หน้าที่10 - นิยายแฟนตาซี 3-3 | วิชาการ.คอม
25
229

สาปกณิการ์

แรงทะเยอทะยานหมายครองความยิ่งใหญ่กลายเป็นชนวนที่จุดไฟแค้นข้ามกาลเวลา มันลุกโชนอยู่ในความมืดอันวังเวง พลังแผดเผาของมันถูกกักขังให้เกรี้ยวกราดดุร้ายอยู่ในบ่วงคำสาปของ 'แม่นางกณิการ์'
ผู้เขียน: งามชบา ชมแล้ว: 34,890 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 2 May 2012, 11:14 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 8 June 2012, 6:58 pm
อยู่ในส่วน:
สารบัญ
1-20 | 21-38

หน้า : 21 7
หน้า : 22 7-2
หน้า : 23 7-3
หน้า : 24 8
หน้า : 25 8-2
หน้า : 26 8-3
หน้า : 27 8-4
หน้า : 28 9
หน้า : 29 9-2
หน้า : 30 9-3
หน้า : 31 10
หน้า : 32 10-2
หน้า : 33 10-3
หน้า : 34 11
หน้า : 35 11-2
หน้า : 36 11-3
หน้า : 38 12
หน้า : 39 12-2

หน้าที่ 10 - 3-3

ประตูเลื่อนปิดดังปัง ทุกอย่างตรงหน้ามืดตื๋อ ธิสัยคืบคลานอยู่ในความมืด ตาแดงก่ำฉายแววสะพรึงกลัวและขาดสติ ใช่ สติเขาเตลิดไปไกลแล้ว มันไม่มีวันกู่กลับอีกแล้วกระมัง ภาษาชาวบ้านก็ต้องเรียกว่า 'วิปลาสโดยสิ้นเชิง'

เขาร้องเรียกภรรยาอย่างคลุ้มคลั่ง บางคราก็หัวเราะปนร้องไห้ ร่างเปื้อนเลือดและเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวกลิ่นเหม็นเน่าลุกล้มกลิ้งคลานไปตามประสาลนลานและจับทิศไม่ถูก มือสองข้างเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากแรงครูดกรีดของเศษปรักหักพักตามพื้น

"ผกา อยู่ไหนผกา คุณอยู่ไหน รีบออกมา เราจะหนีออกไปจากที่นี่ ผกา ผกา"

เขาร้องตะโกนเข้าไปในความมืดที่น่ากลัว ร้องไห้โฮไปพร้อมกับตะกายร่างไม่หยุดหย่อน แม่นางแพรร้องสั่งปวงผีทาสทั้งหลายออกมาสกัดเหยื่อ ปรากฏลำแสงกลมสีดำปนแดงลอยหนาแน่นเหนือลำตัวสกปรก มันประสานเสียงคำรามระงม พร้อมกับยื่นมือแห้งกรังออกมาจากลำแสงกลมนั้น แล้วมันก็มีมากมายจนเข้าข่าย 'ยั้วเยี้ย'

"ไม่ ออกไป ไม่ ไม่ ช่วยด้วย ช่วยด้วย"

ธิสัยแผดเสียงพลางเร่งกระเถิบถอยหนีอย่างลนลาน ตาเบิกถลนมองแพยั้วเยี้ยที่เคลื่อนคุกคาม เขารีบยกสองมือปัดป้องอย่างสิ้นหวัง แต่ด้วยสัญชาตญาณของคนที่ไม่อยากตาย เขาจึงต้องต่อสู้กับความหวาดกลัวสุดขีดนั้นอย่างสุดกำลัง กระทั่งศีรษะฟาดกับขอบแข็งบางอย่าง ซึ่งเขาก็มองไม่เห็นหรอกว่ามันคือขอบประตูทางเข้าโถงวิหารนั่นเอง

สองขาโดนยึดด้วยมือยั้วเยี้ยแน่นหนึบ ปวงผีค่อยๆ ลากย้อนกลับเข้าข้างในตามบัญชาของแม่นางแพร ธิสัยแผดเสียงไม่ยินยอมพร้อมกับเกร็งกำลังต้านทานแรงยุดยื้ออย่างสุดความสามารถ เขาคว้าชายผ้าม่านขาดวิ่นที่บังเอิญเหลือบไปเห็นเข้า แล้วจู่ๆ หน้าผีร้ายก็ยื่นมาอวดความน่าสะพรึงกลัว ทั้งรูพรุนน้ำเลือดน้ำหนองผุดพรูเป็นฝอยน้ำพุ ตาแดงถลนหลุดเหมือนลูกปิงปองร่วงแต่ก็ไม่หล่น เพราะโดนยึดไว้ด้วยใยเหนียวของน้ำเลือดน้ำหนอง

นั่นล่ะ วูบนั้นล่ะ ที่สติสัมปชัญญะต้องยอมแพ้อย่างราบคาบ ความตระหนกสุดขีดกระจายไปทั่วร่างบอบช้ำ อาการชารุนแรงแผ่ซ่านรวดเร็ว ธิสัยแผดเสียงโหยหวนยาวนานก่อนร่างจะกระตุกเฮือกขึ้นแล้วล้มหงายศีรษะฟาดพื้นแน่นิ่ง โอ.. จากนั้นไป เขาจะไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้วล่ะ

การหลับใหลอย่างไร้กำหนดเวลาทำให้เขาไม่ต้องรับรู้ว่าร่างที่กระตุกเฮือกอย่างหวาดกลัวสุดขีดนั้น บังเอิญถลันพ้นออกมาจากโถงวิหาร ปวงผีทาสไม่อาจล่วงล้ำออกไป มันจึงได้แต่ลอยวนเวียนหนาแน่นรอท่าว่าแม่นางแพรจะจัดการยังไงต่อไป

แน่นอน แม่นางแพรต้องจัดการเองอยู่แล้ว นางพลิ้วร่างผีออกไปอวดบรรยากาศวังเวง ณ รัตติกาลคล้อย ตั้งท่ากางเล็บถลึงตาหวังเจาะลำคอหรือไม่ก็ควักหัวใจเหยื่อหมดสติเพื่อดูดดึงวิญญาณให้ออกจากร่าง แต่ก็คงทำได้ยากแล้วล่ะ เพราะองครักษ์ศมะซึ่งมีกำลังและอำนาจนอกเขตวิหารวังย่อมไม่นิ่งดูดายให้เหยื่อต้องดับสูญ

ดวงวิญญาณในชุดสีเทาพลิ้วมาขวางมือยาวเน่าเฟะ ท่านแค่โบกมือเบาๆ ก็บังเกิดรัศมีสีขาวขุ่นกรีดเป็นเส้นคล้ายสายฟ้าปรากฏในยามพายุคะนอง มือเน่าข้างนั้นโดนฟันฉับขาดสะบั้นทันที นางผีร้ายกรีดร้องโหยหวนก่อนจะพลิ้วร่างหนีไปตั้งหลักหน้าประตู ร่างผีค่อยแปรเปลี่ยนเป็นสาวสง่าในชุดกระโปรงแดง เรือนผมยาวพลิ้วไหวตามแรงลมปีศาจ

"ท่านศมะ" นางคำรามอย่างไม่พอใจ

"เขาเป็นเหยื่อรายแรกในรอบหลายร้อยปีที่สามารถรักษาชีวิตกลับออกมา" องครักษ์ผู้สุขุมกล่าวเนิบ "ปล่อยเขาไปเถอะ เราขอ"

"ไม่ได้ มันทำงานให้เราไม่สำเร็จ มันไม่ยอมช่วยพี่เรา ทำให้.. "

"เขาช่วยไม่ได้ แม่นางก็รู้อยู่เต็มอก ไม่มีใครถอนคำสาปแม่นางกณิการ์ได้"

"ขอเพียงมีคนทำลายโซ่และแผ่นยันต์ได้ คำสาปก็จะหมดความขลัง"

"ไม่มีคนธรรมดาที่ไหนทำได้หรอกแม่นางแพร แม่นางอย่าหลับหูหลับตาช่วยพี่ชายก่อบาปนักเลย ตอนมีชีวิตอยู่ ซาตานวจาก็เข่นฆ่า.. "

"หุบปากของเจ้าไอ้องครักษ์ปลายแถว"

ซาตานวจาคำรามออกมาจากตัววิหารวัง คลื่นเสียงทรงพลังจนทำให้ทั่วบริเวณเกิดแรงสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหว ปวงผียั้วเยี้ยหายวับไปในทันทีด้วยความยำเกรง แม้แต่องครักษ์ศมะก็จำต้องถอยห่างไปสามก้าว แต่ก็ไม่ลืมผลักร่างหมดสติของธิสัยไถลลงจากเนินมาด้วย

"ท่าน"

"ไอ้นักรบสวะ"

สองเสียงประสานคำรามอย่างเดือดดาล ซาตานวจาเดือดดาลอยู่บนแท่นหินสูง มันเบิกตาถลนอาฆาตแค้น ยามหลุบมองโซ่คำสาปกับแผ่นยันต์ที่ร้อยรัดร่างแห้งกรังก็ยิ่งแผดเสียงพลุ่งพล่าน

ฝ่ายแม่นางแพรก็รุ่มร้อนใจว่าเหยื่อกลิ้งออกไปนอนแน่นิ่งบนพงหญ้า โดยมีรัศมีขาวขุ่นทั้งคมกริบและร้อนจัดขององครักษ์ศมะรายล้อมปกป้อง นางเป็นเพียงผีบาปตนหนึ่ง หากไม่จำเป็นก็ไม่อยากปะทะกับองครักษ์ใจซื่อตรงๆ เพราะต่อให้นางได้รับชัยชนะ แต่มันก็เป็นชัยชนะที่สะบักสะบอมเกินกว่าจะ 'ดีใจ'




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำไว้ตลอด

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ
25
229





งามชบา
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,934 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว



Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0429 seconds !