|

| 24 |
| 228 |
บทที่ 7
แม่นางแพรคือผู้ถูกเลือกให้เข้ารับตำแหน่งชายาใหม่แห่งเจ้าฟ้าจ่างในอีกเจ็ดปีต่อมา และเป็นปีที่แม่นางกณิการ์สวยสะพรั่งด้วยวัยสิบสี่ย่าง ยิ่งเติบโตก็ยิ่งถอดแบบห้าวหาญเก่งกล้ามาจากมารดา ชำนาญการใช้มีดสั้นทวนหอกดาบ การต่อสู้หมัดมวยก็แคล่วคล่อง ควบขี่ม้าจะเชื่องหรือพยศก็ฮึกเหิมหาญกล้า อาภรณ์โปรดคือชุดสีเทาทะมัดทะแมง และเป็นที่เจนตาของปวงประชาทั่วคามดารกะ
แม่นางแพรลอบริษยาชิงชังแม่นางน้องนักหนา เพราะตระหนักว่าบงการให้อยู่ใต้อาณัติได้ยากกว่าแม่นางพี่จงอร รายนั้นอ่อนโยนและอ่อนแอ ใส่ใจงานเย็บปักถักร้อยและปรุงโฉมให้สวยสมวัยยี่สิบต้นๆ เจ้าฟ้าจ่างกำลังเล็งหาสามีที่คู่ควรให้แม่นางอย่างขะมักเขม้นอีกด้วย
"จะหาไปทำไม พี่ก็ยังอยู่ทั้งคน จะมีชายใดคู่ควรกับแม่นางจงอรได้เท่าพี่หรือแม่นางแพร"
"น้องก็ว่าอย่างนั้น แต่เจ้าพี่ก็ดึงดันนัก ไม่ยอมโอนอ่อนตามเสียงน้องรบเร้าเลย แล้วจะให้น้องทำยังไงเล่า"
"ทำยังไงเล่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องพ้องกลสิเจ้า พี่ปรารถนาแม่นางน้อยมาเคียงหมอน ชายใดทั่วคามก็อย่าได้หมายมาแข่งรัศมีเขยเจ้าฟ้า"
วจาช่างตีดาบกล่าวทะเยอทะยาน ด้วยหลงเหลิงไปว่าได้ยกระดับจากช่างคนยากเป็นเชื้อเป็นวงศ์แห่งเจ้าฟ้าจ่าง อาศัยบารมีชายาข่มเหงผู้น้อยไปทั่ว สาวใช้ใกล้ตัวหากงดงามพอให้ไฟระคะปะทุ ก็มักใช้กำลังบังคับย่ำยีจนหมดค่าแล้วผลักไสลงไปเป็นนางก้นครัว หรือไม่ก็ส่งไปกวนเหล็กกวนเถ้าในโรงตีดาบ ห่างไกลคามและรอดหูรอดตาเจ้าฟ้าจ่าง
ร่างสูงใหญ่กำยำซ่อนใต้อาภรณ์สีดำขลิบทอง เข็มขัดหนังสัตว์ตอกตรึงโลหะชุบเงินทองล้ำค่าคาดเอวหนาดูทะมัดทะแมงดั่งชายชาตินักรบ หรือไม่อีกทีก็ดูคล้ายคหบดีพ่อค้าที่เนืองนองด้วยทรัพย์สมบัติ เพราะทั่งตัวก็ประดับรกด้วยสายสร้อยวงแหวน ทั้งหมดล้วนทำขึ้นจากรัตนชาติอันหาได้ทุกซอกทุกมุมทั่วคามดารกะ
"พักนี้สาวใช้เริ่มส่งเสียงร้องเรียนบ้างแล้ว น้องอยากเตือนให้พี่เพลาๆ ลงบ้างเถอะ เรื่องฉุดคร่านางๆ พวกนั้นมาข่มเหงแล้วผลักไสเมื่อหมดค่า หากความมันลอยเข้าหูเจ้าพี่เจ้าฟ้าเข้า น้องเกรงว่าจะปกป้องไม่ถนัด"
"ก็เพราะอำนาจของเจ้ามันยังน้อยนัก ยิ่งเมื่อเปรียบกับแม่นางน้อยจอมยโส เจ้ายิ่งไม่มีอะไรให้ชาวคามยำเกรงสักนิด ตราบใดที่แม่นางกณิการ์ยังอวดความห้าวหาญเป็นฐานแห่งอำนาจ เจ้าก็อย่าได้หมายว่าจะครอบครองคามดารกะแต่ผู้เดียวดั่งที่แอบฝัน"
แทนที่จะเป็นฝ่ายเตือนพี่ชายให้สงบอารมณ์กามลงสักพัก กลายเป็นว่าตนต้องมาฟังพี่ชายซ้ำเติมความชอกช้ำในทรวงเสียนี่ แม่นางแพรกัดปากไม่พอใจ ร่างอรชรในอาภรณ์สีแดงเลือดนกอันโปรดปรานย้ายฉับๆ ไปหยุดตรงหน้าต่างบานใหญ่ มองลงไปเห็นแม่นางคู่อริกำลังรำดาบด้วยท่วงท่าสง่าแกมดุดัน
กระทั่งปลายดาบอันแหลมคมและวาววับนั้นชี้พุ่งขึ้นมากระทบแววริษยากะทันหัน แม่นางแพรสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจบ่ายแววชั่วได้ทันท่วงที แม่นางจึงต้องประสานแสงตาทรงอำนาจของแม่นางหน่อเนื้อเข้าอย่างจัง แม้ตระหนักว่ายิ้มที่หยิบยื่นมันแลเจื่อนไม่บริสุทธิ์จากใจ แต่แม่นางชายาก็จำเป็นต้องฝืนกันหน่อย
"แดดยามเที่ยงร้อนนักแม่นาง หยุดพักก่อนดีไหม พี่จะสั่งเด็กให้ยกของว่างไปให้ในศาลา" ชายาใจริษยาร้องตะโกนลงไปดั่งว่าปรารถนาดีนักหนา
"ไม่เป็นไร เราคุ้นเคยกับแสงแดดดีอยู่แล้ว ผิวของเราไม่ได้บางเปราะเหมือนเจ้าพี่จงอรหรือชายาเจ้าฟ้าหรอกนะ"
เสียงสดใสของแม่นางกณิการ์ลอยขึ้นมากระทบโสตชังของวจาช่างตีดาบ ร่างกำยำรีบทิ้งอิริยาบถนอนสบาย ลุกมาหยุดยืนข้างน้องสาว ทอดสายตากรุ้มกริ่มลงโลมไล้ทรวดทรงอรชรแกมปราดเปรียวกลางลานฝึก ไม่ยี่หระกับแสงวาววับของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย อึดใจเดียว แม่นางน้อยจอมยโสก็เมินหน้า หันกลับไปทุ่มสมาธิกับการฝึกปรือรำดาบอีกครั้ง
"ยโสไปเถอะ สักวันหนึ่งหรอก ข้าจะให้เจ้าสยบอยู่ใต้เพศบุรุษอันเกรียงไกร"
"พี่" ชายาใหม่ปรายตาปรามให้ระวังคำพูด
"เจ้าก็คอยดูไปเถอะแม่น้องนาง" วจายืนยันด้วยเสียงกำแหง "ลำพังตำแหน่งชายาที่เจ้าครองอยู่ มันไม่ได้ตรึงหลักปักเสาในกาลหน้าแก่เราสองพี่น้องไม่ใช่หรือ"
"น้องว่า.. "
"สักวันเถอะน้องพี่ เจ้าฟ้าจ่างก็อาจเบื่อหน่ายและคลายรสรักในตัวเจ้า เมื่อถึงเวลานั้น ก็ต้องเฟ้นหาชายากันใหม่ แล้วเราสองก็จะตกอับถอยกลับไปใช้ชีวิตหยาบกร้านในโรงตีดาบดังเดิม"
"น้องจะไม่ให้เหตุการณ์อัปมงคลเช่นนั้นเกิดขึ้นกับเรา"
"ใช่ เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำลายกาลหน้าอันแร้นแค้นที่เราเคยเกลือกกลั้วมาแล้ว ดังนั้น พี่จึงต้องสร้างอำนาจของเราสองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
"เราจะทำยังไงหรือ"
"เราทำไปแล้วต่างหาก" พี่ชายแค่นยิ้มชั่วช้า "ตัวน้องเป็นชายาแห่งเจ้าฟ้าแล้วไม่ใช่หรือ ต่อไปพี่ก็จะหาทางยกตัวเองเป็นเขย ไม่ว่าจะเขยพี่เขยน้อง หรือจะพร้อมเพรียงได้ก็จะยิ่งล้ำเลิศนัก"
แม่นางแพรผุดยิ้มเย็น เกิดความสาแกใจไปล่วงหน้ายามนึกภาพเพลี่ยงพล้ำหมดค่าของแม่นางกณิการ์ หน่อเนื้อคนน้องฉลาดปราดเปรื่องเกินตัว เก่งกล้าสามารถเกินวัย ห้าวหาญและเปี่ยมล้นด้วยพลังอำนาจเกินหญิง หากไม่เร่งหาทางกำจัด รอให้เติบใหญ่ไป ก็คงไม่แคล้วต้องได้ยกตนเป็นเจ้าฟ้าผู้ครองคามแทนที่เจ้าพ่อเป็นแน่
แล้วเมื่อเวลานั้นมาถึงจริงๆ ชายากับพี่ชายที่แม่นางไม่เคยโปรดปรานในสายตามาแต่แรกก็จะอับปางวาสนา ดีไม่ดีก็อาจโดนถอดถอนตำแหน่งแล้วผลักไสกลับคืนสู่สองพี่น้องช่างตีดาบดังเดิม
ไม่มีวันหรอก กว่าที่จะไต่เต้าขึ้นมาถึงจุดสูงสุด แม่นางต้องมากเล่ห์เพทุบายไปตั้งเท่าไหร่ แย่งชิงกับบรรดาหน่อเนื้อผู้ครองคามมากมาย แต่ละนางก็ล้วนเลอโฉม ประกายแห่งผู้มีบุญวาสนาก็เจิดจ้านัก มีเพียงแม่นางชาวบ้าน น้องสาวช่างตีดาบต่ำต้อยคนนี้เองที่แลหมองด่างด้อยค่า
แต่ก็นั่นล่ะ หากให้เปรียบแม่นางแพรคนนี้เป็นม้า ก็ต้องว่าเป็นม้านอกสายตาที่มีสติปัญญาเป็นอาวุธ ทำให้พลิกผันตัวเองกลายเป็นม้ามืด ช่วงชิงตำแหน่งชายามาครอบครองได้สำเร็จ ดังนั้นเอง ต่อให้สิบแม่นางกณิการ์ก็อย่าได้หมายว่าจะมาบั่นวาสนาและอำนาจที่แม่นางได้ครอบครองแล้วให้สะบั้นลงแต่โดยง่าย ไม่หรอก 'ไม่มีวัน'

| 24 |
| 228 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |