|

| 166 |
| 1258 |
แต่พวกเธอชอบนายนะ
แล้วไง ฉันไม่ได้ชอบนี่ เธอจะถามฉันให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ น่ารำคาญชะมัด
ผมพูดจบยัยเด็กใหม่ก็เงียบสนิทไปเลย แต่ความดื้อรั้นเล็ก ๆ ก็ยังอยู่ในแววตาเธอผมรู้ และที่เธอหยุดพูดนี่ก็อาจเป็นเพราะตอนนี้ผมทำหน้าโหดเพราะหิวข้าวอยู่ก็เป็นได้
ฉันเคยเข้าไปดูเว็บบอร์ดของโรงเรียนนะ มีหลายกระทู้เลยล่ะที่เอ่ยเหมือนจะชอบนายมาก ๆ แต่นายก็ควรจะสนใจพวกนั้นบางซิ นายทำแบบนี้แล้วพวกนั้นจะมองนายยังไงกัน
ผมยักไหล่ ยังคงตักข้าวใส่ปากไปเรื่อย ๆ เมื่อผมเงียบ นามิสาก็เงียบไปเหมือนกัน จนผมหยุดกินและเก็บจานตัวเองกับจานของเธอนั่นแหละ ยัยเด็กใหม่ถึงเอ่ยปากขึ้น
นายกินไม่หมดนี่
จะป้อนฉันมั้ยล่ะ
พูดพลางเหลือบตาขึ้นมองเธอยิ้ม ๆ นามิสาเม้มปากแน่นอย่างที่ดูก็รู้ว่าเธอกำลังนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า สายตาของเธอหลบผมไปมองขวดน้ำส้ม แต่แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อ
ยะ...หยิบให้หน่อยซิ
เธอพูด มือชี้ไปที่ขวดน้ำซึ่งผมกันออกห่างจากเธอในตอนแรก ผมมองหน้าเธอ มือขวาหยิบขวดน้ำส้มโดยไม่หันไปมอง
เธอมีห้องหรือยัง
ยัยเด็กใหม่ส่งสายตาที่มีเครื่องหมาย ? มาให้ผม ในขณะที่รับขวดน้ำส้มไปเปิด
ห้องอะไรเหรอ
ผมถอนหายใจ ตกลงยัยนี่จะเข้าใจอะไรง่าย ๆ ได้บ้างมั้ยเนี่ย
ก็ห้องพักไง ตอนนี้เธอพักที่ไหน หอกุหลาบขาวใช่มั้ย
นามิสาพยักหน้า
นายรู้ได้ไง
ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่รู้ ทุกคนก็รู้หมดนั่นแหละ เด็กใหม่ที่ย้ายเข้ามาเรียนกลางเทอม ต้องอยู่ที่นั่นไปก่อน เอาไว้ฉันเคลียร์ห้องที่หอให้เสร็จก่อน เธอค่อยย้ายเข้าไปเข้าไป
มะ...หมายความว่ายังไง
นี่เธอยังไม่รู้หรือไง ว่าเธอต้องย้ายออกจากหอนั้น เมื่อหอของชั้นที่เธอมาเข้าเรียนพร้อม หอกุหลาบขาวเป็นหอเล็กที่เอาไว้สำหรับเด็กใหม่ที่เข้ามากลางเทอมแบบเธอ มันเลยมีแค่สามห้องที่นักเรียนจะนอนได้ ที่เหลือเป็นห้องของอาจารย์ ที่นี้เธอเข้าใจหรือยัง
ผมถอนหายใจ เมื่อยัยเด็กใหม่พยักหน้าหงึกหงัก
แล้วอีกอย่าง ฉันให้เธอเตรียมใจไว้ก่อนเพราะว่าหอพักของฉันเป็นหอรวม ไม่เหมือนหอของชั้นอื่น ๆ มันอาจจะดูมั่ว ๆ หน่อยตอนเข้าไป แต่เธอก็จะชินเอง ส่วนเรื่องความไม่เหมาะสมไม่ต้องเป็นห่วง เอาล่ะ ฉันไปก่อนนะ เที่ยงครึ่งแล้ว แล้วตอนบ่ายเธอจะไปเข้าเรียนหรือเปล่า
นามิสาพยักหน้า ผมจึงเก็บจานและขวดน้ำทั้งหมดออกมาก่อนเอาไปเก็บไว้ที่โรงอาหาร
การประชุมผ่านไปได้ด้วยดี ส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงซะมากกว่า เพราะต้องการรณรงค์ให้นักเรียนหญิงใส่กระโปรงยาวขึ้นแค่เข่าก็ยังดี แล้วก็เรื่องของนักเรียนชายที่สูบบุหรี่ในโรงเรียน การมั่วสุมทางเพศ
แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหา เพราะหอพักของผมถึงจะเป็นหอรวม แต่ก็มั่นใจเรื่องพวกนั้นได้ เอกสารนับสิบใบ ที่ผมต้องเอาไปแปะที่หอพักทำให้ผมรำคาญพอสมควร แผ่นเล็กแผ่นใหญ่เต็มไปหมด
เดี๋ยวปลิวออกจากมือบ้าง เดี๋ยวจะหล่นบ้าง ทำให้ผมแทบอยากจะโยนทิ้งทุกทีที่เดินผ่านถังขยะ
เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้วที่ผมมาเข้าห้องเรียน โต๊ะเรียนที่อยู่ข้าง ๆ โต๊ะผมและติดกับหน้าต่างยังคงว่างเปล่าเหมือนเมื่อเช้า เป็นอันรู้กันว่ายัยเด็กใหม่ยังไม่มาเข้าเรียน
นี่ อาจารย์ไปไหนเหรอ
ผมสะกิดถามเพื่อนคนหนึ่งในห้อง มันชื่อ เจซี เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในชั้นที่ไว้ผมยาวเหมือนผู้หญิง ลืมบอกไปอีกอย่างว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนอิสระ แต่งตัวกันได้เต็มที่ แต่ก็ต้องอยู่ในกฎระเบียบ
คือต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนเมื่อมาเข้าเรียน ห้ามมั่วสุมใด ๆ ทั้งสิ้นในหอพัก ถึงแม้ว่าหอนั้นจะเป็นหอรวมก็ตามเถอะ (ดูเหมือนกฏข้อนี้จะออกมาเพื่อหอพักของผมโดยเฉพาะ) แล้วก็อื่น ๆ อีกมากมายจนผมไม่คิดจะจำ
จึงไม่แปลกที่นักเรียนหลายคนในนี้จะไว้ผมทรงแปลก ๆ ดูไม่เป็นระเบียบเท่าที่ควร แต่ข้อห้ามอีกอย่างของการไว้ผมคือห้ามทำสีมิฉะนั้นจะถูกตัดสั้นเหมือนโรงเรียนรัฐบาล
ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่เข้ามาสอนแล้วล่ะ สั่งงานไว้ตรึมเลย นายละประชุมเป็นไงมั่ง
มันหันมาตอบผม เมื่อเห็นผมถือเอกสารเต็มมือก็ถามถึงเรื่องประชุมทันที
ก็ดี ตอนเย็นค่อยว่ากันอีกที แล้วนี่เขาสั่งงานอะไรไว้บางล่ะ
นู่น
แล้วมันก็ชี้ไปที่ไวท์บอร์ดหน้าห้อง คณิตศาสตร์ทำแบบฝึกหัดหน้าที่ 239 ฟิสิกส์ ท่องสูตรคำนวณเรื่องเสียงและการเดินทางของแสงสอบชั่วโมงหน้า ภาษาต่างประเทศฝึกสนทนากับเพื่อนในหัวข้อประเทศที่คุณอยากอยู่ที่สุด และสุดท้าย วิชาภาษาไทยเขียนเรียงความเรื่อง ความฝันสูงสุดเมื่อคุณเรียนจบ
ผมนั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง ก่อนจะหยิบสมุดขึ้นมาโน้ตงานทั้งหมดลงไป แน่นอนอยู่แล้วว่าผมไม่สามารถทำได้เสร็จทันในเวลาแค่ครึ่งวันแบบนี่แน่ โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์อาทิตย์จึงไม่ต้องกังวลกับงานพวกนี้
ผมวางสมุดจดงานลงบนโต๊ะข้างเตียงทันทีที่เข้ามาในห้อง นามิสานั่งมองผมตาปริบ ๆ อยู่บนเตียง
อะไรเหรอ
เธอถามเมื่อผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่ลากเข้ามาเมื่อตอนพักเที่ยง
การบ้านที่เธอต้องทำ ฉันโน้ตมาให้แล้ว
ยัยเด็กใหม่มองหน้าผมก่อนหยิบสมุดขึ้นมาเปิดพับ ๆ
นี่ลายมือนายเหรอ
เธอคิดว่าลายมือใครล่ะ
คือ... ฉันอ่านไม่ออกอะ
หมายความว่าไง เธออ่านลายมือฉันไม่ออกเหรอ
ปะ... เปล่า ฉันอ่านภาษาไทยไม่ออก
อ้าว... แล้วมาเรียนได้ไงวะ
เธออ่านภาษาไทยไม่ออก แล้วเข้าเรียนที่นี่ได้ไง
คือฉันรู้ภาษาอังกฤษก็เลยคิดว่าน่าจะเรียนได้ ก็แบบฟอร์มของที่นี่ยังเป็นภาษาอังกฤษเลย
เออก็จริง เอาเป็นว่าผมเองแหละที่ผิด
แล้วทำไมเธอพูดภาษาไทยได้ล่ะ
พ่อฉันเป็นคนไทย ท่านสอนให้ฉันพูด แต่ว่าฉันอ่านไม่ได้มันงง ๆ
OK. งั้น... อืม...ฉันจะอ่านให้เธอฟังแล้วเธอจดตามก็แล้วกัน ตกลงมั้ย
อืม
นามิสาพยักหน้าหยิบกระเป๋าถือหนังสีดำขึ้นมาเปิดหยิบสมุดเล่มสีฟ้าออกมา เตรียมจดตามที่ผมบอก
เรียงความภาษาไทยเหรอ ฉะ... ฉันทำไม่ได้
เธอเงยหน้าขึ้นมองผม หลังจากจดทั้งหมดเสร็จ พลางส่งสายตาไม่มั่นใจมาให้
ไม่เป็นไรหรอก เธอก็เรียงมาเป็นภาษาที่เธอถนัดก็ได้ เดี๋ยวฉันเขียนเป็นภาษาไทยให้
อืม... ขอบใจนะ
นามิสาพึมพำเบา ๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ เพราะเมื่อครู่ฟังไม่ถนัด
ว่าไงนะ
ขอบใจ ฉันขอบใจนายมาก ๆ เลยนะ ที่ช่วยฉันทุกอย่าง
ผมมองเธอนิ่ง นามิสาหลบตาผม สายตาจับจ้องอยู่ที่ตัวหนังสือในสมุด
ช่วงบ่ายผ่านไปอย่างช้า ๆ ผมกับยัยเด็กใหม่ ต่างทำงานที่ได้รับมอบหมายในห้องพยาบาลไปเรื่อย ๆ
ไม่รู้เพราะอะไรที่ผมยังอยู่ที่นี่ต่อ แทนที่จะกลับไปทำงานที่ห้องเรียน แต่ช่างเถอะ
เพราะตอนนี้ผมได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่างแล้วเกี่ยวกับเธอ ทั้งที่ไม่เคยสนใจจะอยากรู้เรื่องของใครมาก่อน
นามิสาเกิดที่ญี่ปุ่น แม่เสียไปแล้วมีพี่ชายหนึ่งคน พ่อของเธอส่งเธอมาเรียนที่เมืองไทย เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ ดูเธอไม่อยากพูดถึงมันเลย ผมก็เลยไม่ซักไซ้
...และวันนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ผมพานามิสาไปส่งที่หอกุหลาบขาว ก่อนจะกลับมาที่หอของตัวเอง แล้วจัดการติดเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องแจ้งให้นักเรียนทั้งหอรับรู้ ที่ผมทำก็เพราะผมเป็นคนดูแลหอนี้ทั้งหมด หรือพูดง่าย ๆ ก็คือผมเป็นประธานของนักเรียนชั้น ม.5 มีหน้าที่ดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับนักเรียนในปกครองของตน
นักเรียนชั้น ม.5 จะนอนอยู่ที่นี่ทั้งหมด (แต่ก็มีบางส่วนที่อยู่หอนอกหรือพักอยู่นอกโรงเรียน) เริ่มจากห้องหนึ่งจะอยู่ชั้นบนสุด ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องนอนของนักเรียนหญิงแต่ละคน บ้างก็เป็นห้องเดี่ยว แต่ส่วนมากจะเป็นห้องคู่
ส่วนฝั่งขวาจะเป็นของฝ่ายชายทั้งหมด ห้องนอนของผมอยู่บนดาดฟ้า มีห้องนอนทั้งหมดสามห้อง ของผมหนึ่ง เพื่อนผมหนึ่ง และอีกห้องเป็นของนักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งครั้งนี้มาจากอังกฤษ
ส่วนนักเรียนห้องอื่น ๆ ก็จะอยู่ถัดลงไปเรื่อย ๆ
นายน็อตเพื่อนสนิทผม หรือจะพูดให้ถูกคือมันเป็นญาติผม เพราะมันเป็นน้องชายของแฟนยัยนามิกะพี่สาวผม นอนหลับอุตุอยู่บนเตียงของตัวเองในห้องของมันเมื่อผมเปิดเข้าไปดู
วันนี้มันไม่ได้ไปเข้าเรียนเพราะบ่นว่าปวดหัว แต่ผมรู้หรอกว่าเมื่อคืนมันดูบอลดึก ตอนเช้าก็เลยลุกไม่ขึ้น
ไอ้น็อต นายตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย
ผมบอก แล้วโยนกระเป๋าหนังสือตัวเองไปบนตัวมัน นายน็อตผวาลุกขึ้นนั่งพลางมองผมตาขวาง แล้วล้มตัวลงนอนต่อโยนกระเป๋ากลับมาให้ผม
อะไรอีกวะ มาถึงก็กวนเลย
มันบอกพร้อมถีบผ้าห่มออกจากตัว ผมคิดว่ามันคงร้อนน่าดู เพราะมันทำท่าโล่งเมื่อกำจัดผ้าห่มออกไปจากตัวได้แล้ว แต่ก็ไม่แปลกหรอกสำหรับนายน็อตน่ะ ต่อให้ฟ้าดินถล่มน้ำท่วมโลกมันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการนอนของหมันหรอก
เพราะมันถือคติว่า ความง่วงชนะทุกสิ่ง แม้แต่ใจสาว คงจะจริงของมันนั่นแหละ หนุ่มฮอตอันดับต้น ๆ ก็มีมันนี่แหละเป็นตัวเกร็ง
พรุ่งนี้นายไปเคลียร์ห้องพักผู้หญิงซักห้องซิวะ มีเด็กมาใหม่ว่ะ ฉันงานยุ่ง
พูดจบมันก็ลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง สายตาเป็นประกาย ...เอาอีกแล้วความเจ้าชู้ของมันเริ่มออกลายอีกแล้ว
เด็กใหม่? ผู้ชาย ผู้หญิงวะ
ฉันบอกให้นายไปเคลียร์ห้องไหนล่ะ
ผมว่าผมบอกมันไปแล้วนะ ไม่เข้าใจว่ามันจะถามหาอะไรอีก
=...Kinochita Na-o-ki...=

| 166 |
| 1258 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |