|

| 191 |
| 1283 |
ผมเบิกตาขึ้นนิด ๆ เพราะคนที่ชนคือคนที่ผมกำลังตามหา โลกมันช่างกลมดีแท้...
สงสัยกรรมมันกำลังจะตามทัน พวกที่ชอบทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนละมั่ง
ยัยดาร์ก แองจี้เองก็ชะงักไปทันทีที่เห็นผม ก่อนจะรีบล่นลานลดมือตัวเองลงแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง
แต่ผมก็คว้าข้อมือเล็ก ๆ ของเธอไว้ได้ก่อนที่เธอจะได้ทำอย่างที่ต้องการ แล้วฉุดกระชากลากถูเธอไปในมุมที่ลับตาคน ขณะที่ยัยนั้นพยายามดิ้นรนออกจากมือผมเต็มที่
อ๊าก !...
ผมสะบัดมือตัวเองออก เมื่อคนที่ผมลากมากัดมือผมที่จับแขนเธออยู่เข้าให้ ยัยดาร์ก แองจี้รีบถลาตัวเองออกไปทันทีที่หลุดจากมือผม
ปากบาง ๆ เตรียมอ้าออกร้องให้คนช่วย แต่ผมก็เร็วกว่า เพราะเพียงแค่เอื้อมมือไปคว้าแขนเธอไว้ ยัยเด็กนั่นก็เด้งกลับมาหาผม มืออีกข้างเลยเอื้อมไปปิดปากเธอในทันที
อยู่นิ่ง ๆ ไม่งั้นฉันฆ่าเธอแน่
ผมขู่เบา ๆ ที่ข้างหูเธอ เมื่อเห็นว่าคำขู่ได้ผล เพราะทำให้คนฟังชะงัก ผมก็ค่อย ๆ พาเธอไปที่หลังชมรม IT ทันที
ปัง ! ! !
ผมปิดประตูลงแล้วล็อกไว้อย่างรวดเร็วหลังจากที่ส่งให้ยัยเด็กนั่นไปกองไว้กับพื้น ก่อนจะหันไปทำหน้าเหมือนพวกโรคจิตในหนัง แล้วย่างเท้าเข้าไปหายัยดาร์ก แองจี้ตัวเป็น ๆ ที่ถอยหลังไปจนติดผนัง
นี่ อย่าเข้ามานะ
รียาร้องบอกเบา ๆ พร้อมกับปัดมือผมที่เอื้อมเข้าไปใกล้เธอออกในทันที
กล้องรุ่นนี้ ใช้ดีมั้ย
ผมย่อตัวลงตรงหน้าเธอ แล้วหยิบกล้องที่ห้อยไว้กับคอของเธอขึ้นมาอย่างถือสิทธิ์
เอาคืนมานะ
ปากเล็ก ๆ ว่า มือบางก็เอื้อมมาแย่งกล้องจากมือผม ผมแค่เบี่ยงตัวอีกทาง มือเล็ก ๆ นั่นก็มาไม่ถึงแล้ว
เอาของฉันมานะ...
ผมเปิดกล้องทันทีที่ยัยนั่นพูดจบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกดไล่ดูรูปในกล้องไปเรื่อย ๆ ขณะที่จะต่อรองอะไรบางอย่างกับเธอ
ไม่ให้ จนกว่าเธอจะบอกว่า ใครให้เธอทำข่าวเรื่องนาโอคิ
ฉันไม่บอก...
เสียงตอบกลับมาทันควัน ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองอย่างฉุน ๆ และรู้ได้เลยว่าเรื่องนี้มีคนอยู่เบื้องหลังจริง ๆ
จะบอกดี ๆ หรือจะให้ฉันทุบกล้องเธอทิ้ง ห่ะ
ผมยกกล้องขึ้นทำท่าจะทุ่มลงกับพื้นอย่างที่บอก
ไม่นะ... ฉัน... คือฉันขอร้องอย่าทำอะไรกล้องฉันเลยนะ งานฉันอยู่ในนั่นขอร้องล่ะ
รียามองผมด้วยสายตาวิงวอน ดวงหน้าขาวนวลซีดลงเหมือนคนเป็นไข้ แต่ไม่ทำให้ผมรู้สึกสงสารแม้แต่นิด เมื่อนึกสิ่งที่เพื่อนที่ตัวเองได้รับ
เธอทำให้เพื่อนฉันหลุดออกจากตำแหน่งประธาน แถมยังโดนพักการเรียนอีก คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ
ผมบอกยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เด็กนั่นที่ถอยไปจนจะจมเข้าไปในผนังด้วยท่าทางข่มขู่
เขาทำตังเองต่างหาก ฉันแค่คนที่เปิดเผยเท่านั้น
นี่เธอจะไม่ยอมรับผิดงั้นเหรอ แล้วอยากจะให้ฉันเปิดเผยเรื่องที่ไอ้แมนมันทำไว้ในอดีตบ้างมั้ยล่ะ ฉันจะให้เธอเขียนข่าวนะ สนใจมั้ย
รียาเม้มปากแน่น นัยน์ตาคู่โตจ้องตอบผมด้วยความแข็งกร้าว แต่แดงเรื่อขึ้นทั้งน้ำใส ๆ ก็เอ่อขึ้นมา
ฉันขอโทษ ขอโทษ พอใจหรือยังล่ะ
ขอโทษเหรอ แล้วมันแก้ไขอะไรได้มั้ย ทำอะไรไม่รู้จักคิด
ผมเผลอตะโกนออกไปจนยัยเด็กนั่นสะดุ้ง นัยน์ตาคู่โตสีดำสนิทที่ไม่ได้อยู่หลังแว่นเหมือนในรูปเบิกขึ้นอย่างตกใจ
ฉัน... ฉัน... ฉัน... ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงเล่า
รียาหลับหูหลับตาบอกตัวสั่นกึก ๆ อย่างคนที่กลัวจริง ๆ แต่ผมก็มองข้ามมันไป
ก็บอกมาซิว่าใครให้เธอทำข่าวนาโอคิ
ฉัน... ฉันบอกไม่ได้
ทำไมจะบอกไม่ได้ล่ะ ไอ้แมนใช่มั้ย
ไม่นะ พี่แมนไม่เกี่ยว ฉัน...
ไม่ต้องมาแก้ตัว เธอกับไอ้แมนเป็นคนรักกัน แล้วเธอก็เป็นปาปารัชซี่ แค่นี้นึกว่าฉันไม่รู้หรือไง
...
ดี ในเมื่อเธอเงียบก็แสดงว่ายอมรับ ...แล้วก็เตรียมตัวรับกรรมที่เธอก่อไว้ด้วย
ฉะ... อุ๊บ ! ! !
ผมจบคำพูดของเด็กนั่นโดยการกดเธอลงกับพื้นแล้วตามลงไป ประกบปากเธอด้วยปากผม ก่อนจะยกกล้องถ่ายรูปที่เปิดไว้ ถ่ายรูปตัวเองกับยัยดาร์ก แองจี้ไม่ยั้ง
ปล่อยนะ... ปล่อย... ฮือ...
ผมถอนปากตัวเองออกแล้วไล่จูบไปตามแก้ม ต่ำลงไปที่ซอกคออย่างไม่ลืมที่จะกดชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพที่แตกต่างกันออกไปเอาไว้ด้วย
ขณะที่คนด้านล่างที่โดนผมเอาเปรียบพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากตัวผม
...แต่แล้วเสียงสะอื้นที่ดังมาจากด้านล่างก็ทำให้ผมชะงักการกระทำของตัวเอง แล้วปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
เพี๊ยะ ! ! !
ก่อนใบหน้าจะสะเทือนไปทั้งแถบ เพราะมือเล็ก ๆ ที่ฟาดเข้ามาทันทีที่เธอถูกปล่อยตัว
ฉันเกลียดนาย! ได้ยินมั้ย ฉันเกลียดนาย
เสียงต่อว่านั้นทำให้ผมหันกลับไปมองเธอด้วยสายตาโกรธจัด แล้วก็ต้องหยุดการกระทำของตัวเองที่ตั้งใจจะทำ เพราะน้ำใส ๆ ที่ไหลออกมาข้าง ๆ แก้ม นัยน์ตาคู่โตมองผมอย่างที่เธอบอกจริง ๆ
ดี... เพราะฉันจะทำให้เธอเกลียดฉันมากกว่าที่เป็นอีก จำใส่ใจเธอเอาไว้ให้ดี ว่าฉันคนนี้นี่แหละ ที่จะมาทวงคืนทุกอย่างจากเธอกับไอ้แมน
พูดจบผมก็ถอดเมมโมรีการ์ดออกจากกล้องใส่กระเป๋า แล้ววางตัวกล้องไว้ที่พื้น ก่อนจะเดินออกจากห้องมาอย่างไม่ไยดี
เอาการ์ดของฉันคืนมานะ
เสียงเด็กนั่นร้องตามหลังออกมา ทำให้ผมรีบสาวเท้าออกมาทันที
โธ่เว้ย ! !
ผมสบถกับตัวเอง ก่อนจะชกมือลงกับต้นไม้อย่างไม่กลัวมือหัก ดวงตาก้มลงมองเมมโมรีการ์ดอันเล็ก ๆ ในมือที่ล้วงออกมาจากกระเป๋าด้วยความรู้สึกหลากหลาย
แล้วกำมือแน่นจนมันสั่นไปหมด
ไอ้แมน ฉันจะแย่งทุกอย่างมาจากแกคอยดู
ผมพูดกับตัวเองอย่างมาดหมาย ดวงตาวาวโรจน์ด้วยประกายแห่งความแค้น ด้วยเหตุผลบางอย่างที่มีเรื่องของนาโอคิมาเกี่ยวข้องเป็นส่วนน้อย
กริ๊ง.............
เสียงสัญญาณเตือนอัตโนมัติให้ขึ้นเรียนที่ไม่ได้ปิดแม้ในวันหยุดดังขึ้น ทำให้ผมรีบเช็ดเลือดออกจากมือแล้วรีบไปขึ้นห้องของตัวเองทันที
ตกเย็นวันต่อมาหลังจากย้ายรูปจากการ์ดมาไว้ในเครื่องคอมฯของตัวเองจนหมดแล้ว ผมก็ลบรูปที่พึ่งถ่ายใหม่ในการ์ดออก
แล้วตรงไปที่ชมรมหนังสือพิมพ์เพื่อฝากการ์ดไว้กับเด็กคนเดียวกับเมื่อวาน ให้คืนให้กับเจ้าของ
แล้วแยกตัวออกมาเพื่อไปรวมกลุ่มเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ
เออ... นี่น็อต ตกลงประธานหอเราจะออกจากตำแหน่งจริง ๆ หรือเปล่าวะ
เสียงถามจากแม็กซ์ขณะพักเหนื่อย ทำให้ผมลดมือที่ถือขวดน้ำลงแล้วมองมันตาเขม็ง
เฮ้ย ๆ ฉันแค่สงสัย ได้ยินเขาพูดกัน อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นซิวะ
ผมถอนหายใจแล้วละสายตาออกมาจากมันอย่างหน่าย ๆ ไม่ได้ตอบคำถามแต่ยกขวดน้ำขึ้นดื่มแทน
น่าเสียดาย เด็กใหม่ว่ะ โดนประธานชิงไปซะละ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านหลังทำให้ผมเอียงหูฟังด้วยความสนใจ
จริงด้วย ได้ข่าวว่าชื่อโฟร์ใช่หรือเปล่าวะ
เออ นั่นแหละ เป็นลูกครึ่งด้วยนะ แต่เสียดายว่ะ มาวันแรกก็โดนพักการเรียนซะแล้ว...
คำพูดต่อไปผมไม่ได้อยู่ฟัง เพราะรีบแยกตัวเดินออกไปใต้ร่มไม้ไม่ไกล เพื่อโทรศัพท์หาใครบางคนที่มันอาจจะยังไม่รู้เรื่อง
เสียงรอสายดังอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนรับ
ว่าไง...
นาโอคิ ตอนนี้นายอยู่ไหน
...กำลังทำงาน
มันเงียบไปนานจนผมคิดว่ามันจะไม่ตอบ
เรื่องพักการเรียน นอกจากนายแล้ว โฟร์โดนด้วยหรือเปล่า
ผมถามออกไป แล้วก็ต้องกลั่นหายใจรอฟังคำตอบของมัน
ฉัน... ไม่รู้
ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วรีบบอกธุระในการโทรหามันทันที
เท่าที่ฉันฟังมา นอกจากนายแล้ว โฟร์เองก็โดนด้วย น่าสงสารว่ะฉันว่า เพิ่งจะมาเรียนวันแรกแท้ ๆ... นายจะทำยังไงต่อไปละทีนี้...
ตื้ด... ตื้ด...
สายตัดไปก่อนที่ผมจะถามจบ ...ให้มันได้อย่างนี้ซิ อยากจับหัวไอ้นาโอคิโขกกับกำแพงจริง ๆ...
ผมสบถในใจแล้วส่ายหัวไปมาให้กับโทรศัพท์ เพราะโทรไปอีกสามรอบ เจ้าของมันก็ยังไม่ยอมรับ
สุดท้ายเลยได้แต่ถอนหายใจ ปล่อยให้มันเลยตามเลย แล้วแต่เจ้าตัวมันจะจัดการเถอะ เพราะผมคงไปยุ่งอะไรด้วยไม่ได้แล้ว
คิดในใจอย่างนั้น แล้วก็เตรียมหันหลังกลับไปเล่นกีฬากับเพื่อนต่อ
...บางที เรื่องบางเรื่อง ผมไม่จำเป็นต้องเข้ายุ่งก็ได้ นาโอคิมันจัดการเองได้อยู่แล้ว ก็อย่างว่าละนะ ปัญหาใครก็ปัญหามัน ผมคงจะไปช่วยมันแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะบางทีแม้แต่เรื่องของผมเอง ผมก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าที่ทำไปมันถูกต้องหรือเปล่า
ภาพร่างเล็ก ๆ ที่เดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนผมที่กำลังเตรียมลงสนามเล่นกีฬาอีกรอบทำให้ผมชะงัก
ปากบางพูดอะไรบางอย่างกับพวกนั้น แต่ผมไม่ได้ยิน ไม่นานหลังจากที่พวกนั้นหันหน้าถามต่อ ๆ กัน
ใครคนหนึ่งในนั้นก็หันมาทางผมแล้วชี้มือมาทางนี้ ร่างเล็ก ๆ ที่ผมรู้ดีว่าใครหันมาหาผม
ก่อนจะชะงักไปทันทีเมื่อเห็นว่าผมมองอยู่ ครู่หนึ่ง ที่เธอทำท่าเหมือนรวบรวมความมั่นใจ เด็กนั่นก็ตรงมาหาผมท่ามกลางเสียงแซว จากพวกเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกับผมที่เป็นฉากประกอบหลัง
ร่างบางหยุดลงตรงหน้าผม ขณะที่สายตาก้มลงมองพื้น
ฉัน... ฉันขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย
ผมนิ่งไปเพราะไม่คิดว่า เด็กนี่จะกล้ามาหาผมซึ่ง ๆ หน้า
ผมพยักหน้านิด ๆ ตกลงกับคำขอของเธอ แต่เมื่อเห็นว่าเธอคงมองไม่เห็น เพราะมัวแต่มองพื้น เลยทำให้ผมต้องส่งเสียงออกไป
ได้
พูดจบก็เดินนำเธอออกไปหาที่คุยทันที
=...Kinochita Na-o-ki...=

| 191 |
| 1283 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |