หน้าที่11 - นิยายแฟนตาซี 4 | วิชาการ.คอม
23
227

สาปกณิการ์

แรงทะเยอทะยานหมายครองความยิ่งใหญ่กลายเป็นชนวนที่จุดไฟแค้นข้ามกาลเวลา มันลุกโชนอยู่ในความมืดอันวังเวง พลังแผดเผาของมันถูกกักขังให้เกรี้ยวกราดดุร้ายอยู่ในบ่วงคำสาปของ 'แม่นางกณิการ์'
ผู้เขียน: งามชบา ชมแล้ว: 34,738 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 2 May 2012, 11:14 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 8 June 2012, 6:58 pm
อยู่ในส่วน:
สารบัญ
1-20 | 21-38

หน้า : 21 7
หน้า : 22 7-2
หน้า : 23 7-3
หน้า : 24 8
หน้า : 25 8-2
หน้า : 26 8-3
หน้า : 27 8-4
หน้า : 28 9
หน้า : 29 9-2
หน้า : 30 9-3
หน้า : 31 10
หน้า : 32 10-2
หน้า : 33 10-3
หน้า : 34 11
หน้า : 35 11-2
หน้า : 36 11-3
หน้า : 38 12
หน้า : 39 12-2

หน้าที่ 11 - 4

บทที่ 4

 

        ฤดีดิษถ์ย่นคิ้วนิ่วหน้าพร้อมกับลดมือลงทิ้งบนตัก โทรศัพท์มือถือมันเป็นของแปลกเหมือนคำตอบของผู้ใหญ่ทางโน้นนั่นล่ะ มันเป็นไปได้ยังไงที่ไม่มีใครทราบข่าวของมวลผกากับว่าที่เจ้าบ่าว เธออุตส่าห์เล่าไปแล้วนะว่าเกิดเหตุไม่สู้ดีขึ้น แต่ฝ่ายโน้นก็ยังยืนว่า 'ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย'

        "คิดมากไปเองหรือเปล่าล่ะ" ลายสือยกถ้วยกาแฟย้ายจากโต๊ะทำงานมาให้ เขานั่งข้างๆ มองตากังวลอย่างเข้าใจ

        "ไม่คิดมากหรอก ดิษถ์ได้ยินเสียงไอ้ผกามันร้องวี้ดๆ เลย ปกติมันไม่ค่อยตกใจอะไรง่ายๆ หรอก"

        "อาจเป็นนกบินตัดหน้ารถหรือเปล่า ดึกๆ แบบนั้น มันก็อาจจะทำให้ตกใจได้" ลายสือพยายามหาสาเหตุมาหันเห

        "ก็อาจเป็นได้" เธอยอมรับ แล้วก็เพิ่มเติมผลของสาเหตุอีกว่า "แล้วทีนี้ ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น เช่นว่าหักหลบไปชนอะไรสักอย่าง เสียงมันดังโครมครืดยังไงก็ไม่รู้ ชนอะไรก็ชนเถอะ ขออย่างเดียวอย่าตกเหว"

        ฤดีดิษถ์ไม่สนใจกาแฟ เธอย้อนกลับไปนั่งเท้าคางมองงานที่พร่องลง ห่วงเพื่อนก็ห่วง แต่งานก็ทิ้งไม่ได้ เธอต้องทำให้เสร็จภายในสามวันนี้ เสร็จปุ๊บจะออกเดินทางทันที

        "คุณโจ้มาขอพบค่ะ" เลขาของฤดีดิษถ์แวะเข้ามาบอกแล้วกลับออกไปเลย ก็งานมันเยอะ ทุกอย่างต้องเร็วหมด

        "มาทำไมอีก"

ลายสือพึมพำพลางหรี่ตาไม่ชอบใจ เขาดูออกและรู้ทันด้วยว่าแขกที่มาขอพบ มักจะพกงานมาบังหน้า แต่จริงๆ แล้วก็อยากมาจีบแฟนสาวของเขานั่นล่ะ

"อรุณสวัสดิ์ตอนใกล้เที่ยงครับสาวสวย"

'โชติชล' โผล่หน้าหล่อแบบหนุ่มฮ่องกงเข้ามาพร้อมกับประโยคทักทายร่าเริง นิสัยเขาก็เป็นอย่างนั้นนะ อ้อ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวหรอก พ่วงญาติห่างๆ มาด้วย ซึ่งในความรู้สึกของเขามันห่างมากเลย เพราะเพิ่งจะรู้จักได้ไม่กี่วันเอง

โชติชลเป็นหนุ่มหุ่นสูงมาก แต่คงเพราะไม่ชอบออกกำลังกาย ห่วงหล่อมากไป ความกำยำจึงดูจะด้อยกว่าลายสือหลายช่วงตัว แม้ว่าความหล่อจะแซงหน้าไปไกลกว่าก็เถอะ เขาเหมาะที่จะเป็นพระเอกหนังฮ่องกง โดยเฉพาะหนังกำลังภายใน เพราะหุ่นสูงโปร่งน่าจะสวมชุดจอมยุทธ์ได้เท่ดี

หนุ่มสาวครีเอทีฟรีบลุกขึ้นคล้ายเกรงใจคนที่เดินตามหลังหนุ่มหล่อมาดจอมยุทธ์เข้ามา มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นผู้ใหญ่ประหลาดๆ หน่อย แต่งตัวก็คล้ายชาวบ้านที่อาศัยตามยอดดอย ห้อยเครื่องรางเต็มคอ แหวนก็ครบสิบนิ้วเชียว ผมเผ้าก็ยาวปรกคอ ตาดำเรียวใหญ่ใต้คิ้วดำเข้มเป็นปื้น จมูกใหญ่แต่ไม่ค่อยโด่ง ปากก็ใหญ่แถมหนาด้วย เท่านั้นก็ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจแล้ว เจ้าตัวยังอุตส่าห์ปลูกหนวดดำเป็นกระจุกเหนือปากใหญ่เข้าไปอีก

"เอ้อ นี่ญาติห่างมาก" โชติชลลากเสียง 'มาก' ได้ยาวจนน่าขำ "ของผม"

"ค่ะ เชิญนั่งค่ะ"

ลายสือเบี่ยงตัวพร้อมกับผายมือผู้ใหญ่ แต่โชติชลกลับหาเรื่องตามประสาไม่กินเส้นกันในทีด้วยการกระแอมวางมาดแล้วเดินหน้าเชิดลอยเหมือนยั่วนำหน้าญาติผู้ใหญ่ไปก่อน

"เอ้อ ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน เด็กๆ ไปหาเครื่องดื่มร้อนๆ เย็นๆ มาต้อนรับดีไหม" หนุ่มหล่อเปรยไล่ลอยๆ สบตาเจาะจงลายสือล่ะ

"อย่าให้มันมากไป" ลายสือตอกกลับทันที แล้วชี้หน้าคล้ายกำราบ

"มีธุระอะไรคะ" ฤดีดิษถ์อารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่ก่อน จึงไม่อยากเสียเวลาไปกับการจิกกัดกันในทีของสองหนุ่ม

"อ้อ ก็ไม่ถึงกับเร่งนะ แต่ก็มีปัญหานิดหน่อย อ้อ นี่ๆ มาดูสิ"

หนุ่มมาดจอมยุทธ์เปิดโน้ตบุ๊กให้สาวครีเอทีฟรีบมานั่งดูอย่างสนใจ มันเป็นแบบแปลนของสำนักหมอดูที่มาว่าจ้างให้บริษัทช่วยออกแบบและตกแต่ง รวมโฆษณาแบบครบวงจรกันเลยทีเดียว ในส่วนงานของฤดีดิษถ์ก็คือแผนโฆษณาที่ใช้ตัวสำนักเป็นจุดขาย

"ทำไมหรือคะ" เธอถามเมื่อดูจนละเอียดแล้วพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ

"อาผม เอ้อ คนนี้ อ้อ จริงสิ ผมลืมแนะนำเสียสนิท จริงๆ แล้วเขาชื่อผจญนะ แต่ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่าหมอผา"

"หมอผา" คู่รักหนุ่มสาวอุทานทวนพร้อมเพรียง

'หมอผา' กำลังเพ่งตาดำเรียวใหญ่จ้องเขม็งเฉพาะวงหน้าผุดผาดของฤดีดิษถ์ เขาไม่ใช่หมอดูธรรมดาหรอก ในตัวเขามีของวิเศษลี้ลับมากมายที่ตกทอดมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัว ซึ่งยึดอาชีพหมอดูมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

อ้อ แต่จะว่าไปแล้ว รุ่นทวดๆ ขึ้นไปนี่ จะออกแนวนักบวชกันก่อน แล้วค่อยแตกแขนงเป็นหมอผีในเวลาต่อมา จึงไม่แปลกที่บรรดาเวทมนตร์ของขลังในครอบครัวนี้จะมีมากมายจนถึงขั้นเหลือเฟือ ส่วนลูกหลานก็เลือดข้นน่ายกย่อง เพราะทุกรุ่นสืบทอดคาถาอาคมได้อย่างฉมัง ซ้ำยังใช้ทำมาหากินเลี้ยงตัวมาจนถึงรุ่นล่าสุดซึ่งก็คือหมอผานี่ล่ะ

ดังนั้น จึงไม่มีอะไรน่าพิลึกพิลั่นอีกเช่นกัน หากเขาจะมองเห็นบางอย่างแทรกซ้อนเป็นเงาเลือนรางอยู่ในร่างของสาวครีเอทีฟ แต่เขาจะบอกเจ้าตัวดีไหมนะ เธอเป็นสาวสมัยใหม่นี่ จะยอมเชื่อหรือว่าในร่างของเธอมีบางอย่างแทรกปนอยู่ และน่าจะอยู่มานานเท่ากับชีวิตของเธอ หรืออาจต้องบอกไปเลยว่า 'เกิดมาพร้อมๆ กัน'

แล้วตอนนี้ เขาก็ไม่ได้จ้องมองสาวสมัยใหม่หรอกนะ หากแต่กำลังเพ่งเงานางพญาสง่างามคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดกระโปรงยาวกรอมเท้าสีขาวขลิบทอง คอแขนงดงามด้วยเครื่องประดับรัตนชาติ เรือนผมดำสนิทยาวสยายเป็นแพคลุมสะโพก และสิ่งที่บอกได้ว่าเงานั้นคือนางพญาผู้สูงส่ง ก็น่าจะเป็นดวงตาเรียวทรงอำนาจลี้ลับที่แฝงความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดในทีคู่นั้นนั่นเอง

"มีอะไรหรือเปล่าคะ" ฤดีดิษถ์ถามอย่างสงสัย ก็รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าโดนฝ่ายตรงข้ามจ้องเขม็งผิดสังเกต

"มี" หมอผาตอบตามตรง "ระหว่างนี้ คุณอย่าเดินทางไกล ตลอดหนึ่งเดือนนี้ ให้หาเวลานั่งสมาธิเพิ่มตบะตัวเองให้แข็งแกร่งเข้าไว้ ชะตา.. "

"ขอบคุณค่ะ ฉันขอรับความปรารถนาดีไว้ด้วยใจ คือบังเอิญว่าฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ไม่มีใครกำหนดชะตาชีวิตของใครได้ นอกจากเจ้าของชีวิตเอง แล้วฉันก็ไม่เคยเชื่อเลยว่าที่ฉันเป็นอยู่ทุกวันนี้เพราะฟ้าลิขิต"

"ใช่ คนอื่นๆ อาจจะเคลื่อนที่ไปตามแรงลิขิตของฟ้า แต่คุณก็แตกต่างจากคนเหล่านั้น เพราะพลังอำนาจในตัวคุณสามารถลิขิตชีวิตคนอื่นได้ แม้ไม่ให้ตายแต่ก็ไม่ให้เติบโตอีก"

"นี่คุณอาพูดเรื่องอะไรคะ เอ้อ คือฉันยอมรับว่าจำเป็นต้องเสียมารยาท ถ้าจะมาเพื่อคุยเรื่องเหลวไหลที่ฉันไม่เชื่อ คืองานฉันเยอะ แล้วฉันก็.. "

"เตรียมตัวเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิทใช่ไหม"

ฤดีดิษถ์ถอนใจเบาๆ เธอไม่ศรัทธาที่อีกฝ่ายดักคอถูกต้อง เพราะโชติชลก็ทราบเรื่องนี้ เขาอาจจะเล่าให้ญาติเขาฟัง ส่วนคุณหมอดูวัยหนุ่มใหญ่สักหน่อย ก็อาจจะร้อนวิชา อยากอวดบารมีและพลังอำนาจที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ามีจริงหรือปั้นแต่ง จึงทำทีปรามให้ดูว่าตัวเองน่าเชื่อถือ

"ที่นั่นล่ะ ที่คุณไม่ควรไป คุณต้องไม่ไป ถ้าคุณไม่เชื่อ ชะตาของคุณนับจากนี้ไปจะผกผันและอาจถึงแก่ชีวิตได้"

"อะไรนะ" ลายสือยืนกอดอกฟังเงียบๆ ก็พลอยคลายแขนสอดเสียงไม่ค่อยพอใจขึ้นมา "ถึงแก่ชีวิตเชียวหรือ คุณอากรุณาระวังคำพูดด้วยนะครับ เราสองคน.. "

"คุณสองคนเป็นคู่รักกัน วางแผนว่าจะแต่งงานกันในเร็วๆ นี้ แต่มันจะไม่เกิดขึ้น

ทันทีที่คู่รักเลิกคิ้วและแสดงความไม่พอใจพร้อมเพรียง หมอผาก็ถอนใจเบาๆ เขาทำใจไว้แล้วว่าหนุ่มสาวต้องไม่เชื่อถือเพราะหัวใหม่ด้วยกันทั้งคู่ แต่เขาเห็นลางหายนะมาเยือนทั้งสองแล้วจริงๆ แล้วลางหายนะที่ว่าก็มาในรูปแบบของ 'เลือดชโลมกาย'




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำไว้ตลอด

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ
23
227





งามชบา
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,926 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว



Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.032 seconds !