บทที่ 3
เสื้อขาวกระโปรงน้ำเงิน
เสียงร้องเรียกของ ดาวดาริน ในขณะที่ ความหายนะ จะบังเกิดขึ้น กับ เด็กสาว ที่มีวัย เพิ่งเริ่มแรกรุ่น กำลังจะเติบโตเป็นสาว
แกจะร้องเรียกแม่ทำไม แม่แกอยู่แถวนี้เรอะ
จะอย่างไรก็ตาม ดาวดารินก็ยังได้ยินเสียงของแม่แว่วก้องกังวาน อยู่ในหูชั้นในสุด
ขอให้ลูกจงเป็นคนรักนวลสงวนตัว นะลูกแม่ สิ่งที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และยิ่งใหญ่ในความเป็นกุลสตรี ก็คือความสาว หากจะมอบความสาวให้กับชายใด ก็ขอให้เป็นเวลา หลังจากที่ดูใจกันมา จนถึงวันแต่งงาน ลูกจึงจะยอมมอบกายมอบใจ ให้กับชายอันเป็นที่รัก และเขาก็รักลูกด้วยนะลูกรักของแม่ เขาจะได้ไม่ดูถูกดูแคลนเราได้
เงารางๆ ในความมืดของชายทั้งหกคนนี้ ไม่ใช่คนที่เคยรู้จัก ไม่ใช่คนที่ดูใจกันมา ไม่ใช่คนที่ดาวดารินคิดจะแต่งงานด้วย ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น เพราะดาวดารินยังไม่เคยคิดที่จะมีแฟน ดาวจะเรียนหนังสือให้จบ ดาวจะหาเลี้ยงแม่ ดาวจะหาเลี้ยงน้อง ดาวจะหาเลี้ยงครอบครัว
แม่ลดายังจำคำเปรียบเปรยมาบอกอีกว่า แม้นแผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า
พูดง่ายๆ อย่าต้องให้ใช้กำลัง
เสียงดังคำราม มาจาก ดวงตาแวววาว วับวับ ในร่างเงาดำทมึนของชาย รูปร่างทรงมะขามป้อม มันต้องเป็นจอมวายร้าย ที่เป็นหัวหน้าโจรแก๊งนี้แน่ๆ แล้วยังมีร่างที่มองเห็นเป็นเงารางๆ ของพวกวายร้ายจอมโหดที่ยืนเข้าแถวเป็นรูปวงกลม เรียงราย รวมหกคน ล้อมรอบดาวดาริน อยู่ในขณะนี้
พวกมัน ค่อยๆก้าวขา ทีละก้าว ก้าวสั้น และก้าวยาวขึ้น คืบคลานเข้ามาทีละน้อย กระแสความรู้สึกบางอย่างเข้ามากระตุ้นเตือน สงครามในประวัติศาสตร์ ยังมีการตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ มิใช่หรือ หากเราตั้งสติ อธิษฐาน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ กรุณาช่วยลูก ด้วยเถิด เสียงหัวใจของดาวดาริน วิงวอนจากใจจริง
ดาวดาริน ก้มตัวอันผอมบางเพรียวลม ลงกับพื้นดินอย่างรวดเร็ว แล้วกระโจน ออกวิ่งสุดแรงเกิด ดุจดังแมวป่าที่เผ่นหนีการไล่ล่า ของสุนัขพันธุ์ล่าเนื้อ เธอสะดุดเข้ากับขา ของจอมวายร้ายตนใดมิอาจรู้ได้ แต่ก็สามารถดึงดัน สอดแทรกร่างกายที่บอบบาง กดดัน หลุดออกจากวงล้อม แห่งสงคราม กามารมณ์ หื่นกระหาย ที่พร้อมจะทำลายอนาคตของสตรีเพศได้ทุกขณะ
กระเป๋านักเรียน ข้าวของทุกอย่าง หลุดออกจากมือของเด็กสาว เสื้อขาวกระโปรงน้ำเงิน โดยสิ้นเชิง จอมวายร้าย กระโดด ตะครุบ คว้าข้อเท้า ขาซ้าย ของดาวดารินไว้ได้ เด็กสาวตะเกียกตะกาย ยกขา สะบัดรองเท้านักเรียนหลุดออก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พวกหื่นกามทั้งหลาย กำลังจะวิ่งเข้ามารุม
เพื่อปฏิบัติภารกิจอันน่าสยดสยอง ที่เรียกเป็นคำศัพท์บัญญัติไว้ในพจนานุกรม ว่า รุมโทรม
เด็กสาว วิ่ง วิ่ง อย่างรวดเร็วอีกครั้ง กระโจน จับต้นไม้ใหญ่ข้างทางที่ ยืนหยัด ยืนต้น เป็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ เธอปีนป่าย ป่ายปีน ให้ขึ้นไป ขึ้นไป ให้ได้สูงที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทันได้มีเวลาสังเกต ว่า ต้นไม้ต้นนี้ คือต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว รอวันอับเฉา มอดม้วย ชีวาวาย อีกในไม่ช้า บางกิ่งยังเหนียวแน่นอยู่บ้าง บางกิ่งเริ่มเปราะ บางกิ่งก็เปราะแล้ว พร้อมที่จะหักโค่นลงมา เมื่อถูกแรกกระแทก