|

| 25 |
| 229 |
บทนำ
กลางหุบเขาลึกที่โอบล้อมด้วยหมอกควันแห่งเวทมนตร์ลี้ลับ ปรากฏเปลวเพลิงพวยพุงแดงฉานเป็นวาบเป็นพัก สายลมที่พัดฉวัดเฉวียนเหนือยอดเหลี่ยมเรียงรายดั่งเร่งเร้าให้ปลายเปลวลุกฮือบ้าคลั่ง สะเก็ดไฟแตกกระจายส่งเสียงปะทุอย่างต่อเนื่อง มันระเบิดตัวเองแล้วร่วงพรูสู่พื้นคล้ายดาวแตกดับ
ใช่แล้ว ดาวดวงหนึ่งแตกดับแล้วเพื่อโอบอุ้มชะตาดาวอีกจำนวนนับไม่ถ้วนให้ดำรงอยู่ บนพื้นคาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดสด ลานดินและแผ่นหินใหญ่สาดเปื้อนด้วยสีแดงเข้มน่าสะพรึงกลัว และบนแท่นหินกลางวงล้อมรั้วไม้ก็ฟุบไว้ด้วยร่างดับสูญของ 'แม่นางกณิการ์'
กลางหว่างอกทะลุเป็นรูใหญ่ เลือดไหลชโลมแท่นหินและนองขังแนบสีข้างของร่างไร้วิญญาณ แม่นางสละชีพเพื่อค้ำจุน 'คามดารกะ' ในกาลนี้ให้ยั่งยืนไปสู่กาลหน้า และเพื่อให้กาลหน้าสิ้นสูญ 'ซาตานวจา' อย่างถาวร
นักบวชนิรนามกำลังสวดมนต์ เบื้องหน้าคือบ่อเพลิงโชนฉาน มันกำลังลุกระอุแผ่ไอร้อนจัดและแผดแสงจ้าให้เห็นกรอบหน้าเหี่ยวย่นกับตาเรียวใหญ่ดำสนิท ทั้งคู่ที่เคลือบด้วยรังสีลี้ลับนั้นกำลังเพ่งเขม็งไปยังร่างดับสูญของแม่นางผู้เสียสละ พลางผงกศีรษะเนิบช้าเป็นเชิงสั่งชายฉกรรจ์หามแคร่สองคนให้เทร่างนั้นลงสู่บ่อเพลิง
ตาเรียวใหญ่ดำสนิทพริ้มลงบริกรรมคาถาด้วยเสียงงึมงำ ชายฉกรรจ์สองคนนั่งสำรวมและร่วมประสานบทสวดลี้ลับ ยังมีเด็กชายเด็กหญิงห่มหนังสัตว์คลุมกายหมั่นหย่อนไม้ไผ่คลุกร่างแม่นางในบ่อเพลิงอย่างต่อเนื่อง
พายุกระโชกมาหนักหน่วงเร่งเร้าให้เปลวเพลิงลุกโชนยาวนาน กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งขึ้นพร้อมกับสายฝนก็พร่างพรมลงมา แต่ก็น่าประหลาดที่เพลิงโชนในบ่อลึกกลับไม่หรี่มอด ตรงกันข้าม มันยิ่งปะทุบ้าคลั่งและแผดแสงจ้าไปทั่วผืนป่าอันวังเวง
กระทั่งเวลาผ่านไป บนท้องฟ้าเริ่มปรากฏความแปรปรวน ก้อนเมฆเคลื่อนย้ายสวนทาง บ้างประสานเป็นหนึ่งก้อนใหญ่แล้วไหลไปปะทะชนกับอีกก้อน บังเกิดรัศมีสีแดงก่ำทอดเป็นวงเรียวรีลงมาครอบคลุมบ่อเพลิง มันเคลื่อนเป็นวงกลมก่อนจะขับละอองสีรุ้งกระจัดกระจาย
นักบวชนิรนามพลันลืมตาและหยุดบริกรรมคาถา ตาเรียวใหญ่ดำสนิทปรายไปสั่งเด็กชายเด็กหญิงให้ยุติกวนศพ ทันทีที่เด็กชายเด็กหญิงถอยห่าง ชายฉกรรจ์อีกหกคนนุ่งห่มหนังสัตว์ก็เคลื่อนเข้ามาแทนที่ สี่ในหกลงไปในบ่อ ที่เหลือยืนประคองใบตองใหญ่คอยรองรับเถ้าธุลีทั้งหมดที่คนทั้งสี่จะตักขึ้นมาจากบ่อเพลิง
ดวงจันทร์เคลื่อนมาตรงศีรษะ น้ำค้างกลางหาวร่วงโรย เถ้าถ่านบนใบตองใหญ่ถูกนำไปวางเรียงโอบล้อมด้วยก้อนหินสีดำ ถัดไปด้านข้างคือเตาหลอมขนาดใหญ่และไฟกำลังลุกโชนได้ที่ เถ้าธุลีถูกโรยลงไปอย่างช้าๆ ไม่ยกเว้นแม้แต่เศษเส้นด้ายที่หลงเหลือจากอาภรณ์ เศษโลหะของเครื่องประดับและมวลอันน้อยนิดของเหล่ารัตนชาติ
เสียงมนตราดังก้องระงมขึ้นในขณะที่เถ้าซากทั้งหมดของแม่นางถูกหล่อหลอมอยู่ในเตาใหญ่ที่ร้อนไปด้วยเพลิงชุบชีวิต โอ.. ใช่แล้ว แม่นางกณิการ์กำลังจะกลับมาเพื่อสานภาระที่คั่งค้างให้สำเร็จลุล่วง แต่มันต้องใช้เวลาในการรอคอยอย่างยาวนาน นับแต่กาลนี้สู่ 'กาลหน้า'

| 25 |
| 229 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |