|

| 188 |
| 538 |
Chapter 2 แต่งงาน
เมื่อเฉิงอิงหนานยอมที่จะแต่งงานกับใบไผ่ตามที่เจียงหม่าแนะนำ ขั้นตอนต่อไปก็คือการไปเจรจาสู่ขอ ซึ่งคนที่รับบทพ่อสื่อก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้อาวุโสที่มาเฟียหนุ่มนับถือเยี่ยงลุงนั่นเอง
สวัสดีครับคุณกิติ ผมมารบกวนคุณอีกแล้วเจียงหม่ากล่าวทัก
ไม่เลยๆ คุณอย่าคิดมากซิ ผมบอกแล้วไงว่ายินดีต้อนรับคุณเสมอ เพราะงั้นอย่าได้เกรงใจไปเลยกิติบอก
คือวันนี้ผมจะมาคุยธุระกับคุณ
ออ ครับๆ มีอะไรให้ช่วยบอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ถ้าช่วยได้ผมช่วยเต็มที่
เอ้ย ..ผมเองก็เป็นคนพูดไม่เก่งเสียด้วยซิ ไม่รู้จะเริ่มยังไง มันรู้สึกแปลกๆนะครับ ปกติถ้าเจรจากันเรื่องธุรกิจผมก็พอทำมาบ้าง แต่ไอ้เรื่องนี้ผมเองก็ไม่เคยออกปากพูดให้ใครมาก่อนเจียงหม่ารู้สึกกระดากอาย เมื่อต้องพลิกบทบาทตัวเองมาเป็นพ่อสื่อชั่วคราว
คุณพูดเสียจนผมอยากรู้แล้วซิว่ามันเรื่องอะไรกัน ปกติคุณเป็นคนพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม แล้วนี่มันเรื่องอะไรที่ทำให้คนอย่างเจียงหม่าอ้ำๆอึ้งๆได้กิติหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นเพื่อนเก่าลังเล
ก็ผมไม่เคยทำตัวเป็นพ่อสื่อให้ใครมาก่อนนี่ เลยไม่รู้ว่าเวลาจะพูดขอลูกสาวของคนอื่น ต้องทำไงกึ๊ก ..เสียงหัวเราะเงียบลง แทนที่ด้วยความเงียบและสายตาแห่งความสงสัย
เอ่อ..เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ ผมฟังไม่ค่อยถนัดกิติถาม
อิงหนานเป็นคนอย่างไรในสายตาคุณเจียงหม่าเลี่ยงการตอบ หากแต่เป็นฝ่ายตั้งคำถามขึ้นมาแทน
ก็ดี เป็นคนหนุ่มไฟแรง ความคิดความอ่านเฉียบแหลม มองการณ์ไกล ท่าทีองอาจ สุขุมนุ่มลึก เป็นคนที่อ่านยากคนหนึ่ง เพราะความเงียบของเขาและการไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆบนสีหน้า คิดว่าอนาคต ต้องเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากจนใครก็ยากจะทัดเทียม ..ว่าแต่คุณถามถึงเขาทำไม
ถ้าหากเขาจะขอเสนอตัวเป็นลูกเขยของคุณ คุณจะรังเกียจไหม
ปัดโธ่เฮ้ย เรื่องนี้เอง ผมเคยบอกคุณตั้งแต่คุณมาเมืองไทยครั้งก่อนแล้วไงว่า ยินดีต้อนรับอิงหนานในฐานะลูกเขย ผมเองก็ชื่นชมอิงหนานมาก เขาเป็นคนหนุ่มไฟแรง หากผมยกลูกสาวให้เขาดูแล ..ผมก็นอนตายตาหลับกิติพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอให้คุณช่วยพูดกับหนูใบไผ่อีกแรงแล้วล่ะ รบกวนคุณช่วยถามเธอให้หน่อยว่า จะแต่งงานกับอิงหนานได้ไหมเจียงหม่ากล่าวอย่างเกรงใจ
เรื่องแค่นี้ ไม่มีปัญหา ผมจะเกลี้ยกล่อมเธอเอง
* .*
วันต่อมากิติก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับใบไผ่เกี่ยวกับเรื่องราวการแต่งงาน ซึ่งเป็นการแต่งงานที่ผู้เป็นพ่ออย่างเขาได้ตัดสินใจเลือกว่าที่ลูกเขยด้วยตัวเอง
อะไรนะค่ะ เมื่อกี๋ คุณพ่อพูดว่าไงนะใบไผ่กล่าวด้วยความตกใจ
เอ่อ ..ก็ ..คือ พ่ออยากให้ลูกแต่งงานกับอิงหนาน เขาเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน แล้วอีกอย่างเวลาที่เราไปลงทุนที่ฮ่องกงมันจะง่ายขึ้น
คุณพ่อจะให้หนูแต่งงานเพื่อธุรกิจอย่างนั้นหรือค่ะ
ไผ่ ฟังพ่อนะลูก พ่อมีลูกเพียงคนเดียว พ่อรักหนูมากนะ อยากให้อนาคตของลูกไปได้สวย หากแต่งกับอิงหนาน พ่อเชื่อว่าเขาดูแลลูกได้ แต่ถ้าไม่อยากแต่งก็ไม้ต้องแต่ง พ่อก็ไม่บังคับหรอก
กิติพยายามพูดเพื่อไม่ให้ดูเป็นการบังคับมากเกินไป เพราะคนอย่างใบไผ่ไม่ชอบให้ใครบงการชีวิต และหากต้องการให้เธอทำตามก็ต้องใช้ไม้อ่อนเท่านั้น
แต่คุณพ่อค่ะ การแต่งงานมันต้องมีพื้นฐานความรักของคนสองคน หนูคิดว่าคุณเฉิงเขา ..ใบไผ่พูดได้แค่นั้นก็โดนตัดบททันที
นี่ ..เรื่องนี้พ่อไม่ได้เป็นคนเริ่มนะ มันเป็นความคิดของคุณเฉิงเขา
เมื่อได้ยินดังนั้นหัวใจของใบไผ่ก็แทบหยุดเต้น นั่นเพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าเฉิงอิงหนานจะต้องการแต่งงานกับเธอ ..แต่เอ ..บางทีเขาอาจจะแต่งงานเพื่อธุรกิจก็เป็นได้ พอคิดได้หัวใจที่เริ่มพองโตก็ค่อยๆห่อเหี่ยวลง
หนูไม่สนว่าเป็นความคิดใคร แต่การแต่งงานเพื่อธุรกิจมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การแต่งงานต้องเกิดจากความรักซิค่ะเธอเมินหน้าหนี
ใบใฝ่ ฟังพ่อให้ดีนะ พ่อมีบางอย่างจะบอกลูก คือ ลูกจำเป็นต้องแต่งกับอิงหนาน เพราะตอนนี้ธุรกิจเราอยู่ในช่วงลง พ่อจำต้องมีเขาเข้ามาสนับสนุน
อะไรนะค่ะใบไผ่ถามด้วยความตกใจ
ก็อย่างที่ลูกได้ยินนั่นล่ะ บางทีพ่ออาจจะต้องเป็นหนี้ก็ได้กิติจำต้องโกหกว่าธุรกิจกำลังจะล้มละลาย ทั้งๆที่มันออกจะเติบโตขึ้นทุกวันๆ ..เพื่อให้ใบไผ่ได้แต่งงานกับคนที่ตนคิดว่ามั่นคงและสามารถดูแลเธอได้
ทำไมคุณพ่อไม่เคยบอกเรื่องนี้กับหนูใบไผ่เสียงเครียด
เอ่อ ..พ่อไม่อยากให้ลูกกังวลไง คือ ใฝ่ช่วยพ่อได้ไหม
เอาเป็นว่า ..หนูจะลองคิดดูก็แล้วกันค่ะ
* ..*
การแต่งงานของอิงหนานและใบไผ่ถูกจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ภายในงานมีแขกเหรื่อที่เป็นนักธุรกิจ นักการเมือง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และคนดังระดับแนวหน้าของประเทศมาร่วม จึงถือว่าเป็นการแต่งงานที่ยิ่งใหญ่แห่งปีเลยก็ว่าได้
งานแต่งเป็นแบบไทยๆ และเจ้าบ่าวก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ไม่ใช่เขาไม่ให้ความสำคัญ หากแต่เป็นเพราะไม่รู้เรื่องพิธีการต่างๆเสียมากกว่า
หลังจากจบพิธีการรดน้ำสังข์ในช่วงบ่าย เจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็พอจะมีเวลาได้พักนิดหน่อย ก่อนจะต้องเตรียมตัวรับแขกในช่วงหัวค่ำ และตอนนี้ทั้งคู่ได้เข้ามานั่งอยู่ในห้องที่ทางโรงแรมได้จัดเอาไว้ให้ ..สำหรับเป็นที่พักเหนื่อยของคู่บ่าวสาว
อิงหนานลอบมองผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสาวของตนอย่างพิจารณา ปากนิด จมูกหน่อย ดวงตากลมโต ใบหน้ารูปไข่ บอกได้เลยคำเดียวสวย และนั่นเป็นเหตุที่ทำให้เขาเผลอมองใบหน้าราวตุก๊ตาญี่ปุ่นของเธออย่างลืมตัว
มาเฟียหนุ่มไม่แน่ใจตัวเองว่าทำไมถึงยอมตกลงที่จะแต่งกับเธอ ทั้งๆที่ความคิดเรื่องจะแต่งกับใครสักคนไม่เคยอยู่ในหัวของเขามาก่อนเลย แม้แต่อาจิ้งซึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่กับเขามาสองปี หากแต่เขาก็ไม่เคยวาดภาพอาจิ้งอยู่ในชุดแต่งงาน ในฐานะเจ้าสาวของเขาเลยแม้แต่น้อย
แล้วทำไมเขาจึงตัดสินใจที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ในนาทีแรกที่เห็นหน้า
ใบไผ่หันหน้ามาทางอิงหนานก็พบว่าเขามองจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้รู้สึกใจสั่น มือเย็น จนบอกไม่ถูก หรือพูดง่ายคือเขิน และก็ประหม่านั่นเอง
ผมจะออกไปข้างนอก อยากจะไปทำความรู้จักกับนักธุรกิจไทยไว้หน่อย
เฉิงอิงหนานลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินออกไปก็เห็นเจ้าสาวของเขาลุกขึ้นยืนด้วย และเมื่อหันมามองก็ปรากฏว่า คุณเธอทำท่าจะล้มลงไปกับพื้น แต่โชคดีที่เขารับเอาไว้ทัน
คุณเป็นอะไร ..ใบไผ่ ทำไมมือเย็นอย่างนี้ล่ะเฉิงอิงหนานถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง จึงทำให้ใบไผ่ได้แต่ก้มหน้า ไม่กล้าสบตา
รู้สึกหน้ามืด แล้วก็ตื่นเต้นด้วย ฉันเองก็บอกไม่ค่อยถูกเหมือนกันมาเฟียหนุ่มจึงรีบอุ้มเจ้าสาวขึ้นมาวางบนโซฟา แล้วเอามือแตะหน้าผากว่ามีไข้หรือไม่
อาจจะแค่เป็นลม เดี๋ยวผมไปบอกให้คนมาช่วยก็แล้วกันแต่ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะลุกไปไหน ประตูก็เปิดออก ..โดยพ่อตาของเขา
กิติมองดูภาพลูกสาวและลูกเขยก็นึกว่าพวกเขากำลังสวีทกัน เลยกล่าวขอโทษเป็นการใหญ่ที่มาขัดจังหวะ
ขอโทษที พ่อไม่ได้ตั้งใจมาขัดคอหรอกนะ เพียงแต่พ่ออยากจะขอตัวอิงหนานสักครู่ พอดีจะแนะนำให้เขาได้รู้จักกับนักธุรกิจและนักการเมืองบางท่าน ไม่รู้ว่ากำลังเอ่อ ..
ไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อคิดหรอกค่ะ ไผ่แค่หน้ามืด แล้วอิงหนานก็เข้ามาช่วยไว้ไม่ให้หัวฟาดพื้นก็เท่านั้นเอง คุณพ่ออย่าคิดไปไกลซิค่ะ
ก็ได้ๆ แต่พ่อขอตัวเจ้าบ่าวของลูกเดี๋ยวนะกิติกล่าวอย่างมีความสุข
ผมจะออกไปกับคุณพ่อของคุณก่อน แต่เดี๋ยวจะบอกให้คนเข้ามาอยู่เป็นเพื่อน ไม่ต้องกลัวนะ
แค่คำเดียวเท่านั้น ..แค่คำบอกว่าอย่ากลัวที่ออกมาจากปากของอิงหนาน สามารถทำให้ความกลัวของใบไผ่เกือบมลายหายไปเสียสิ้น รู้สึกอบอุ่น และปลอดภัย เพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างเฉิงอิงหนานพูดคำไหนคำนั้น
ไม่นานนักเพื่อนๆของเธอและป้านิ่มก็โผล่เข้ามา โดยในมือป้านิ่มมียานาๆชนิดให้เลือกสรร ทำให้ใบไผ่รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่อิงหนานมอบให้ ถึงแม้เขาไม่ได้นั่งเฝ้าเธอก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ส่งคนมาแทน
เฉิงอิงหนานแอบหันไปมองห้องที่เจ้าสาวของเขาพักอยู่บ่อยครั้ง อยากรู้ว่าอาการจะดีขึ้นหรือยัง จนทำให้กิติได้แต่ยิ้มอย่างยินดี และคิดว่าต่อไปคงหายห่วง ..หากลูกสาวของเขาจะอยู่ในการดูแลของชายผู้นี้
* *

| 188 |
| 538 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |