|

| 25 |
| 229 |
โชติชลพ่นลมหงุดหงิดเมื่อเดินมาเท้าสะเอวข้างรถบนลานจอด เขาหลิ่วตายียวนใส่หมอผา อีกฝ่ายก็แค่มองเฉยๆ ยังไม่รู้สึกอีกว่าเขาติเตียน ทำหน้าเหมือนทองไม่รู้ร้อน ต้องให้ด่าออกมาเป็นคำๆ หรือ ได้สิ เรื่องด่าหรือเรื่องพูดให้ชาวบ้านโมโหนี่เขาถนัดนักล่ะ
"เป็นยังไงล่ะ" เขาเริ่มเสียงรวนๆ หน่อย "พอใจหรือยัง ทำให้ผมพลอยเสียคะแนนไปด้วย รู้หรือเปล่าว่าคู่นั้นเขาวางแผนแต่งงานกันปีนี้ปีหน้าแล้ว แต่เพราะอา.. "
"ไม่ใช่เพราะอา เพราะฟ้าลิขิตต่างหาก แกน่ะไม่ใช่เนื้อคู่หนูคนนั้นหรอก"
"โอ้ อาพูดแบบนี้มาต่อยกันดีไหม เราเพิ่งรู้จักกันไม่ใช่หรือ ทำลืมๆ ว่าเป็นอาหลานห่างๆ ห่างมากกันก็ได้นะ"
หมอผาส่ายหน้าแล้วยิ้มเอ็นดู อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อาวุโสนักหนาหรอก ปีนี้อายุสี่สิบห้าเลยๆ ไปสักสิบกว่าวัน แต่ด้วยบุคลิกภายนอกหรือเปล่าที่ทำให้คนชอบมองว่าเขาแก่แล้ว แถมยังเป็นหมอดูหมอผี เครื่องทรงเครื่องรางบนตัวก็มีส่วนเหมือนกันนะ คนอื่นเห็นแล้วก็เกิดอาการยำเกรงไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้คลุกคลี ไม่ยกเว้นแม้แต่หลานชายห่างๆ คนนี้
"อย่าเพิ่งนักเลงเลย แกน่ะน่าจะดีใจด้วยซ้ำ ถ้าอาจะบอกว่าครั้งหนึ่งแกเคยเกี่ยวข้องกับหนูคนนั้น"
"เกี่ยวข้อง" หนุ่มหล่อมาดจอมยุทธ์คลายเสียงตึง แล้วเบิ่งตาสนใจจัง
"อืม เกี่ยวข้องกัน จึงต้องมาเจอกัน แต่ไม่ใช่เพื่อเป็นเนื้อคู่ แค่ว่าเป็นสะพานเชื่อมโยงให้อากับหนูคนนั้นเจอกันเพื่ออุปถัมภ์กันตามวาระ"
พ่อรูปหล่อตบหน้าผาก รู้สึกผะอืดผะอมกับวาจาพิลึกพิลั่นของคุณอาหมอผีเหลือเกิน ยิ่งฟังก็ยิ่งตื้อๆ เหมือนดิ่งหัวลงเหวยังไงก็ไม่รู้ ช่างเถอะ อยากพล่ามอะไรก็ตามใจ กลับบ้านดีกว่า
"โจ้" หมอผายึดต้นแขนหนุ่มหล่อ "เชื่ออาสักครั้งเถอะ หาทางดึงตัวหนูคนนั้นไว้ที่นี่ อย่าให้เธอเดินทาง.. "
"อา อย่ามั่วน่า" เขาปัดมือใหญ่ออก เสียงก็รำคาญเต็มที "ก็เห็นอยู่ว่าไม่มีใครเชื่อ ผมก็เตือนแต่แรกแล้วว่าเหนื่อยเปล่า นายลายสือน่ะยิ่งแล้วใหญ่ ไอ้หมอนั่นเชื่อเสียด้วยซ้ำว่าคนบนโลกนี้ต้องได้อพยพไปตั้งรกรากกันใหม่บนดาวอังคาร"
"เรื่องอนาคต.. "
"อา ก็แล้วไอ้เรื่องที่อาไปเตือนเขาสองคนน่ะ มันไม่ใช่เรื่องอนาคตหรอกหรือ อารู้ล่วงหน้านี่ว่าคุณดิษถ์จะไปเจออะไรที่นั่นใช่ไหม อาบอกว่าเลือดตกยางออก อาจมีภัยถึงแก่ชีวิต"
หมอผาถอนใจยาว เขาจำต้องขึ้นรถเมื่อหลานชายเปิดให้แกนๆ ระหว่างที่รถเคลื่อนไปหยุดไปบนถนนแออัดยวดยาน เขาหลับตาพาสมาธิไปชนกับนิมิตในความมืด มองเห็นยอดหลังคาของสำนักหมอดูปรากฏรัศมีรัตนชาติแพรวพราว มันซ้อนวงอยู่ใต้วงรุ้งที่แผ่รังสีคมเข้มกว่าอีกชั้น ใจกลางรัศมีสวยนั้น โดดเด่นงดงามด้วย 'กริชแม่นาง'
คัมภีร์ไสยเวทย์โบราณอันเป็นสมบัติตกทอดของครอบครัวบันทึกเรื่องราวของกริชเล่มนี้ไว้ด้วย หมอผาเม้มปากขณะเพ่งลึกเข้าไปจนเจออักษรสีดำหงิกงอทอดไปตามความยาวของคัมภีร์ ในนั้นบรรยายว่า
'นี่คือชีวิตของแม่นางที่รอวันฟื้นคืนอีกครั้งหลังจากกาลนี้ล่มสลาย หากแต่ภาระคั่งค้างยังเป็นอมตะตราบจนกว่ากาลหน้าจะมาเยือน แม่นางในกาลนั้นจะต้องพลีชีพอีกครั้งด้วยชีวิตนี้ เมื่อนั้นซาตานวจาจะดับสูญตลอดกาล'
หมอผาลืมตาขึ้นช้าๆ เพราะรู้สึกได้ว่ารถที่เคลื่อนไปด้วยความเร็วสม่ำเสมอชะลอลงจนเฉื่อยกระทั่งจอดนิ่ง สำนึกหมอดูปรากฏกลางสวนร่มรื่น สีทองอร่ามทั้งหลังสาดจ้ากลางเปลวแดด บนยอดหลังคาเรืองรองด้วยรัศมีงดงามที่คนทั่วไปมองไม่เห็น เขาเม้มปากสุขุม ตรึงสมาธิแน่วนิ่งยามที่สายตาตื่นเต้นปะทะเข้ากับวงหน้าผุดผาดของฤดีดิษถ์ซึ่งค่อยแทรกค่อยฉายคมชัดอยู่ในกริชแม่นาง
"เป็นอะไร มีอะไรน่าดูบนหลังคาหรือยังไง ผีสักตน หรือว่า.. "
"ขอบใจแกมากนะโจ้" หมอผาถอนหายใจพลางตัดบทเสียงยียวนของอีกฝ่าย "ถ้าไม่ได้แก อาคงพลาดที่จะทำหน้าที่ลูกหลานที่ดีของครอบครัวแน่ๆ "
"อีกแล้ว" โชติชลเกาหัวรำคาญ "ขอร้องได้ไหม หัดพูดอะไรให้มันฟังเข้าใจง่ายหน่อย ผมเป็นหนุ่มหล่อยุคอินเทอร์เน็ตนะครับ ไม่ใช่ยุคอู่ทองสุโขทัย"
"แล้วสักวันหนึ่ง แกจะเข้าใจโดยที่อาไม่ต้องอธิบาย"
"เมื่อไหร่"
"ถ้าถามใจอาตรงๆ อาก็จะบอกว่าไม่ต้องการให้เมื่อไหร่ของแกมาถึงหรือเกิดขึ้นเลย"
"โอ๊ย" พ่อรูปหล่อครางแล้วตบหน้าผากระอา ก่อนจะโบกมือไล่ "ไปๆ รีบลงไปเถอะ ผมจะรีบไปหาสาวๆ ต้องมีใครสักคนช่วยให้ผมหายหัวมึนหน้าม้วนได้แน่ๆ "
หมอผาคนเก่งหัวเราะในลำคอ เข้าใจความหมายตลกๆ ของพ่อหลานชายแจ่มแจ้ง กลางวันแสกๆ แต่กลับหมกมุ่นกับเรื่องกามเรื่องใคร่ เฮ้อ ว่างมากก็ไม่ดีแบบนี้เอง
"เดี๋ยวก่อน อายังมีอีกเรื่อง" แม้จะรู้ว่าโดนไล่เพราะรำคาญ แต่ก็ขอทำหน้าที่ตัวเองให้เรียบร้อยก่อน
"โอ๊ย มากเรื่องนัก ระวังอาจะมีเรื่องกับผมนะ" โชติชลกระแทกเสียงใส่ หน้าหล่อเริ่มหงิก
"หนูคนนั้นจะเดินทางเมื่อไหร่"
"น่าจะวันเสาร์นี่แหละ ถามทำไม อย่าบอกว่าจะไปยืนขวางหน้าบ้านเขานะ"
"ก็ถ้าทำแล้วมันจะช่วยหนูคนนั้นไว้ได้ อาก็จะทำ แกก็ต้องทำ เพราะแกเองก็เกิดมาเพื่อภาระนี้"
"โอ้ เรากำลังคุยกันเรื่องอดีตชาติหรือ ให้ตายสิ ไปเถอะ ผมไหว้ก็ได้ รีบลงๆ ไปเสียที จะอ้วกอยู่แล้ว"
พ่อรูปหล่อมาดจอมยุทธ์แค้นใจเหลือเกิน ไม่น่าเป็นคนนิสัยดี อะไรก็ได้ อารมณ์รื่นตลอดศก ผู้ใหญ่ถึงได้ยัดเยียดคุณอาหมอผีคนนี้มาให้ดูแล แถมยังมีปลอบๆ ให้กำลังใจทิ้งท้ายกันอีกด้วยว่า 'น่า หลับหูหลับตาไม่กี่วันเอง คนมันเคยอยู่แต่บ้านนอก ทนเมืองกรุงได้ไม่นานหรอก'
แต่แหม พอเห็นว่าคุณอาเจ้าปัญหาลงไปเดินกลางแดดด้วยท่าเดียวดาย ใจก็อ่อนๆ ยังไงก็ไม่รู้ สงสารว่าเพราะเป็นคนแปลก วิถีชีวิตที่หมกมุ่นอยู่กับไสยเวทย์ตามรอยครอบครัวทำให้ไม่ค่อยมีเครือญาติอยากคบค้าด้วยนัก ไม่อย่างนั้นจะถูกจัดให้เป็นญาติห่างมากได้ยังไง
แล้วเท่าที่รู้ เจ้าตัวก็คุ้นเคยกับการท่องไปในไพรกว้างจริงเสียด้วย นานทีถึงจะเข้าเมืองมาเจอของสวยของงาม แล้วที่มาก็ไม่ใช่ว่าอยากมา แต่เป็นเพราะถูกรบเร้าไหว้วานให้มาช่วยดูสำนักหมอดูของหลานอีกคน ซึ่งก็คือที่นี่แหละ
ส่วนนายหมอดูคนนั้นน่ะหรือ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ญาติๆ เขาอีกนั่นแหละ เคยเจอหน้ากันสองสามครั้ง หล่อมาก ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นสาวๆ แล้วไอ้สำนักหลังนี้ก็เถอะ เชื่อสิ พอเปิดทำการเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อไหร่ กล้าทำนายเองล่วงหน้าได้เลยว่า 'ผู้หญิงตรึม'

| 25 |
| 229 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |