|

| 17 |
| 325 |

ตอนที่ 5 ย้ายบ้านใหม่ ความใกล้ชิดที่อันตราย
ครั้งที่สองพอเห็นเขาเริ่ม เธอเลยรีบเผ่นแนบกลับห้องนอนด้วยความโมโหนิสัยมักง่ายของผู้ชายคนนี้ แต่ไม่เคยเล่าเรื่องดังกล่าวให้ใครฟังเพราะความอับอายขายหน้า ที่ต้องเป็นพยานรู้เห็นเรื่องพรรค์นั้น
ผมรอฟังอยู่นะ คุณหมอ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเห็นก็แล้วกัน
คุณกลับไปนอนหนาวสั่นเพราะอยากเข้ามาแทนที่พวกเธอรึเปล่าล่ะ
น้ำเสียงเยาะๆ ของเขาทำให้นัยย์ตาดำขลับเบิกโพลงด้วยความโกรธ แต่ปากปิดสนิทเพราะนึกหาคำที่เหมาะสมมาตอบโต้ให้เขาเจ็บแสบไม่ได้ ฉันขอย้ายห้อง
เขาเลิกคิ้ว ตาสีบลูแซฟไฟร์เป็นประกายกร้าว อย่าเคร่งศีลธรรมนักเลยน่าคุณหมอ เทียบกับคุณที่ตั้งท้องตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ทำเอาผมไร้เดียงสาไปเลย จริงมั้ย
มนพัทธ์กำมือแน่น ถอยหลังเข้าไปในห้องแล้วเตรียมปิดประตูใส่หน้า หากชายหนุ่มยังตามเข้ามาจนเธอถอยกรูด
ออกไปนะ พรุ่งนี้ฉันจะโทรหาศาสตราจารย์อังเดร ขอร้องเอฟเอสบีให้หาเซฟเฮาส์ให้ใหม่ ถ้าต้องทนอยู่ให้คุณปฏิบัติกับฉันอย่างนี้ ฉันยอมกลับไปอยู่บ้านเดิมดีกว่า
ไม่เอาน่า เมอา
ขอความเป็นส่วนตัวให้ฉันด้วยค่ะ เธอเชิดคางด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างที่ทำให้ผู้ชายทุกคนต้องล่าถอย ก่อนจะหันหน้าหนีกอดอกหลังตึงเหมือนแผ่นกระดาน ด้วยไม่อยากมองหน้าเขาได้อีกต่อไป กรุณาปิดประตูห้องด้วยนะคะ ถ้าคุณออกไปแล้ว... อุ้ย! เฟดเดอร์
มนพัทธ์สะดุ้งกับการจู่โจมครั้งใหม่ เมื่อมือของเขารั้งรอบเอวบาง ดึงร่างเธอให้พิงหลังกับลำตัวแกร่งกร้าวด้วยกล้ามเนื้อชายฉกรรจ์ ใบหน้าคมสันยังก้มลงซุกไซ้เรือนผมสลวย เลื่อนลงมาจูบแก้มเนียนแรงๆ ถูไถแก้มสากระคายกับผิวเนื้อนุ่มพานให้กายเธอวาบหวิว ใจสั่นเหมือนยืนอยู่บนขอบตึกสูงร้อยชั้น
หากนั่นยังไม่ทำให้เธอชะงักเท่าความรู้สึกผิดที่หลั่งไหลออกมาอย่างที่เธอไม่มีพลาดมันไปได้
ไม่สิ! เขาไม่ได้เสียใจที่ลวนลามเธอ... หญิงสาวเพ่งสมาธิเจาะกำแพงทางความคิดที่สูงลิบเข้าไปภายใน มันไม่ยากนักเพราะทุกอย่างยังสดใหม่แม้จะทำให้เธอเหงื่อแตกซิก... เขารู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจเธอต่างหาก มีความรู้สึกอย่างอื่นด้วย ความอ่อนหวาน ซาบซ่านและ...
ขอโทษที หวานใจ น้ำเสียงของเขาอู้อี้อยู่บนเรือนผม ทำให้สมาธิที่เพิ่งก่อตัวทลายลงจนหาจุดโฟกัสไม่เจอ
ฉันจะยกโทษให้ถ้าคุณเลิกลวนลามแล้วปฏิบัติกับฉันอย่างที่ควรทำ
คุณชอบที่ผมจูบ
เธอสะดุ้ง คุณเข้าใจไปเอง ผู้หญิงก็มีความต้องการเหมือนผู้ชายนั่นแหละ แต่ฉันไม่นอนกับทุกคนที่เคมีตรงกัน
เคมีตรงกัน น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว และโกรธขึ้นมาอีกทำเอาเธอมึน มันควรจะเป็นเธอที่โกรธไม่ใช่รึไง ช่างเย็นชาอะไรอย่างนี้
ปล่อยได้แล้วค่ะ
จะเรียกมันว่าอะไรก็ตามใจ แต่สุดท้าย คุณจะเป็นฝ่ายมาหาผมเอง คุณหมอ
ฉันจะพยายามหักห้ามใจตัวเองก็แล้วกัน เธอกลั้นใจโต้เสียงหวาน รู้สึกหนาวเหน็บรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นกอดอกเมื่อร่างแกร่งอบอุ่นของเขายอมถอยห่าง ถึงอย่างนั้น ก็หันไปสบตากับชายหนุ่มด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
อย่าคิดไปหาผู้ชายอื่นมาคั่นเวลา เพื่อให้เคมีระหว่างเราลดลงก็แล้วกัน ไม่งั้นผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่
อะไรกัน--
ผมไม่ได้ขู่ เขาขัดขึ้นเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะกล่าวหาว่าอะไร จ้องใบหน้าแดงจัดด้วยสายตาชนิดที่ทำให้เธอเกือบผงะด้วยความกลัว แค่เตือน..."
เธอคงหลุดปากตอบโต้อะไรสักอย่าง หากไม่ได้อยู่ในอาการตกตะลึงและพรั่นพรึงกับโทสะที่เข้มข้นของเฟดเดอร์ โทสะและความหมายมาดที่เขาหมายความอย่างที่พูดทุกอย่าง การปิดปากเงียบเป็นการกระทำที่ฉลาด เมื่อเธอมองตามแผ่นหลังกว้างซึ่งหายลับไปจากห้องในนาทีต่อมาและประตูถูกปิดลง
ร่างโปร่งทรุดฮวบลงกับพื้นเพราะไม่อาจฝืนให้ตัวเองยืนอยู่ได้ มนพัทธ์สูดลมหายใจลึกเพื่อคุมสติของตัวเอง
เธอคงไม่แปลกใจเลยถ้าเขาจะทำอะไรรุนแรงอย่างที่เธอไม่กล้านึก หากเข้าใจว่าเธอมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งอยู่กับชายอื่น แต่เขาจะเกิดความหึงหวงขนาดนั้นทำไม
เฟดเดอร์ ลีไลยูเชนโก จะต้องไม่ปกติแหงๆ และเธอต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันความเสียหายที่เขาอาจก่อขึ้นกับเธอในอนาคต ถ้าปล่อยให้เขาลวนลามตามใจชอบอยู่อย่างนี้ ดีไม่ดีเธอเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายไปหาเขาเองอย่างที่ชายหนุ่มทำนายเอาไว้ เธอโตเป็นผู้ใหญ่เกินกว่าจะหลอกตัวเองว่า... เธอไม่ได้ต้องการเขา!
หญิงสาวเซซังเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่ออาบน้ำ แต่ต้องเบิกตากว้างเมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าได้รับคำตอบว่า ข้าวของทั้งหมดที่เขาเคยส่งให้เธออยู่ที่ไหน มันเรียงเต็มตู้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และเมื่อเธอยกบางชิ้นขึ้นมาแตะจมูก ของทุกชิ้นยังใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งาน สภาพเหมือนกับเพิ่งผ่านการซักรีดขัดถูมาหมาดๆ
เขาเก็บมันเอาไว้ที่นี่ ราวกับมั่นใจว่าสักวันจะเธอจะได้ใช้มัน
มนพัทธ์ปิดประตูตู้เสื้อผ้าอย่างแรง ยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความอัดอั้นตันใจ
ศาสตราจารย์อังเดร โคเนฟมองเธอด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้ฟังคำขอร้องของเธอในวันต่อมา
คุณก็รู้ว่าผมทำอย่างนั้นไม่ได้ เมอา นี่เป็นงานลับ
เวโรนิก้าเป็นคนรักของเฟดเดอร์ เธออยากทำงานนี้ แล้วยังเป็นหัวหน้างานโดยตรงของฉันด้วย ฉันคิดว่าเธอจะเข้าใจสถานการณ์ดีนะคะ
คุณเข้าใจผิดแล้ว คุณหมอเมอา
หมายความว่ายังไงคะ หญิงสาวยืดตัวขึ้นอย่างร้อนใจ
เฟดเดอร์เป็นคนขอร้องโดยตรงกับเอฟเอสบี ว่าจะให้มีใครรู้เรื่องคดีนี้ไม่ได้ นอกจากทีมงานที่เขาเลือกเอง รวมถึงโรงพยาบาลนี้ด้วย ผมถูกเลือกเพราะเคยทำคดีบางอย่างให้ครอบครัวลีไลยูเชนโกมาก่อนหน้านี้ และคุณถูกเลือกเพราะเป็นลูกสาวบุญธรรมของตาวาริชเซมิออน เพื่อนสนิทของครอบครัวของเขา
มนพัทธ์ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม รู้ว่าศาสตราจารย์อังเดรช่วยเหลืองานของเอฟเอสบีเป็นประจำ เขาเข้าไปที่นั่นอาทิตย์ละอย่างน้อยสองวัน หรือเมื่อมีเคสสำคัญที่ตำรวจลับเรียกร้องให้ร่วมสังเกตการณ์อยู่ในห้องสอบสวน แม้กระทั่งออกไปนอกสถานที่ด้วย เช่นเดียวกับตัวเธอซึ่งได้ตามไปบ่อยๆ
แต่คุณหมอเวโรนิก้า--
เท่าที่ผมรู้ คุณหมอเวโรนิก้าไม่ใช่คนที่เฟดเดอร์อยากให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
เธอไม่ได้คิดอย่างนั้นนี่คะ
ผมรู้ว่าคุณเข้าใจสถานการณ์ คุณหมอเมอา ขอแค่ให้คุณจำเอาไว้ว่า ทุกคนนอกเหนือจากเราที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่อยากรู้เรื่องคดีคือผู้ต้องสงสัย
ผู้ต้องสงสัย เธอทวนคำเสียงเบา ศาสตราจารย์หมายความว่า คุณหมอเวโรนิก้า เป็นผู้ต้องสงสัย
ผมหมายความว่า คุณไม่ควรไว้ใจใครนอกจากตัวเอง องค์กรลับก่อตั้งมาแล้วหลายสิบปี พวกนี้ส่งคนเข้าไปแทรกซึมอยู่ในหน่วยงานต่างๆ มากจนเรานึกไม่ถึง แม้แต่เอฟเอสบีเองก็ยังต้องระวังตัวแจ ผมเพิ่งสั่งให้ช่างทำกุญแจห้องให้คุณใหม่ อย่าทิ้งหลักฐานอะไรเอาไว้ที่โรงพยาบาล เข้าใจใช่มั้ย เมอา
มนพัทธ์เงียบไปนาน ท้ายสุดจึงพยักหน้ารับ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ
คุณมีนัดเจอกับเชคอฟวันนี้นี่
ใช่ค่ะ อีกยี่สิบนาที ถ้าอย่างนั้น ขอตัวเลยนะคะ
ยังมีอีกคุณหมอเมอา เอฟเอสบี ต้องการรู้รูปพรรณสันฐานของอาร์โจม เรามีข้อมูลเกี่ยวกับเขาน้อยมาก ดูเหมือนจะมีแต่เชคอฟกับมาสเตอร์เท่านั้นที่ให้คำตอบเราได้แต่เขาไม่ยอมปริปาก คนอื่นที่ถูกจับแล้วสอบสวนอย่างหนัก ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตามือซ้ายของศาสตราจารย์ฟีโอดอร์จริงๆ
น่าแปลกมากนะคะ พวกที่เป็นคนขององค์กร ถ้าอยู่ในนั้นก็น่าจะเคยเห็นเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน หญิงสาวถามด้วยความประหลาดใจ
เขามักไม่ได้อยู่ในองค์กร เขาถูกส่งออกไปทำงานข้างนอกกับคนของตัวเองซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ถูกตำรวจลับจับได้ พวกที่อยู่ในเรือนจำให้การว่าอาร์โจมจะสวมหน้ากากหนังปิดหน้าไว้เสมอเวลาเข้ามาพบมาสเตอร์ ฝากด้วยนะ เมอา
หญิงสาวนิ่วหน้า ทราบแล้วค่ะ
หญิงสาวเดินกลับห้องด้วยใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิท ก่อนที่จะพบกับอัลซาท เชคอฟ
เฮ้! เมอา กำลังคิดถึงคุณอยู่พอดี ผมได้ข่าวว่าคุณกำลังช่วยตำรวจลับทำคดีน่าตื่นเต้นอยู่
มนพัทธ์ยิ้มเมื่อได้ยินเสียงกระตือรือร้นของด็อกเตอร์สติเฟื่อง เพื่อนสนิทในจำนวนไม่กี่คนของตน ไม่แปลกใจเลยว่ามาเซลรู้ได้อย่างไร เขาทำงานให้กระทรวงกลาโหมเต็มตัวหลังจบปริญญาเอก และไวกับข่าวสารทุกอย่างเสมอ คุณโทรมาได้เวลาพอดีเหมือนกัน มาเซล ฉันมีงานให้คุณช่วย
หวังว่า คงไม่ทำให้ผมเดือดร้อนไปด้วยเหมือนครั้งที่แล้วหรอกนะ พี่ชายของคุณเกือบจะเล่นงานผมซะแล้ว
คุณกลัวเหรอ อืมม์... บางทีฉันอาจจะประเมินคุณสูงเกินไปหน่อย ลองมาคิดๆ ดูแล้ว... เธอแสร้งทำน้ำเสียงลังเลใจ คุณคงช่วยฉันไม่ได้หรอก ฉันได้ยินมาว่าคนที่คุมระบบนี้อยู่เจ๋งกว่าคุณ
เฮ้ๆ อย่ามาพูดเองเออเองอย่างนี้สิ ไม่มีใครเจ๋งกว่าผมหรอกน่า
แน่ใจอย่างนั้นเชียว อยากออกมาเจอกันที่ร้านกาแฟหรือเปล่า
กาแฟร้านไหน ข้างโรงพยาบาลของคุณหรือเปล่า ผมเลิกงานห้าโมงครึ่ง
ใบหน้าน่ารักของคุณหมอสาวอิ่มเอมใจเมื่อเหยื่อติดเบ็ด ตกลง ลองดูก็ได้ หกโมงเย็น ร้านกาแฟบล็อกถัดจากโรงพยาบาลของฉัน อย่ามาสายนะ มาเซล
คุณคิดผิด เมอา ไม่มีใครเจ๋งกว่าผม เขาย้ำก่อนจะวางสายไป
มนพัทธ์วางโทรศัพท์ลงยิ้มกริ่ม ตอนที่ประตูห้องถูกเคาะ เชิญค่ะ
ร่างสูงของเชคอฟ และผู้คุมเรือนจำเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าซูบของอาชญากรคนสำคัญทำให้อวัยวะภายในของเธอปั่นป่วนนิดๆ ด้วยปฏิกิริยาของการระแวดระวังและรังเกียจ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยิ้มให้คนทั้งคู่ ทำใจให้เป็นกลาง แล้วเดินไปปิดประตูเพื่อถามอะไรกับเจ้าหน้าที่คนเดิม
คุณทำตามที่ฉันสั่งหรือเปล่าคะ
ทุกอย่างครับ ผมดูจนแน่ใจว่าเขากินอาหารพร้อมยาทุกมื้อ
ขอบคุณมากค่ะ
คุณหมอสาวเดินกลับเข้าภายใน สบตากับเซคอฟซึ่งนอนรออยู่บนเตียงคนไข้แบบปรับได้ สายตาของเขามีความสนใจแฝงอยู่เพียงเล็กน้อย แต่ยังมีใบหน้านิ่งเฉยที่ไม่สนใจโลกภายนอกเช่นเดิม
เธออ่านฟิล์มเอ็กซ์เรย์สมองของเขาแล้วเช่นกัน ไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของระบบประสาทและสมอง เขาอาการดีขึ้นจากความเครียดเพราะยาที่เธอให้ กับการดูแลเล็กน้อยที่เธอแอบกระซิบบอกเจ้าหน้าที่เรือนจำไปอีกด้วย
สวัสดีค่ะ เชคอฟ วันนี้วันที่... เราพบกันเป็นครั้งที่สอง เธอเอ่ยเสียงนุ่มนวลบอกวันที่และเลขที่คดี หลังจากเปิดเครื่องบันทึกเสียงเหมือนกับทุกครั้งที่ทำงาน ท่าทางคุณดูสดใสขึ้น
ทางเรือนจำให้เวลาผมอยู่ข้างนอกวันละหนึ่งชั่วโมง อาหารก็น่ากินขึ้น เขาเล่า
คุณชอบอย่างนั้นใช่ไหมคะ กาแฟมั้ย? เธอหันไปถามด้วยท่าทางตามสบาย เมื่อชงกาแฟแก้วใหม่ให้ตัวเอง และชงให้เขาด้วยเมื่อเชคอฟพยักหน้ารับ
แต่มันไม่ทำให้ผมใจอ่อนขึ้นมาหรอก เขาบอกเมื่อเธอวางถ้วยกาแฟลงใกล้ๆ
คุณกำลังต่อสู้เพื่ออะไรคะ เชคอฟ
คำถามของเธอ ทำให้เขาเงียบไป ก่อนจะเปิดรอยยิ้มน่าเกลียด ผมไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว ความผิดของผมต้องโทษประหารชีวิต ต่อให้ผมทำประโยชน์ให้พวกคุณก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
รัฐบาลคงเห็นว่าข้อมูลของคุณมีค่า แล้วตัดสินโทษน้อยลง
ต่อให้เป็นอย่างนั้น พวกเขาก็จะขังผมไว้ในเรือนจำตลอดชีวิต
เพราะอย่างนั้น คุณเลยเลือกที่จะไม่สารภาพ เพื่อยื้อเวลาให้ตัวเอง
เปล่า เชคอฟมองหน้าเธอ ด้วยนัยน์ตาแห้งแล้ง อย่างที่ทำให้คนขวัญอ่อนขนหัวลุก ผมสนุกที่ได้เห็นพวกคุณต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น และจะยิ่งมีความสุขมากขึ้นที่เห็นพวกคุณพ่ายแพ้ คนของเราข้างนอกยังทำงานอยู่
ไม่มีคนของคุณหรอกค่ะ เชคอฟ คุณเป็นนักโทษของรัฐบาล เป็นภัยคุกคามของประเทศนี้ ชีวิตของคุณในโลกภายนอกจบลงแล้วตั้งแต่วันที่คุณถูกจับได้ แต่ฉันไม่ได้มีความแค้นอะไรกับคุณ ฉันอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณในฐานะจิตแพทย์ เพื่อให้คุณพอหาความสงบสุขกับเวลาที่เหลืออยู่ได้ ถ้าคุณต้องการ

| 17 |
| 325 |


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |