|

| 25 |
| 229 |
ใช่ มันคือวินาทีความเป็นความตายจริงๆ มวลผกาหน้าผากแตกและฟันโยกเล็กน้อย เพราะร่างกระดอนไปกระแทกกับกระจังหน้า แล้วเด้งกลับเหวี่ยงหน้าไปฟาดกระจกหน้าต่าง คิดดูเอาเถอะว่ากระจกทั้งแผ่นยังร้าว แล้วหน้าหล่อนจะไปทานทนกว่าได้ยังไง
เห็นทีว่าหนุ่มสาวคงไม่มีวาสนาต่อกันในชาตินี้เสียแล้ว เวลานี้ รถทั้งคันพุ่งกระโจนไปห้อยต่องแต่งบนขอนไม้ที่ยื่นลงสู่หุบเหว ทั้งสองตัวแข็งทื่อ ตาเบิกโพลง 'ธิสัย' ปากแตกเลือดกบ แต่เพราะความกลัวสุดขีดตรงหน้า ก็ทำให้เขาเผลอกลืนเลือดรสฝาดลงคอได้ไม่ยากเลย
"คุณธิ" มวลผกากระซิบหวิวๆ ที่กล้าทำในเวลานี้คือ 'กลอกตา'
"ใจเย็นๆ " สามีตามนิตินัยให้กำลังใจ อยากบ้วนเลือดที่เหลือทิ้ง ก็เกรงว่าการเคลื่อนขยับน้อยนิดจะผลักรุนให้รถร่วงเร็วขึ้น "ทุกอย่างจะผ่านไป จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเรา คุณใจเย็นๆ ก่อน"
"แต่ฉันรู้สึกว่ารถมันโยกเยก บะ.. บางที บะ.. บาง.. "
"ผมรู้ ขอนไม้อาจจะหัก หรือไม่ก็รถของเรากำลังไหลลงไปอย่างช้าๆ แต่ไม่ต้องกลัว เราจะปลอดภัย"
ธิสัยให้กำลังใจภรรยาด้วยเสียงเข้มหนัก เขาอยากร้องไห้ออกมาเลย มันอาจช่วยให้เขาคลายความหวาดกลัวสุดขีดในเวลานี้ลง แต่ถ้าน้ำตาไหลให้ภรรยาเห็น ขวัญที่เสียอยู่แล้วก็จะยิ่งเตลิดกู่ไม่กลับแน่
"คุณ ผมคิดว่าเราน่าจะปลอดภัย แต่อาจต้องเจ็บตัวนิดหน่อย"
เขาบอกความหวังออกไปด้วยเสียงหวิวๆ เมื่อกลอกตาไปนอกรถ แล้วเห็นลานดินหมิ่นเหม่ หากใช้ความว่องไวสักหน่อย ผลักประตูแล้วกระโจนออกไปแบบไม่ต้องกลัวเจ็บ นาทีรอดชีวิตก็อาจจะยาวไกลกลายเป็นชั่วโมงแห่งความปลอดภัย
"ฉันก็เห็น" มวลผกาบอก "แต่ใครจะรับประกันได้ว่าดินตรงนั้นจะไม่ร่วนหรือซุย แล้วพอเรากระโดดลงไป มันจะไม่ทำให้เราร่วงลงเหวก่อนรถ"
"ยังไงก็ดีกว่านั่งรอให้ร่วงพร้อมรถไม่ใช่หรือ การเสี่ยงก็เป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตเหมือนกันนะ แต่เราต้องทำพร้อมกัน คุณพร้อมหรือยัง"
สาวห้าวอย่างมวลผกาน่ะหรือจะไม่พร้อม หล่อนสูดหายใจเบาๆ เอื้อมมือสั่นระริกแตะประตู มันตื่นเต้นและระทึกมาก เมื่อนึกว่าพอประตูขยับ รถก็จะร่วงลงสู่เหวมืด
"ผมนับแค่หนึ่งนะ หนึ่ง"
พอสิ้นเสียงนับ สามีภรรยาก็จัดการกับชีวิตของตนอย่างว่องไว มันเหลือเชื่อมากที่รถยังคงโยกเยกบนขอนไม้ใหญราวกับว่ามันสนุกสนานเหลือเกิน ในขณะที่คนสองคนต้องเจอกับหัวไหล่ช้ำ เข่าแตก มวลผกาอาการหนักกว่าสามีเสียอีก เพราะขมับไปกระแทกกับหินก้อนเขื่องแตกเลือดเปรอะอีกแผล
"เกิดอะไรขึ้นคะ"
สามีเดินเซๆ มาช่วยพยุงอย่างทุลักทุเล เขาหายใจแรงขับกลิ่นคาวของเลือดออกมาด้วย ภรรยาถามเสียงแผ่วๆ เขาก็ส่ายหน้า มันยังไม่ใช่เวลาจะถามจะตอบกันในตอนนี้หรอก ต้องหาทางกลับขึ้นไปข้างบน อาจต้องโบกรถที่นานๆ จะผ่านมาสักคันให้ช่วยไปส่งบ้าน มวลผกาบอกเขาก่อนจะโทรหาฤดีดิษถ์ว่า 'อีกไม่ไกลแล้ว'
"เราจะขึ้นไปได้ยังไง มันชันมากเลย มืดด้วย เราอาจลื่นแล้ว.. "
"พอแล้วน่า คำก็ตกเหว สองคำก็ตกเหว เรารอดมาได้แล้วไม่ใช่หรือ ผมยังอยู่ทั้งคน ไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปก่อนผมหรอก อย่ากลัวนะผกา"
สามีเอ็ดด้วยความรัก เขารู้ว่าภรรยาเป็นสาวห้าวใจแกร่ง ที่ปรารภออกมาอย่างนั้นก็คงเป็นเพราะเกิดความห่วงใยความปลอดภัยของเขามากกว่า หล่อนรักเขามาก แล้วเขาก็อยากให้หล่อนรู้เหมือนกันว่าเขาเองก็รักหล่อนมาก
"นั่นใครคะ" จู่ๆ มวลผกาก็ชี้ไปบนเนินเหนือศีรษะ เหมือนว่าจะมีเงาตะคุ่มของใครสักคนยืนอยู่
"ช่วยด้วยครับ" สามีไม่ตอบ แต่กลับตะโกนขึ้นไป "เราเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย ตอนนี้กำลังหาทางกลับขึ้นไป พอจะช่วยเราได้ไหมครับ"
พอสิ้นคำ ก็ปรากฏเชือกเส้นใหญ่แข็งแรงมากลอยวืดลงมา ธิสัยคว้าหมับมาผูกเอวภรรยาก่อน แล้วค่อยผูกให้ตัวเอง จากนั้นก็โบกมือส่งสัญญาณกับคนข้างบนว่า 'พร้อม'

| 25 |
| 229 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |