หน้าที่5 - นิยายหลอน ร่องรอย | วิชาการ.คอม
328
2073

ผจญภัยในทุ่งกว้าง

" บินไป บินไป ไปให้ถึงรุ้งโน่น " เด็ก ๆ กางแขนทำท่าเหมือนกำลังบิน พร้อม ๆ กับวิ่งไปข้างหน้า ฟางแห้งกรอบแกรบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเด็ก ๆ สลับกับเสียงหัวเราะที่สดใสเหมือนเสียงดนตรีแห่งท้องทุ่ง เด็ก ๆ กำลังบิน บินไปยังสายรุ้งสีสวยตรงเส้นขอบฟ้า
ผู้เขียน: กิ่งไผ่ pongpana ชมแล้ว: 140,375 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 4 October 2011, 11:18 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 7 April 2013, 11:27 am
อยู่ในส่วน:
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-80 | 81-87


หน้าที่ 5 - ร่องรอย

 

  

(ขอบคุณภาพประกอบจาก  google)


ร่องรอย

อากาศยังคงชื้นไปด้วยน้ำฝนแม้จะใกล้เที่ยงวันแล้ว  สามสหายเดินตามถนนลูกรังที่เป็นทางเข้าหมู่บ้าน 
 สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเต็มไปด้วยแอ่งน้ำและแอ่งโคลนที่เกิดจากฝนตกมาหลายวัน  
ทั้งสามเดินเท้าเปล่าย่ำโคลนไปตามทางที่ทอดยาวออกไปจากหมู่บ้าน สายตาสอดส่องไปตามริมทางหวังว่าอาจจะเจออะไรที่เป็นร่องรอยอันเป็นที่มาของเสียงประหลาดเมื่อคืนนี้ 
" พวกขโมยมันจะมาตามทางเข้าหมู่บ้านนี่เหรอวะ" แก้วเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสามเดินทางมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน
  " เออ ! ก็ไม่แน่หรอก ข้าว่าบางทีมันอาจจะมาทางอื่นก็ได้  พวกมันคงไม่กล้ามาทางนี้หรอก มันเสี่ยงเกินไป" หยองเห็นด้วยกับแก้ว แต่แสนไม่ได้ออกความเห็น
เขาสอดส่ายสายตามองหาสิ่งที่อาจจะเป็นที่ผิดสังเกตไปตามพุ่มไม้ พงหญ้ารก ๆ สองข้างทาง  น้ำฝนยังเปียกชุ่มใบไม้ใบหญ้า ทุกอย่างเป็นปกติ
ไม่มีร่องรอยอะไรที่พอจะสังเกตว่าเป็นที่มาของเสียงประหลาดที่ชาวบ้านได้ยินเมื่อคืนนี้ได้เลย
  " เดินจนสุดทางเข้าหมู่บ้านแล้ว ไม่เห็นเจออะไรเลยว่ะ  ข้าว่าไม่มีอะไรแถว ๆ นี้แน่" แก้วพูด หลังจากทุกคนเงียบไปนาน 
" ไปดูทางท้ายหมู่บ้านตรงที่ติดกับนาข้าวกันดีกว่ ข้าว่าพวกขโมยมันอาจจะมาทาง
นั้นก็ได้" หยองออกความเห็น  แก้วกับแสนเห็นด้วย ทั้งสามสหายจึงเดินอ้อมไปตามทางที่
ลัดจากหมู่บ้านไปออกทางท้ายหมู่บ้านที่ติดกับทุ่งนา  เส้นทางลัดนี้ เป็นทางเกวียนที่
ชาวบ้านใช้ขับเกวียนบรรทุกข้่าวจากนามายังลานนวดข้าวของตน  แต่ถ้าหากนอกฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทางเกวียนนี้่ก็แทบจะไม่มีใครใช้สัญจร  
ทางเกวียนค่อนข้างจะรกเรื้อและเป็นโคลนสูงขึ้นมาถึงตาตุ่ม  สามสหายเดินลุยโคลนเละ ๆ ไปได้ครึ่งทาง 
พลันสายตาของหยองก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างอยู่หลังกอสาบเสือใกล้ ๆ กับต้นตะขบป่า
 " เฮ้ย ๆ! หยุด ๆ! ข้าเห็นอะไรแว็บ ๆ อยู่ตรงนั้น" หยองชี้มือไปที่กอสาบเสือ แสนกับแก้วมองตาม เด็ก ๆ เห็นอะไรบางอย่างที่หลังกอสาบเสือ
ทั้งสามไม่รอช้ารีบตรงไปดู
บริเวณนั้น เป็นดงสาบเสือที่เพิ่งแตกยอดใหม่หลังได้ฝน  ต้นจึงไม่สูงนัก มีเพียงบางต้นเท่านั้นที่สูงท่วมหัวเด็ก ๆ 
สิ่งที่เด็ก ๆ เห็นในบริเวณนั้นคือ ต้นสาบเสือหลายต้นเอนราบเหมือนถูกเหยียบ ราวกับ
ว่ามีคนสักสองสามคนเข้ามาทำอะไรบางอย่าง เด็กทั้งสามเห็นลังกระดาษที่เปียกฝนใบหนึ่ง ข้างในมีถุึงพลาสติกสีดำ และมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างในถุง 
 นอกจากนั้นยังมีซองบุหรี่และขวดเหล้าขาวอีกสองสามใบถูกทิ้งไว้ใกล้ ๆ กับลังกระดาษ เด็กทั้งสามมองหน้ากันเป็นครู่ 
"กล่องอะไรวะ" แก้วถามเพื่อนทั้งสอง  
" ข้างในถุงดำนี่มันมีอะไรล่ะ เปิดดูสิ"  แสนพูดพร้อมกับหยิบถุงสีดำออกมาจาก
ลังกระดาษ ในถุงมีหมวกไหมพรมที่เรียกว่า " หมวกไอ้โม่ง"   สีดำอยู่สองใบ 
"หมวกไอ้โม่งของใคร"  หยองสงสัย  เด็ก ๆ มองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไรเป็นครู่
 แก้วจึงเอ่ยขึ้น 
" เราเก็บของพวกนี้ไปให้พ่อแม่พวกเราดูกันดีกว่า ข้าว่ามันต้องเกี่ยวกับเสียงประหลาดที่ได้ยินกันเมื่อคืนนี้แน่ ๆ "
  "ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ เราเก็บหลักฐานพวกนี้ไปให้ผู้ใหญ่ดูจะได้ช่วยกันคิดว่ามันมา
จากไหน บางทีอาจจะหาตัวไอ้หัวขโมยวัวควายได้ด้วยนะ" หยองเห็นด้วยกับความคิดของ
แก้ว  แต่แสนยกมือห้าม
   "แต่ข้าว่าเอามันไว้ตรงนี้ดีกว่า เพราะถ้ามันเป็นของไอ้พวกขโมยจริง มันย้อนกลับมา
ไม่เห็นของพวกนี้ มันก็จะรู้ทันทีว่าชาวบ้านรู้ตัวแล้ว มันก็จะระวังตัว ไม่ให้ขับมันได้ง่าย ๆ 
เราเอาไว้อย่างนี้ดีกว่า อาจจะได้เรื่องราวมากกว่านี้นะ"  แสนบอกความคิดของตน
 "เอางั้นเหรอ ก็ดี แต่เราก็ควรบอกให้ผู้ใหญ่รู้ด้วยนะว่ามาเจออะไรที่นี่ ข้าว่าพวกเรายัง
เป็นเด็ก คงทำอะไรไม่ได้แน่  เผลอ ๆ พวกมันจะทำร้ายเอาด้วย "   หยองยังเป็นห่วงความ
ปลอดภัยของตัวเองและเพื่อน
 " ก็ดี งั้นเราไปบอกพ่อแม่ของพวกเราก็แล้วกัน" เด็ก ๆ นำเรื่องที่พวกเขาพบร่องรอยที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับพวกขโมยนั้นไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง
  "ไอ้พวกขี้เมามันคงไปแอบกินเหล้าเมายากันล่ะสิ" ลุงอ้นสันนิษฐานเมื่อได้ฟัง
  "ข้าว่าไม่น่าจะใช่ไอ้พวกขี้เมานะ ฝนตก ๆ ใครจะไปนั่งกินเหล้่าตากฝนวะ" ป้าแช่มไม่เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานของลุงอ้น 
  " ข้าว่าน่าจะจัดคนไปแอบซุ่มดูแถว ๆ นั้นนะ ทางเกวียนนั่น นอกฤดูเกี่ยวข้าวก็ไม่มี
ใครใช้ มันอาจจะเป็นที่ซ่องสุมของพวกขโมยได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีใครสนใจ" ผู้ใหญ่ดำที่นั่งฟังมานานพูดขึ้น
  " จริงด้วย จริงอย่างผู้ใหญ่ว่า งั้นคืนนี้จัดเวรยามไปเฝ้าดูแถว ๆนั้นเลย" ทุกคนลงมติ 
คืนนั้น และคืนต่อ ๆ มา ชาวบ้านจัดเวรยามคอยซุ่มดูแถว ๆ ทางเกวียนท้ายหมู่บ้าน 
แต่ก็ไม่มีสิ่งผิดสังเกตหรือวี่แววของคนที่ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งของที่เด็ก ๆ พบในดงสาบเสือนั้นเลย




                                                           .................................................................................
 

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำไว้ตลอด

จำนวน 1 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 11 ต.ค. 2554 (18:45)
เป็นงานเขียนที่เหมาะกับเยาวชนมากค่ะ ชวนให้คิด ติดตาม เขียนต่อนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
boonnarg
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 42 ดวง

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ
328
2073





pongpana
(กิ่งไผ่)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 15,531 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 11 ครั้ง
ได้รับดาว 60 ดวง

โหวตเพิ่มดาว



Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0288 seconds !