สวรรค์บ้านทุ่ง

สารบัญ

เก็บมาเล่า เอามาฝาก (15)

 

 

ข้าวหลาม

  สมัยเด็ก ๆ จะกินข้าวหลามสักกระบอก ดูว่าเป็นงานใหญ่จริง ๆ 

เพราะต้องเตรียมการกันมากมาย ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีสตางค์ก็หาซื้อ

กินได้  แต่รสชาติและความอร่อยของข้าวหลามเดี๋ยวนี้กับเมื่อก่อน

แตกต่างกันมาก เพราะการทำข้าวหลามเพื่อขายต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่าย ทุกอย่าง จะใส่จะเติมส่วนผสมให้เข้มข้นได้รสชาติก็คงต้องขาย

กันในราคากระบอกละหลาย ๆ สิบแน่ ๆ แต่ถ้าทำเองไม่ต้องคำนึงถึง

ต้นทุน  แต่ต้องคำนึงถึงความอร่อยเพียงประการเดียว

ไปเจอข้อความที่โพสต์จากเว็บไซต์นี้http://www.kk.ru.ac.th/bamboo14.htm ถึงการเผาข้าวหลามให้อร่อยจึงเอามาฝากเผื่อวันไหนนึกสนุกและว่างงานอาจจะเผาข้าวหลามกินกันเองบ้าง

 

ข้าวหลาม...เผาอย่างไรให้อร่อย

ข้าวหลาม : ทุกคนรู้จักดีมีขายทั่วทุกมุมของประเทศทุกภาค ทุกจังหวัด อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วย ไม้ไผ่ ข้าวสารเหนียว แต่ทำอย่างไรให้อร่อยนี่คือจุดสำคัญ

ไผ่ : ที่ใช้ทำข้าวหลามไม่ใช่ว่าเป็นไม้ไผ่ก็จะทำได้ทุกชนิด จะมีบางชนิดเท่านั้นที่ใช้ทำข้าวหลามได้ดี แต่ข้อสังเกตุคือ ทุกจังหวัดทำข้าวหลามขายแต่ไม่มีไผ่ให้เห็น ไม่มีการปลูกไผ่ ไม่ส่งเสริมการปลูกไผ่ แต่ใช้ไม้ไผ่จำนวนมากมายมหาศาลต่อวัน ใช้แล้วก็กลายเป็นวัสดุไร้ค่า เป็นเพียงเศษไม้อย่างมากก็ทำเชื้อเพลิง แต่บ้านที่ไม่ใช้ฟืนหุงต้มก็จะทิ่งขว้างเป็นขยะต่อไปไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ชนิดของไผ่ที่เหมาะในการทำข้าวหลามสามารถ เรียงจากคุณภาพได้ดังนี้

1. ไผ่ข้าวหลาม : เป็นคุณสมบัติพิเศษ คือ ปล้องยาว 30 - 60 เซนติเมตร มีขนาดหลายแบบทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ และเยื่อไผ่ร่อนดีมาก ทำให้การปลอกออกจากลำไผ่ได้ดีมีทั้งความหอมได้รูปทรงของข้าวหลาม

2. ไผ่ป่า : เป็นไผ่พื้นเมืองที่ให้เยื่อดีมีอยู่ทั่วไป ลำต้นตรงข้อพองแต่เนื้อไม่หนา มีปล้องภายในประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 - 2.5 นิ้ว

3. ไผ่สีสุก : เป็นไผ่ขึ้นตรงลำยาวปล้องยาวและใหญ่แต่เยื่อไม่ค่อยร่อนแต่ก็สามารถใช้ได้

ข้าวสารเหนียว : เป็นข้าวเหนียวชนิดดี เมล็ดยาวเมื่อสุกมีความหวานอ่อนนุ่ม

มะพร้าว : ส่วนที่ใช้เป็นส่วนผสมโดยคั้นเป็นกะทิ จะต้องสะอาดไม่ปนเปื้อนให้มีเฉพาะเนื้อมะพร้าวที่ขาวสะอาดคั้นเป็นหัวกะทิ กรณีบ้านเราจะใช้ไม้ไผ่ป่าเป็นหลักลำหนึ่งใช้ได้ 10 ปล้อง

สูตรการทำข้าวหลาม

1. ข้าวเหนียวชนิดดำหรือขาว จำนวน 1 ถัง

2. น้ำตาลทราย จำนวน 4 กิโลกรัม

3. น้ำกะทิ จำนวน 10 กิโลกรัม

4. เกลือ จำนวน 2 - 3 ขีด

ข้าวหลามไส้สังขยาหรือไส้ถั่วดำ ไส้สังขยาจะใช้ไข่ กะทิ น้ำตาล ตีให้เข้ากันให้มีความข้นพอดี

วิธีทำ

1.นำเข้าเหนียวที่จะทำ นำไปแช่น้ำช่วงเวลาเย็น

2. ทำการคั้นกะทิไว้ควรคั้นสดในช่วงเช้าจะดี

3. รุ่งขึ้นตอนเช้าซาวข้าวเหนียวที่แช่ไว้นำมาใส่กะทิ น้ำตาล และเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน

4. นำข้าวเหนียวที่ผสมใส่ลงไปในกระบอกไม้ไผ่ที่ได้เตรียมไว้แล้ว ให้น้ำท่วมเมล็ดข้าวเหนียวให้เหลือพื้นที่ปากกระบอกไม้ไผ่ไว้ประมาณ 2 นิ้ว

5. นำไปเผาไฟโดยใช้ความร้อนปานกลางเผาให้สุกอย่าให้ไฟลุกจะทำให้ไหม้กระบอก ควรเป็นลักษณะไฟถ่าน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

6. ถ้าจะใส่ไส้สังขยาหรือถั่วดำให้เปิดจุกแล้วใช้ไม้สะอาดขนาดเท่านิ้วมือเราแทงลงไปตรงกลางข้าวหลามให้เป็นรูแล้วนำสังขยาเทใส่ ปิดฝาอุด แล้วนำไปเผาต่อให้สุกใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

7. เมื่อสุกแล้วยกลงปอกเปลือก กระบอกไม้ไผ่ออก จะได้ข้าวหลามรสสังขยาหรือถั่วดำ หรือแม้แต่ไส้อื่น ๆ ก็ทำได้เช่นกัน

ขอบคุณเจ้าของบทความ : 

http://www.kk.ru.ac.th/bamboo14.htm

 

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา