นิยายรัก เส้นทางรัก..แดนไอยคุปต์(The destination of love of Egypt) | วิชาการ.คอม
185
525

เส้นทางรัก..แดนไอยคุปต์(The destination of love of Egypt)

เส้นทางรักแดนไอยคุปต์ คือเส้นทางที่ใช้ความรักไปสู่เส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่ ผู้ที่กุมใจฟาโรห์ คือผู้ที่กุมอำนาจอย่างแท้จริง
ผู้เขียน: ฟินนิกซ์ ชมแล้ว: 26,136 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 26 May 2012, 2:58 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 21 April 2013, 1:33 pm
อยู่ในส่วน:
สารบัญ
1-20 | 21-30

หน้า : 21 ตอน 7 (100%)
หน้า : 22 ตอน8 (45%)
หน้า : 23 ตอน8 (100%)
หน้า : 24 ตอนที่ 9 (45%)
หน้า : 25 ตอนที่ 9 (75%)
หน้า : 26 ตอน 9 (100%)
หน้า : 27 ตอนที่10 (20%)
หน้า : 28 ตอนที่ 10 (30%)
หน้า : 29 ตอนทีี่10 (40%)
หน้า : 30 10+

หน้าที่ 1 - CH1 การกลับมาเจอกัน

Chapter 1

การกลับมาเจอกัน

 

ณ อาณาจักรอียิปต์

               

                อียิปต์เป็นอาณาจักรที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานมากมาย ทั้งเรื่องราวของฟาโรห์และราชินี ซึ่งไม่อาจแยกออกจากเรื่องราวของเหล่าทวยเทพ นี่คือดินแดนแห่งตำนานอย่างแท้จริง

                อิยิปต์รุ่งเรืองนับพันปี อาณาจักรแห่งนี้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ไร้อาณาจักรใดในยุคสมัยเดียวกันจะเทียบเทียม อารยธรรมของพวกเขาศิวิไล จนอาณาจักรน้อยใหญ่ต้องยำเกรง

 

                ฟาโรห์คือกษัตริย์ผู้ครอบครองอาณาจักร ฟาโรห์เปรียบประดุจดั่งเทพที่มนุษย์ต้องทำทุกอย่าง เพื่อบรรณาการแด่พระองค์ ผู้ที่จะก้าวขึ้นมายังจุดนี้ต้องผ่านการฝึกฝน ฟาโรห์จำต้องมีความรู้ทั้งด้านการเมืองการปกครอง และต้องกุมอำนาจทางทหารไว้ในมือ

                แม้เจ้าชายอเมโนฟิสจะไม่ใช่องค์รัชทายาท แต่เขาก็ถูกเตรียมให้พร้อมไว้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไร หากในภายภาคหน้า ทุสโมสซึ่งเป็นองค์รัชทายาทแห่งอิยปต์ขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าชายองค์รองอย่างอเมโนฟิสก็จะถูกตั้งให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพ ด้วยเหตุนี้อเมโนฟิสจึงถูกส่งไปฝึกฝนการรบการทหารเป็นเวลาสองปี และตอนนี้เขากำลังจะได้หวนกลับธีบีส นครซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งอียิปต์

 

เมื่ออ่านปาปิรัสฉบับแรกจบแล้ว เจ้าชายผู้ถูกฝึกให้เป็นแม่ทัพจึงอ่านข้อความในปาปิรัสอีกฉบับ ทันทีที่รับรู้ถึงสิ่งที่เขียนมาเขาก็แทบใจสลาย เนื้อหาข้อความในปาปิรัสที่ส่งมา เป็นเรื่องมงคลที่น่ายินดีของพระเชษฐา ซึ่งกำลังจะมีงานอภิเษกสมรส

อเมโนฟิสคงยินดียิ่ง หากว่าที่เจ้าสาวของผู้เป็นพี่ชายไม่ใช่เนเฟอร์ติติ หญิงงามแห่งลุ่มไนล์ ผู้ที่เขาเองก็ใฝ่หาในตัวนางเช่นกัน

 

“เนฟ”อเมโนฟิสเอ่ยชื่อนาง สมองนึกย้อนไปยังวันสุดท้ายก่อนที่จะต้องมารับการฝึกเป็นแม่ทัพยังต่างเมือง ซึ่งห่างไกลออกไปจากธีบีสที่เป็นเมืองหลวง

            การล่ำลาที่ปราศจากน้ำตา มีเพียงรอยยิ้มส่งมาเป็นกำลังใจ นางคือเพื่อน คือนางในดวงใจ ผู้ซึ่งเขาใฝ่หาทั้งยามหลับและยามตื่น ลมหายใจเขามีไว้เพียงเพื่อนาง

 

รัตติกาลก็ใฝ่ฝันถึง ในนิทรายังคงถวิลหาเพียงนาง

ยามตื่นทุกลมหายใจคิดถึง สมองมีเพียงหน้านางที่ตราตรึง

 

“เจ้ากำลังจะแต่งงานกับทุสโมสในอีกสามเดือนข้างหน้า ข้าจะต้องสูญเสียเจ้าจริงๆ หรือ”อเมโนฟิสถามกับตัวเอง

“เจ้าเป็นเพียงผู้เดียวที่เข้าใจข้า อยู่เคียงข้างข้า คอยปลอบใจข้าในยามเศร้าหม่นใจ หากเจ้าแต่งงานไปกับทุสโมส แล้วข้าจะมีชีวิตอยู่ได้เช่นไร หากไร้เจ้าเคียงกาย”เขานึกย้อนวันวานที่มีนางคอยเคียงข้าง ไม่ว่ายามทุกข์หรือสุข นางจะอยู่เคียงกาย ไม่เคยทอดทิ้ง แต่นับจากนี้นางกำลังจะละทิ้งเขา

 

โลกคงมีเพียงความอ้างวาง หากไร้นางก็แทบสิ้นใจ

ความห่วงใย ความรัก จบสิ้นจากใจนางแล้วหรือไร

อาจจะใช่ ระยะทางห่างไกล จึงทำให้ใจนางห่างเหิน

 

เมื่อนางหมางเมิน เขาก็คงเป็นได้แค่ส่วนเกิน

ต้องเผชิญความขื่นขม ตรมในอุรา

 

“ข้าคงไม่มีความสำคัญกับเจ้าอีกแล้ว แต่เจ้ายังคงเป็นคนสำคัญของข้าเสมอ ..เนฟ”อเมโนฟิสกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด จิตใจหม่นหมองตรอมตรม

 

*.....................................................................................*

 

            การเสด็จกลับมาของโอรสองค์รองของฟาโรห์ฮาเมนโฮเทปที่ 3 และพระนางติเย ทำให้สาวๆ ในเวียงวังได้แต่ตื่นเต้นไปตามๆ กัน เพราะตอนนี้เจ้าชายอเมโนฟิสนั้นได้ชื่อว่าโสดสนิท เนื่องจากพระคู่หมั่นของพระองค์ได้สิ้นชีพไปเมื่อหนึ่งปีก่อน

                การหมั้นหมายที่เกิดจากถูกบังคับ ไร้ซึ่งความรักผูกมัดเชื่อมโยง ใจหนึ่งออกจะโล่ง แต่อีกใจก็อดสงสารคู่หมั้นซึ่งเป็นพระขนิษฐาร่วมอุทรไม่ได้ ที่ความตายมาพรากนางไปตั้งแต่ยังเยาว์ นางอายุแค่สิบสี่ตอนที่สิ้นชีพ นับว่าเป็นอีกคนที่อายุยังน้อยเกินกว่าที่อะนูบิส ..เทพแห่งความตายควรจะมาเยือน

 

                ราชวงศ์ของอียิปต์นั้นมีประเพณีอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ นั่นคือการแต่งงานในระบบการสืบสายเลือดบริสุทธิ์

ชนชั้นสูงจะให้พี่น้องแต่งงานกันเอง โดยเฉพาะฟาโรห์ต้องมีราชินีเป็นผู้สืบสายโลหิตร่วม นี่คือธรรมเนียมที่สืบทอดกันมานับพันๆ ปี ผู้ใดไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าราชินีที่มาจากสามัญชนนั้นแทบจะไม่มี ส่วนราชินีซึ่งเป็นเจ้าหญิงจากต่างเมืองก็ปรากฏให้เห็นน้อยมาก

                ทว่า ทุสโมสซึ่งได้ดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาทในตอนนี้กำลังจะแหกกฎ แหวกม่านประเพณีที่มีสืบทอดมานับพันปี เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว โดยยืนกรานที่จะแต่งงานกับเนเฟอร์ติติ หญิงสาวที่ไม่ใช่พี่น้องร่วมอุทร

 

                เนเฟอร์ติติเป็นหญิงสาวที่เติบโตขึ้นมาจากฮาเร็ม พระมารดาของนางเป็นเจ้าหญิงจากต่างแดน ผู้ซึ่งถูกส่งมาเป็นบรรดาการแด่องค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์

                มารดาของเนเฟอร์ติติสิ้นชีพหลังคลอดนางได้สองปี ด้วยเหตุนี้พระราชินีติเยจึงสงสาร และได้รับเนเฟอร์ติติมาดูแล นับแต่นั้นทุกคนก็เห็นนางเสมือนคนในครอบครัว

                ด้วยความสวยที่โดดเด่น งดงามเกินใครในแดนดินไอยคุปต์ นางจึงเป็นที่โปรดปรานของทุสโมสและอเมโนฟิส พวกเขาทั้งสองต่างก็รักนางมากพอๆ กัน ต่างคนต่างพยายามชนะใจนาง

 

สาวงามแห่งลุมน้ำไนล์ ผู้ที่ชายเฝ้าใฝ่ปอง

เจ้างามผ่องเหนือหญิงใด ในทั่วพสุธาแดนดิน

ชายจึงพยายามแย่งชิง ยอมแลกกับทุกสิ่งเพื่อให้ได้นางมาครอบครอง

 

                วัยเยาว์ของเนเฟอร์ติติ มักปรากฏให้เห็นขณะที่อยู่กับเจ้าชายองค์หนึ่งองค์ใดเสมอ โดยเฉพาะการปรากฏกายเคียงคู่กับทุสโมส ดูจะเป็นภาพที่ผู้คนมักเคยชินมากกว่าการอยู่เคียงคู่กับอเมโนฟิส

                แต่ทุกครั้งที่อเมโนฟิสต้องการคำปรึกษา ต้องการใครสักคน มักเป็นนางที่อยู่ตรงนั้นกับเขา คอยช่วยคิด ช่วยปลอบ ช่วยเป็นเพื่อนรับรู้ความรู้สึกนึกคิด

                เนเฟอร์ติติอายุน้อยกว่าอเมโนฟิสหนึ่งปี ด้วยวัยที่ไม่ต่างกันนัก ทั้งสองจึงพูดคุยกันถูกคอ ถูกใจ จนก่อเกิดเป็นความรู้สึกผูกพันที่มีให้กัน

 

                ทางด้านทุสโมสนั้นอายุมากกว่าอเมโนฟิสหนึ่งปี จึงอายุมากกว่าเนเฟอร์ติติสองปี แต่นิสัยของทุสโมสค่อนข้างเอาแต่ใจ ชอบบงการ ตัวเขาเป็นใหญ่กว่าทุกคน อาจจะเพราะเกิดมาเป็นราชโอรสองค์โต และเป็นรัชทายาทแห่งอียิปต์ ด้วยเหตุนี้ นิสัยเขาจึงค่อนข้างแตกต่างกับอเมโนฟิส ซึ่งต้องยอมอ่อนข้อให้เสมอ อเมโนฟิสจึงเป็นคนที่รับฟังเหตุผล และยอมทำตามคำสั่งของผู้เป็นบิดามารดา มากกว่าพระเชษฐาของพระองค์

                เหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นเด่นชัดนั่นก็คือ เมื่อสองปีก่อนทุสโมสประกาศออกไปว่า เขาจะแต่งงานกับเนเฟอร์ติติ และจะไม่ยอมหมั้นหมายกับพี่น้องร่วมอุทร

นางเดียวที่ทุสโมสต้องการหมั้นหมายคือเนเฟอร์ติติ และเขาจะแต่งงานกับนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น ส่วนคนที่ต้องหมั้นกับพี่น้องของตัวเองแทนทุสโมส ก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากอเมโนฟิส

 

                ทุสโทสเองพอจะรู้ว่าอเมโนฟิสรู้สึกเช่นไรกับเนเฟอร์ติติ และรับรู้อีกเช่นกันว่าเนเฟอร์ติติเองรู้สึกเช่นไรกับอเมโนฟิส นางมีความสุขกับการที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้าชายองค์รอง มากกว่าการอยู่ใกล้ชิดกับองค์รัชทายาทเช่นเขา

                ทุสโมสตัดสินใจพูดออกไปถึงความในใจที่มีต่อเนเฟอร์ติติ วันนั้นพระนางติเยพูดคุยเรื่องหมั้นหมาย และเลือกคู่หมั้นให้ ทุสโมสได้ปฏิเสธ และประกาศด้วยแววตาแข็งกร้าว จริงจัง ไม่ยอมรับการหมั้นหมายใดๆ ที่เกิดจากการบังคับ และคนที่จะเป็นราชินีของเขามีเพียงเนเฟอร์ติตินางเดียวเท่านั้น หามีใครอื่นแล้วไม่ หากไม่ใช่นาง เขาก็จะไม่แต่งงานกับหญิงใด

 

                เนเฟอร์ติติและอเมโนฟิสได้แต่มองตากัน สายตาของพวกเขาปวดร้าว เศร้าเสียใจ แต่ต้องเก็บงำความรู้สึกเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ นางและอเมโนฟิสจึงทำได้เพียงก้มหน้ามองต่ำ ไม่อาจให้ใครเห็นรอยความเศร้าหมองที่เกิดขึ้นได้ แต่ดูเหมือนทุสโมสยังจับตามองพวกเขาอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

                ทุสโมสบอกกับตัวเองว่า อีกไม่กี่วัน อเมโนฟิสจะต้องไปฝึกการทหารยังต่างเมืองเป็นเวลาสองปี นี่จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้เขาอยู่ใกล้ชิดเนเฟอร์ติติมากขึ้น เขาจะใช้ความใกล้ชิดนี้ชนะใจนางให้ได้

 

*..............................................................................................*

 

                วันเวลาหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว สองปีผ่านไปราวกับนกโบยบินแล้วไร้การหวนกลับ แต่บัดนี้เจ้าชายองค์รองแห่งแดนไอยคุปต์กำลังหวนกลับนคราอีกครั้ง

                เนเฟอร์ติติปรีดากับข่าวการกลับมาของอเมโนฟิสยิ่งนัก นางพยักหน้ารับรู้เมื่อนางกำนัลแจ้งข่าวการกลับกลับมาของเขา สีหน้าของนางแม้จะไร้ความรู้สึกปรากฏให้ใครจับพิรุธ หากแต่ไม่อาจโกหกตัวเองได้เลยว่า หัวใจนางเต้นเร็วเพียงใด เมื่อคิดว่านับจากนี้ไปจะมีเขากลับมาเคียงใกล้อีกครั้ง

 

“เจ้าออกไปเถิด ข้าจะพักผ่อน ขอบใจมากที่มาบอกข่าวแก่ข้า ตอนนี้เจ้าจะไปทำอะไรก็ไป”เนเฟอร์ติติบอกนางกำนัล

“เพค่ะ”นางกำนัลน้อมรับตามพระประสงค์ของผู้เป็นนาย

                เมื่อนางกำนัลออกไปแล้วเนเฟอร์ติติก็รีบเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปเบื้องนอกราวกับหวังว่า จะได้เห็นใครบางคนที่นางเฝ้ารอคอยตลอดเวลาสองปี

“อเมโนฟิส”นางยิ้มกับตัวเอง ดีใจเหลือเกินกับการกลับมาของเขา

“ท่านกลับมาแล้ว”

 

ความรักที่ฝังจิตฝังใจ การจากไปไร้การหวนคืนเป็นเวลาสองปี

ชีวีคนเฝ้ารอเศร้าหมอง ตัวน้องยังเฝ้ารอ ขอเพียงได้กลับมาเคียงใกล้

จงอย่าร้างไกลให้ใจกลัว โปรดอย่ามัวหลงนางอื่น โปรดคืนกลับมาเคียงใจ

 

“อเมโนฟิสของข้า”เนเฟอร์ติติน้ำตาร่วงหล่นเมื่อตระหนักได้ว่ารักเขาปานใด หากแต่ความรักนั้นไซ้ มีอุปสรรคขวางกั้น ทุสโมสเป็นสาเหตุที่ทำให้นางไม่อาจเปิดเผยใจ ไม่อาจให้ใครรับรู้ความรู้สึกที่มีต่ออเมโนฟิส

 

คู่หมั้นคือทุสโมส แต่คู่ใจนางกลับเป็นน้องชายของเขา

รักสามเศร้าของเราสามคน ความรักปนปวดร้าวจึงบังเกิด

 

“ข้ารู้ว่าความรักที่มีให้ท่านไม่มีวันเป็นจริง แต่อย่างน้อยการได้แอบรักท่าน มันเป็นความสุขที่ข้าสามารถซื่อสัตย์กับตัวเอง”นางรำพันบอก ราวกับเป็นการปลอบใจในชะตาชีวิต

 

*............................................................................................*

 

                งานเลี้ยงฉลองการหวนคืนกลับพระนครธีบิสของเจ้าชายอเมโนฟิส ทำให้สาวๆ ต่างพากันแต่งตัวแต่งหน้า ใส่น้ำหอม เพื่อดึงดูดเจ้าชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นชายชาติทหาร ผู้ที่จะเป็นแม่ทัพของอียิปต์ในภายภาคหน้า การได้เป็นชายาของเขา ผู้ซึ่งนับว่าเป็นรองแค่เพียงองค์ฟาโรห์ จึงเป็นตำแหน่งที่สาวๆ ส่วนใหญ่ใฝ่ฝัน

                เมื่อเจ้าชายองค์รองเสด็จมาถึงนครา ก็ได้เห็นการต้อนรับที่เต็มไปด้วยความยินดีปรีดา เขาจึงยิ้มให้อย่างอบอุ่นใจ การได้กลับบ้านมันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น การได้เห็นใบหน้าแห่งความสุขของผู้ที่เฝ้ารอ ทำให้รู้สึกตื้นตันใจไม่น้อย

 

                นับตั้งแต่ก้าวแรกที่รถม้าศึกผ่านประตูเมืองธีบีส ราษฎรต่างออกมาให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น เขาจึงโบกมือทักทาย ทำให้ผู้คนที่พบเห็นปลื้มใจไปตามๆ กัน

                ยิ่งใกล้เข้ามายังตัวเมืองชั้นใน ก็เห็นผู้คนที่ออกมาต้อนรับแต่งตัวสวยงามมากยิ่งขึ้น ประชาชนต่างรอต้อนรับการกลับมาของเขาอย่างเนืองแน่น หันไปทางไหนก็มีแต่ปวงประชาที่เฝ้ารอ เฝ้ามองมาด้วยสายตาชื่นชม

อเมโนฟิสสามารถคาดเดาได้เลยว่า ในพระราชวังขณะนี้คงครึกครื้นไม่น้อย ขนาดรอบนอกยังขนาดนี้ แล้วสาวๆ ในวังจะแต่งตัวสวยงาม เพื่ออวดกันสวยเพียงใด เขาย่อมรู้ดี

 

นี่คือธีบิส เมืองหลวงที่มีอายุนับพันปี

นี่คือมหานครที่ยิ่งใหญ่ หามีเมืองใดศิวิไลเสมอเหมือน

 

                เมื่อมองไปทางใดก็มีเพียงความยิ่งใหญ่และความงดงาม บ้านเมืองรุ่งเรืองสงบสุข ราษฏรมีรอยยิ้มให้กันฉันท์มิตร จิตของพวกเขาไร้ซึ่งความเศร้าหมอง

                รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของประชาชน ทำให้อเมโนฟิสยิ้มออกมาด้วยความดีใจ การได้เห็นประชาชนอยู่ดีมีสุข เจ้าชายอย่างเขาก็มีความสุขไปด้วย

 

                ประตูพระราชวังเปิดออก ต้อนรับการกลับมาของเจ้าชายผู้กุมอำนาจเป็นแม่ทัพ มีกำลังพลในการปกครองนับแสนคน เขาสามารถสั่งการเคลื่อนย้ายกำลังพลในส่วนนั้นได้ โดยไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากใคร ในขณะที่ผู้เป็นพี่ชายซึ่งดำรงตำแหน่งรัชทายาทขณะนี้ มีกำลังพลในมือมากกว่าเขาหนึ่งเท่าตัว

                การเกิดมาเป็นพี่ก็ดีอย่างนี้ อะไรๆ ก็ได้ไปครอบครอง ในขณะที่ผู้เป็นน้องได้ครอบครองในสิ่งที่ด้อยกว่าเสมอ นึกแล้วก็อดน้อยใจชะตาชีวิตตัวเองที่เกิดมาเป็นน้อง แล้วต้องเป็นรองผู้เป็นพี่ชายอยู่ร่ำไป

 

หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>

*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำไว้ตลอด

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ
185
525





pocidon
(ฟินนิกซ์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,759 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 1 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว



Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0388 seconds !