|

| 25 |
| 229 |
บทที่ 5
คัมภีร์ไสยเวทย์โบราณบอกกล่าวถึงเมืองใหญ่ที่คนในยุคนั้นขานนามว่าคามดารกะ ดินแดนอัศจรรย์ที่ซ่อนและสุมบรรดารัตนชาติทั่วทุกอณูที่ได้ชื่อว่าหินดินทราย เป็นดินแดนที่มั่งคั่งไปด้วยวัตถุและผู้คนที่หนาแน่น เป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งและไม่มีวี่แววว่าจะล่มสลายได้
แต่บนโลกใบนี้ไม่เคยมีสิ่งใดจีรัง นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข อาณาจักรที่เคยแข็งแกร่งก็เปรียบเสมือนดวงดาวที่โคจรไปหยุดสาดแสงเจิดจรัส ณ กลางหาวโดดเด่น ครั้นพอเคลื่อนห่างจากจุดนั้น แสงเจิดจรัสก็ค่อยหรี่หมอง กระทั่งดับสิ้นและเลือนหายไปจากวงโคจรโดยอัตโนมัติ เพื่อหลีกทางให้ดาวดวงใหม่เคลื่อนไปแทนที่ตำแหน่งนั้น มันจะเป็นเช่นนี้วนเวียนเป็นวัฏจักร
หมอผาเงยหน้าขึ้นจากคัมภีร์สีดำบนโต๊ะไม้ เขาเคยอ่านเรื่องราวของคามดารกะอย่างผ่านๆ เพราะคิดเพียงว่าตำนานที่จบไปแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจ และตัวเขาก็มีหน้าที่ชะลอชะตาที่พอทำได้ จึงหมั่นศึกษาวิถีทำนายดวงดีดวงร้ายของชาวบ้าน รับทอดไสยเวทย์มาเป็นบางบท ก็เพื่อคุ้มครองกายไม่ให้สิ่งเร้นที่เหนือธรรมชาติกล้ำกรายคุกคามก็เท่านั้น
เพิ่งจะคราวนี้แหละที่หันกลับมาใส่ใจจริงจังกับเมืองใหญ่ที่ล่มหายตายจากไปนานเป็นร้อยๆ ปี เพราะใครหรือ เพราะฤดีดิษถ์ สาวครีเอทีฟผู้ยโสใช่ไหม เธอไม่เชื่อเรื่องลี้ลับพวกนี้หรอก ชาติก่อนชาตินี้ชาติหน้าก็อาจจะกลายเป็นเรื่องเหลวไหลที่เธอไม่เคยชายตาแล แล้วถ้ามีใครไปพูดให้ฟัง เธอก็จะตัดบทไปว่า 'ไร้สาระ'
"ก็มันจริงนี่ครับ" โชติชลสำทับเมื่อฟังคุณอาหมอผีเปรยจบลงพร้อมกับเก็บคัมภีร์สีน่ากลัวลงกล่องไม้ไปด้วย
"ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปทั้งนั้นแหละนายโจ้ แกนึกว่าอยู่ดีๆ แกก็เกิดมาเป็นตัวเป็นตนเลยหรือ"
"ไม่หรอก ผมรู้ว่าผมเกิดมาได้ยังไง ทุกวันนี้ผมก็ทำเป็นนะ"
หมอผาส่ายหน้า วาจาห่ามแบบนั้น เขาไม่ชอบฟังหรอก ที่โทรเรียกมาพบในบ่ายวันนี้ก็ไม่ใช่เพื่อฟังเรื่องเฉียดกามลงเตียงของพ่อหนุ่ม
"อย่ามัวแต่พล่าม บอกความเคลื่อนไหวของหนูคนนั้นมาเถอะ"
"เตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้ ขับรถไปเองด้วยนะ ไปกับแฟนเขานั่นแหละ"
"ไม่มีวิธียับยั้งเธอได้เลยหรือ" หมอผาขมวดคิ้วรำพึง
"มันไม่มีอะไรหรอกอา ผมว่าอาเพ้อเจ้อไปจริงๆ อ้อ เมื่อกี้นี้บอกว่าทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไปไม่ใช่หรือ ถ้าอาอยากให้คุณดิษถ์เชื่อละก็ อาต้องไปคุยที่มาที่ไปให้เธอฟังก่อน"
หมอผาผงกศีรษะเนิบๆ โชติชลพูดมีเหตุผลนั่นล่ะ แต่เขายังไม่แน่ใจในบางอย่างจึงไม่กล้าบุ่มบ่าม เขาแค่เห็นว่าในร่างของฤดีดิษถ์แทรกซ้อนด้วยร่างของนางพญาน่าเกรงขาม แล้วเขาก็เดาว่าร่างนั้นคือแม่นางกณิการ์ ซึ่งมันก็อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้นี่ ขืนไปบอกสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าใช่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ใช่ มันจะกลายเป็นลามปามบารมีแม่นางไปเสียเปล่าๆ
"จะคุยให้ผมฟังก่อนก็ได้นะ คืออย่างนี้" หนุ่มหล่อมาดจอมยุทธ์ลุกจากเก้าอี้ตัวที่นั่งมาทรุดแหมะบนพื้น "เราสองคนเพิ่งจะรู้จักกัน เพิ่งจะรู้ว่าเป็นญาติกัน แต่ห่างๆ นะ" ท่อนนี้เขาจบด้วยเสียงหัวเราะขำๆ "อาจึงยังไม่รู้ว่าผมนี่นะ วาทศิลป์เป็นเยี่ยม"
"หมายความว่าถ้าแกเชื่อ แกก็สามารถโน้มน้าวให้หนูคนนั้นเชื่อตามแกได้ละสิ"
"ผมมีความมั่นใจว่าทำได้เกินเจ็ดในสิบส่วน"
หมอผาถอนใจยาว หลุบตาเพ่งคัมภีร์โบราณในกล่องไม้ที่ยังไม่ปิดฝาคล้ายชั่งใจหรือใคร่ครวญ โชติชลก็เป็นหนุ่มยุคใหม่นี่นะ หากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบแล้ว ก็ไม่มีใครรับประกันว่าเขาจะเชื่อหมดใจ
"เล่ามาเถอะน่า อย่างน้อยมันก็เป็นทางเลือกทางเดียวที่อามีนา ถ้าผมเชื่อ ก่อนถึงวันพรุ่งนี้ ผมก็อาจจะมีหาวิธียับยั้งการเดินทางของดิษถ์ได้"
"แล้วถ้าแกไม่เชื่อ"
"เอ้า อานี่ยังไง เมื่อกี้นี้ผมก็บอกอยู่ว่ามันเป็นทางเลือกทางเดียวที่อามีไง"
"แล้ว.. "
"อ้อ วันก่อนอายังบอกเลยว่าผมเป็นผู้ช่วยไม่ใช่หรือ จะให้ผมช่วย มันก็ต้องให้ผมรู้ที่มาที่ไปก่อน ผมน่ะหล่อด้วยฉลาดด้วยนะจะบอกให้ ไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าโดยไม่รู้ข้อมูลหรอก"
หนุ่มหล่อด้วยฉลาดด้วยขยันแทรกความคิดขัดแย้งของญาติห่างๆ แบบไม่ให้เว้นวรรค ฝ่ายโน้นจึงได้แต่อ้าปากแล้วค้างปนๆ กับถอนใจยาว สีหน้าก็ดูว่าหนักใจชะมัด เขาก็ไม่เข้าใจว่าจะหนักใจอะไรและทำไม แค่เล่าให้เขาฟัง มันไม่ได้ทำให้ตำนานสึกหรอลงสักหน่อย เอ.. แต่หยิบคัมภีร์ออกมากางแล้วนี่ ตัดสินใจว่าจะเล่าแล้วละสิ เอ้า เล่ามาเถอะ รอฟังอยู่

| 25 |
| 229 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |