วยใบหน้าที่ปราศจากน้ำตาเพื่อตรงเข้าห้องของตัวเอง...
หลังจากที่ทานอาหารเย็นและอาบน้ำเสร็จก็เปิดหนังสือเรียนออกอ่านที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอน แต่สิ่งที่รับรู้มีเพียงคำพูดของคุณมารินะและผู้ชายคนนั้นที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว ความเจ็บปวดที่ฉันควรจะเริ่มชาชินได้แล้วย้อนกลับมาทำร้ายฉันอีกครั้ง...
...ทางเลือกของฉันในตอนนี้มีคงเพียงทางเดียวเท่านั้น คือยอมถอยห่างออกจากนาโอคิ ทำให้เขาตัดใจให้ได้ แล้วยอมรับข้อตกลงของผู้ชายคนนั้นซะ... แต่ทั้ง ๆ ที่คิดแบบนั้น และคิดว่ามันเป้นทางที่ดีที่สุดแล้ว ฉันก็ยังเจ็บปวดและเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรได้อีกอยู่ดี

| 167 |
| 1259 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |