|

| 15 |
| 490 |
ไมโครโฟนสีดำขนาดกลางจ่อเข้าปากของมนัสพอดีกับช่วงกลางของริมฝีปาก เตรียมพร้อมจะออกเสียงตามสาย
เพื่อนๆ ชาวชลทีวิทยาที่รัก ต่อไปนี้พวกเราจะได้ฟังเสียงร้องเพลงเด็ดจากรุ่นพี่ชั้นมอหกของเราค่ะ เขาคือ นายมนัส สินทวีทรัพย์ ขอเชิญรับฟังได้เลยค่ะ
ผู้คนที่โรงอาหารเงียบเสียงไปชั่วขณะ
เอ๊ะ เจ้ามนัสจะร้องเพลง เป็นไปได้หรือ
อาจารย์ศิระซึ่งเป็นครูประจำชั้นแปลกใจหันไปคุยกับเพื่อนครู
จริงสิ เห็นเค้านั่งเงียบๆ ซึมๆ มาหลายวัน
อาจารย์ทรายแก้วที่สอนวิชาภาษาไทยเห็นด้วย และเคยคุยเปรยๆ กันว่าจะไปเยี่ยมบ้านเพื่อหาสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของมนัส ที่ชอบนั่งเซื่องซึม บางทีก็ฟุบหลับกับโต๊ะและขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ
แล้วเสียงร้องเพลงสดๆ ของนักเรียนรุ่นพี่หน้าซึมก็ดังกึกก้องกังวาน
.....มันก็ดีเหมือนกัน ให้ใจมันเจ็บซะบ้าง
มันจะได้เชื่อฟังไม่รักใครง่ายอีกแล้ว
มีหมดให้หมดเลยต้องซดน้ำแห้ว
อกหักเข้าแล้ว เจ็บไหมล่ะหัวใจ....
.............................................
จดจำไว้นะใจเจ้ากรรม ตอกและย้ำให้จำฝังใจ
ใส่โอ่งหินฝังดินเอาไว้ อย่ามักง่ายรักใครอีกเด้อ
คงอีกนานเหมือนกันหัวใจจะหายอักเสบ
ถึงจะเจ็บเจ็บเจ็บ อย่างไรก็ขอบใจเธอ
ที่ช่วยสั่งช่วยสอนหัวใจคนเซ่อ
พระคุณของเธอจะจดจำฝังใจจนตาย
โอ๊ะโอ้ละเด๋อ สะใจหัวใจมักง่าย...
เมื่อสิ้นเสียงเพลง เสียงปรบมือดังเกรียวกราวไปทั่วบริเวณโรงเรียนชลทีวิทยา
วันนี้มนัสได้รับเงินรางวัลเป็นการส่วนตัวจากครูประจำชั้น
โครม
กึกๆๆ....
เสียงรถชนดังสนั่นหวั่นไหวหน้าโรงเรียนชลทีวิทยาในเช้าวันรุ่งขึ้น ตำรวจจราจรหน้าโรงเรียนบอกว่ามีเด็กนักเรียนชายวิ่งข้ามถนนไปรับของอะไรอย่างหนึ่งจากคนแปลกหน้าที่ยืนรออยู่ฝั่งตรงข้าม
วันนี้ไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อนเรียนร่วมชั้น
มนัสถูกรถชนเสียชีวิต
หนึ่งปีผ่านไป
นิตยานักเรียนหญิงชั้นมอหก มาทำหน้าที่จัดรายการประจำสัปดาห์เหมือนเช่นเคย ใจของเธอคิดถึงใครคนหนึ่ง มือของเธอหยิบซีดีเพลงออกมาเปิดเพลงเสียงตามสาย นัยน์ตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างห้องประชาสัมพันธ์
.....มันก็ดีเหมือนกัน ให้ใจมันเจ็บซะบ้าง......
เสียงเพลงหัวใจมักง่ายเข้าไปสะกิดหัวใจของครูและนักเรียนชาวชลทีวิทยา
โรงเรียนเลิกแล้ว เด็กๆ ทยอยเดินเป็นแถวเรียงหนึ่งผ่านห้องประชาสัมพันธ์ที่นิตยามาทำหน้าที่อีกครั้งในช่วงเวลาเย็น
ภารโรงปิดประตูหน้าต่างอาคารเรียนเสร็จเรียบร้อย นิตยามองออกไปที่อาคารสองตรงข้ามกับห้องประชาสัมพัธ์ ที่ห้องชั้นบนเป็นห้องเรียนวิชาพุทธศาสน์ ประตูเหล็กปิดสนิท
ทันใดนั้น เธอก็ชำเลืองเห็นแสงไฟสีแดงวาบขึ้นมาบนโทรศัพท์ส่วนกลางที่วางอยู่ตรงหน้า
เธอแปลกใจและก้มลงไปดูใกล้ๆ ปรากฏเป็นแสงไฟ จากกล่องโทรศัพท์ที่เขียนบอกว่า ห้องพุทธศาสน์กับห้องประชาสัมพันธ์ขึ้นเป็นแสงไฟสีแดงพร้อมกัน เป็นสัญญลักษณ์ว่ามีคนโทรศัพท์โต้ตอบกันระหว่างห้องพุทธศาสน์กับห้องประชาสัมพันธ์
ทั้งๆ ที่ขณะนี้เธอยืนอยู่ห้องประชาสัมพันธ์ ไม่มีใครใช้โทรศัพท์เครื่องที่วางอยู่นี้ ส่วนห้องพุทธศาสน์ที่อยู่ชั้นบนอาคารสอง ประตูเหล็กก็ปิดสนิท
นิตยาดวงตาเบิกกว้าง เกิดอะไรขึ้นหรือนี่

| 15 |
| 490 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |