หน้าที่20 - นิยายแฟนตาซี 6-4 | วิชาการ.คอม
25
229

สาปกณิการ์

แรงทะเยอทะยานหมายครองความยิ่งใหญ่กลายเป็นชนวนที่จุดไฟแค้นข้ามกาลเวลา มันลุกโชนอยู่ในความมืดอันวังเวง พลังแผดเผาของมันถูกกักขังให้เกรี้ยวกราดดุร้ายอยู่ในบ่วงคำสาปของ 'แม่นางกณิการ์'
ผู้เขียน: งามชบา ชมแล้ว: 34,894 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 2 May 2012, 11:14 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 8 June 2012, 6:58 pm
อยู่ในส่วน:
สารบัญ
1-20 | 21-38

หน้า : 21 7
หน้า : 22 7-2
หน้า : 23 7-3
หน้า : 24 8
หน้า : 25 8-2
หน้า : 26 8-3
หน้า : 27 8-4
หน้า : 28 9
หน้า : 29 9-2
หน้า : 30 9-3
หน้า : 31 10
หน้า : 32 10-2
หน้า : 33 10-3
หน้า : 34 11
หน้า : 35 11-2
หน้า : 36 11-3
หน้า : 38 12
หน้า : 39 12-2

หน้าที่ 20 - 6-4

ความเงียบปกคลุมไปทั่วโถงเล็กในสำนักหมอดู อดีตปิดฉากลงพร้อมกับเสียงถอนใจยาวของหมอผา เขายิ้มบางใส่แสงตาเฉื่อยๆ ของคุณหลาน นึกขอบใจว่าอีกฝ่ายตั้งใจฟังเป็นอย่างดีไม่มีขัดมีทัก แต่ส่วนว่าจะเชื่อเต็มร้อยหรือเปล่า อันนี้เขาก็ไม่กล้าปักใจ

"แล้วหุบเหวตรงนั้นก็กลายเป็นเทือกเขาใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ เขียวชอุ่มไปด้วยหมู่ไม้นับชนิดไม่ถ้วนในกาลต่อมา"

"อ้าว สรุปแล้วหรือ จบแค่นี้เองหรือ"

"ยังไม่จบ แต่เหนื่อย รินน้ำมาให้ดื่มหน่อยซิ"

โชติชลขึงตาหมั่นไส้ กำลังฟังเพลินเชียว จู่ๆ คนเล่าก็สรุปเอาดื้อๆ แต่ก็ยังลุกกุลีกุจอเต็มใจล่ะ ขณะรินน้ำใส่แก้ว หูก็ฟังคุณอาหมอบรรยายสรุปเพิ่มเติมอีกนิดว่า

"แล้วชาวบ้านในยุคต่อมาก็ได้อาศัยที่ทางตรงนั้นปักหลักตั้งรกราก ก่อเกิดชุมชนใหม่ แม่น้ำสายใหม่ หุบเขาใหม่"

"มันเป็นอานุภาพอาคมสยบสมิงอะไรนั่นใช่ไหมครับ" หนุ่มหล่อมาดจอมยุทธ์ซัก พลางวางแก้วน้ำเย็นลงตรงหน้า

"ก็คงจะเป็นอย่างนั้นนะ" หมอผาเปรยตอบ ดื่มน้ำไปสองสามอึก แล้วขยายความอีกนิด "มันจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ล่ะ แต่เอาเป็นว่าในที่สุดที่ทางตรงนั้นก็ทอดขยายไปเรื่อยกระทั่งบรรจบกับคามดารกะในยุคของแม่นางกณิการ์"

"แม่นางกณิการ์" หนุ่มหล่อทวนเสียงทุ้มปนทะเล้น "คนนี้ละสินางเอกของเรื่องใช่ไหม"

หมอผาหัวเราะฉุนๆ จะมานางเอกอะไรกัน มันเป็นเรื่องเศร้าของยุคที่โดนคนเลวแทรกตัวเข้ามาปะปน ทำให้ยุคที่เคยถูกแซ่ซ้องยำเกรงกลายเป็นยุคเสื่อม โทรม ทรุด กระทั่งล่มสลายไปพร้อมกับบางอย่างที่ยัง 'ค้างข้อง'

"แต่ถึงยังไง ผมก็อดชื่นชมแม่นางอชินีไม่ได้นะ" โชติชลสารภาพความรู้สึก "ผมว่าเธอคงเจ็บปวดมากตั้งแต่รู้ว่าตัวเองต้องตายในอีกสามเดือนข้างหน้า แต่เธอเก่งมาก ไม่ปริปากบอก ไม่แสดงออกให้รู้ ไม่มีใครระแคะระคายเลย"

"ฮื่อ"

"แล้วผมก็คิดว่าที่เธอพลาดท่าเสือสมิงจนต้องพลอยตายไปด้วย ไม่ใช่เพราะว่าเธอเก่งน้อยกว่า แต่มันเกิดจากความห่วงหาครอบครัว เธอพะวงถึงสามีถึงลูกที่ยังเล็ก สมาธิเลยรวน ทำให้เสือสมิงฉวยโอกาส ไม่แน่จริงเลย" ตอนท้ายก็ด่านิดหน่อย

"เอ้า แล้วฟังตั้งนาน ยังไม่รู้อีกหรือว่าสมิงพรายไพรเป็นเดรัจฉาน มันไม่รู้จักคำว่าแน่จริงแน่เทียมหรอก เวลาที่มันต่อสู้กับศัตรู เป้าหมายเดียวของมันก็คือทำยังไงก็ได้ให้ชนะแล้วเหยื่อตาย"

"นั่นสิครับ แล้วตอนที่แม่นางอชินีร่วงลงไปตาย ผมก็คิดว่าผมเข้าใจความรู้สึกเธอนะ มันต้องเป็นความเจ็บปวดที่บีบหัวใจยิ่งกว่าความตายมากเลย"

ใช่ ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาหรอก สัญชาตญาณของมารดานั่นล่ะ ที่ยืนยันได้แน่นอนว่าในขณะที่ร่างของแม่นางอชินีดำดิ่งลงสู่หุบเหวดับสูญ ในวูบสุดท้ายของมารดา ก็คงไม่มีเรื่องใดให้ข้องค้างอาลัยอาวรณ์ได้มากไปกว่า 'ลูกน้อย'




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำไว้ตลอด

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ
25
229





งามชบา
()

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,934 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว



Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0278 seconds !